
ไทยต้องมีอาวุธทางยุทธศาสตร์ให้มากกว่านี้
การปะทะอย่างต่อเนื่องระหว่างไทยกับกัมพูชาต้นเดือนที่แล้วเป็นการทบทวนยุทธศาสตร์ชาติของเราได้เป็นอย่างดีว่าการสู้รบนั้นยังมีอยู่ ภัยคุกคามรอบประเทศที่ต้องปะทะกันแบบสงครามตามแบบนั้นไม่ใช่เรื่องตกยุค
ถึงแม้ว่าการตรวจสอบสภาวะแวดล้อมยังยืนยันว่าความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านในทศวรรษต่อไปยังคงอยู่ในระดับต่ำก็ตามที แต่การได้เปรียบทั้งยุทธศาสตร์และยุทธวิธีที่จะระงับความขัดแย้งนั้นก็ต้องใช้ยุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่าข้าศึกมากดไว้อยู่ดี การจัดหาอาวุธในห้วงเวลาต่อไปจึงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่น้อยหน้างบประมาณด้านการศึกษาหรือการพัฒนาประเทศ
ยุคนี้การเอาชนะข้าศึกไม่ได้อยู่ที่การยึดบ้านยึดเมืองเขาก็จริงอยู่ แต่การที่จะบีบให้เขายอมเจรจาและยอมตามข้อตกลงที่เขาเป็นรองนั้น เราต้องได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ให้มากๆ การจะได้เปรียบนี้ไม่ใช่หวังพึ่งลิ้นการทูตหรือแบ็กอัพดีเท่านั้น อาวุธยุทธศาสตร์ก็สำคัญยิ่ง การสู้รบกับเขมรพิสูจน์แล้วว่าเป็นชัยชนะทางยุทธวิธีของฝ่ายไทย ฝ่ายตรงข้ามสูญเสียอย่างหนักก็จริง แต่เขายังพอมีอาวุธระดับเดียวกันเพื่อการปะทะประปรายได้อีกนาน ไทยเองสิกลับเป็นรองทางยุทธศาสตร์ เขาสามารถลากอาเซียนจูงยูเอ็นเข้ามาเกี่ยวข้องจนอาจไม่มีการเจรจาแก้ไขปัญหาระดับทวิภาคีอีกต่อไป ทางออกคือเขาต้องเกรงเราด้านการทหารจริงๆ เสียก่อน
การซื้อกริพเพนแถมซาบ 340 ถือเป็นสิ่งถูกต้องในการได้อาวุธสมรรถนะสูง โจมตีทางลึกอย่างน่ากลัว แต่เรายังมีอาวุธเช่นนี้น้อยไปหรือไม่ ถ้าเทียบกับชาติเพื่อนบ้านที่มีซู 30 กันคนละหลายฝูงและมีโครงการพัฒนาจัดหาขีปนาวุธพิสัยกลางกันแล้ว สิ่งที่เราต้องการคืออาวุธเชิงรุกที่ไม่จำเป็นต้องเห็นตัว แต่ข้าศึกตระหนักถึงว่ามันกำลังจ่อคอหอยเขาอยู่ กริพเพนนั้นสามารถช่วยในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลได้ในระดับหนึ่ง แต่ภารกิจหลักนั้นต้องเป็นของกองทัพเรือ และการที่กองทัพเรือจะทำได้ดีก็ต้องมีเรือดำน้ำ ซึ่งเป็นอาวุธป้องปรามระยะไกล สามารถออกไปกดจุดศูนย์ดุลข้าศึกได้ก่อน เรื่องเรือดำน้ำนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ประเทศรอบบ้านให้ความสำคัญกันมานานแล้ว ล่าสุดเวียดนามสั่งเรือซื้อดำน้ำจาก รัสเซียอีก 6 ลำ และจะทยอยประจำการตั้งแต่ปีนี้ จริงอยู่ที่เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งก็สำคัญ แต่เรือดำน้ำนั้นคือหัวใจ หากความขัดแย้งถึงขีดสูงสุด
เป็นที่ทราบกันดีว่าด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณทำให้การจัดหาอาวุธนั้นลำบาก อาวุธทางยุทธศาสตร์ก็มีราคาสูง แต่ก็ขอให้กองทัพจัดสรรอาวุธได้ตามโครงสร้างที่เหมาะสม ทันการณ์และทัดเทียมเพื่อนบ้าน โดยไปลดรายจ่ายด้านที่จำเป็นน้อยกว่าด้านการปฏิบัติงานจริง



