ข่าว

อำนาจแม่ทัพภาคที่ 4

อำนาจแม่ทัพภาคที่ 4

14 มี.ค. 2554

ปัญหาสำคัญประการหนึ่งที่เคยปรากฏในกระบวนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของทางราชการเมื่อครั้งอดีต นั่นคือเรื่องของ “เอกภาพ” ได้ถูกหยิบยกมาพูดอีกครั้งหนึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาจากนักวิชาการและผู้นำท้องถิ่นหลายท่านในดินแดนปลายด้ามขวาน

 บางท่านถึงกับเรียกร้องให้มีการมอบอำนาจเบ็ดเสร็จในการแก้ปัญหาให้แก่แม่ทัพภาคที่ 4
 เริ่มแรกตั้งแต่ครั้งสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ในปลายทศวรรษ 2490 มีรายงานจากนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งระบุว่า อุปสรรคสำคัญประการหนึ่งในการแก้ปัญหา “ขบถแบ่งแยกดินแดน” ในช่วงนั้นคือความไม่เป็นอันหนึ่งเดียวกันของข้าราชการที่ต่างฝ่ายต่างคิด ต่างฝ่ายต่างทำ จึงทำให้ไม่เกิดพลังอำนาจอย่างเพียงพอในการแก้ปัญหา

 เมษายน 2523 เพียงเดือนเศษหลังขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้สั่งการให้ สมช.ซึ่งมีพลอากาศเอกสิทธิ เศวตศิลา ศึกษาปัญหาอุปสรรคและแนวทางแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทันที ผลจากการศึกษาข้อแรกระบุว่า

 “การแก้ไขปัญหาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้จะมีนโยบายความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่รัฐบาลกำหนดไว้แล้วก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติยังไม่มีแผนแก้ไขทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจและทหารยังขาดการประสานงานในการทำงาน เพราะแต่ละหน่วยงานมีแผนของตนเอง และมีสายการบังคับบัญชาควบคุมของตนโดยเฉพาะซึ่งต้องรายงานเข้าสู่ส่วนกลางในกรุงเทพฯ ทำให้ไม่สามารถตกลงใจในพื้นที่ได้ด้วยลำพังตนเอง”

 จากผลการศึกษานี้ในที่สุด ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 8/2524 ลงวันที่ 20 มกราคม พ.ศ.2524 เรื่องการแก้ไขปัญหาบริหารในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กำหนดขอบเขตและอำนาจหน้าที่ขององค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยให้กระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ สนับสนุนการดำเนินงานทั้งปวงให้บรรลุผลต่อไป

 ในคำสั่งนี้กำหนดให้มีการ “ปรับปรุงการจัดองค์กรบริหารเพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงในการควบคุม กำกับดูแลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหา และแม่ทัพกองทัพภาคที่ 4 จะเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการในระดับพื้นที่” ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้ง “ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)” ซึ่งมีรองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้อำนวยการอยู่ภายใต้การ “ควบคุม กำกับดูแล” ของแม่ทัพภาคที่ 4

 นอกจากนั้นคำสั่งนี้ยังกำหนดให้แม่ทัพภาคที่ 4 มีอำนาจ “สั่งการใช้กำลังพลเรือน ตำรวจ ทหารในการป้องกันปราบปรามการก่อการร้ายทุกรูปแบบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” และที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ “เสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรี ดำเนินการโยกย้ายข้าราชการที่ไม่เหมาะสมออกจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และให้กระทรวง ทบวง กรม เจ้าสังกัด รีบสรรหาข้าราชการเข้าไปปฏิบัติงานแทน สำหรับผู้ที่เคยถูกโยกย้ายให้ออกจากพื้นที่ไปแล้ว หากจะแต่งตั้งกลับเข้าไปปฏิบัติงานอีกต้องได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากแม่ทัพภาคที่ 4 และนายกรัฐมนตรีก่อน”

 แม่ทัพภาคที่ 4 ท่านแรกที่ได้รับ “ดาบอาญาสิทธิ์” ตามคำสั่งนี้คือ พลโทจวน วรรณรัตน์ ตามด้วย พลโทหาญ ลีนานนท์ ฯลฯ ซึ่งคงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่ายุคนั้น “ใต้ร่มเย็น” จริงๆ

 ยุคนั้นข้าราชการพลเรือนทุกระดับในจังหวัด เริ่มตั้งแต่ตัวผู้ว่าราชการจังหวัดต่างให้ความเคารพยำเกรงแม่ทัพภาคที่ 4 อย่างจริงจัง ขณะที่ตัวแม่ทัพภาคที่ 4 เองก็ใช้อำนาจที่ได้รับอย่างเหมาะสมบนพื้นฐานที่ให้เกียรติเพื่อนร่วมงานอย่างเต็มที่ การแก้ไขปัญหาจึงเป็นไปอย่างราบรื่น สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 เชิญประชุมทุกครั้ง จะติดธุระการงานสำคัญอย่างไรไม่ว่า จะเป็นงานราษฎร์หรืองานหลวง ท่านผู้ว่าฯ จะต้องจัดสรรเวลามาร่วมประชุมกับแม่ทัพภาคที่ 4 ด้วยตัวเองให้จงได้ การจัด “ผู้แทน” มาร่วมประชุมถือเป็นทางเลือกสุดท้าย

 แต่ไม่แน่นักว่า หากจะมีการมอบอำนาจให้แม่ทัพภาคที่ 4 ทำนองนี้อีกในวันนี้ ขณะที่ “การเมือง” คือหนทางที่แน่นอนที่สุดสำหรับความก้าวหน้าของข้าราชการประจำ...

 ยังจะมีใคร “เกรงใจ” แม่ทัพภาคที่ 4 อย่างเช่นสมัยแม่ทัพจวน แม่ทัพหาญ อีกหรือไม่ ?

 บัญชร ชวาลศิลป์