ข่าว

5พรรคเปิดนโยบาย-ยุทธศาสตร์การเมือง

5พรรคเปิดนโยบาย-ยุทธศาสตร์การเมือง

14 มี.ค. 2554

ปชป.ชู "เดินหน้า เพื่อประชาชน"

 การเลือกตั้งครั้งหน้า "พรรคประชาธิปัตย์ " ออกตัวแล้ว ด้วย 14 ตัวนโยบายที่จะเป็นจุดขาย อาทิ "ยกระดับการศึกษา-ค่าครองชีพ-ประกันรายได้เกษตรกร-รถไฟความเร็วสูง-สร้างเมืองท่า" กับตัวเลขขั้นต่ำ 180-190 ที่นั่ง และนี่คือ...แผนยุทธศาสตร์ทั้งหมดในการสู้ศึกเลือกตั้ง

1.ยุทธศาสตร์ด้านนโยบาย

 สนับสนุน "การศึกษา" ให้เท่าเทียม ยกระดับ "ค่าครองชีพ" ทุกกลุ่ม "เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ" เกินวันละ 300 บาท "สร้างเมืองท่า" ให้สมบูรณ์ที่แหลมฉบัง ระยอง "โครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย- จีน" เปิดเส้นทางท่องเที่ยว-ขนส่งสินค้า ทุ่มเงินพัฒนาพื้นที่ชายหาดทะเลภาคใต้ เร่งสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินทุกสายในกรุงเทพฯ ทำรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมระหว่างกรุงเทพฯ กับเมืองท่าแหลมฉบัง, ประกันรายได้เกษตรกร, ให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ปรับโครงสร้างภาษีเกี่ยวกับการประกอบการใหม่

 เพิ่มรายได้ครัวเรือนให้มากกว่ารายจ่าย ยกระดับความเป็นอยู่ของคนรากหญ้าให้มาเป็นชนชั้นกลาง ว่างงานไม่ให้เกิน 2% จัดสรรที่ดินทำกินให้เกษตรกร เพิ่มกองกำลังพิเศษปราบยาเสพติด 2,500 นาย เพิ่มทุนกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำเพื่อการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย 2.5 แสนคนต่อปี เพิ่มโฉนดชุมชนให้เกษตรกร 2.5 แสนคน 

2.ยุทธศาสตร์ด้านการเมือง

  เชื่อว่าได้เสียงอย่างน้อย 180-190 ที่นั่ง ไม่พูดเรื่องความขัดแย้ง

ยุทธศาสตร์ พท. "7 แผน 4 ปรับ 3 หลัก 6 เร่ง"

 การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยยังเป็นพรรคคู่แข่งสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ โดยมี "มันสมอง" อย่าง "ทักษิณ ชินวัตร" เป็น "กุนซือ" อยู่เบื้องหลังโดยยึดฐานเสียง "อีสาน" และ "เหนือ" ไว้ให้ได้

 กับยุทธศาสตร์ชูแก้ปัญหาความยากจนในภาคอีสาน พร้อมไปกับโครงการรถไฟฟ้ารางคู่ ผนวกกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและการจราจรใน กทม.พร้อมกับดึงแกนนำ นปช.มาลง "ปาร์ตี้ลิสต์" และ "เขต" เพื่อโกยคะแนนเสียง "คนเสื้อแดง" ตั้งเป้า ส.ส.เขต 200 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 50 คนขึ้นไป สานฝันตั้งรัฐบาลเบ็ดเสร็จ

1.ยุทธศาสตร์ด้านนโยบาย

 "ภาคอีสาน" ชูนโยบายแก้ปัญหาความยากจน หาแหล่งน้ำเพิ่ม เข้าถึงการรักษาพยาบาล ชูนโยบาย 30 บาทอีกครั้ง เร่งโครงการรถไฟรางคู่ในภาคอีสาน "ภาคเหนือ" จะเน้นแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ปัญหาเกษตรกรไม่มีที่ดินทำกิน "ภาคใต้" ลดความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชาวบ้าน แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ให้คน 3 จังหวัดชายแดนใต้ไปทำงานประเทศมาเลเซีย "ภาคกลาง" เน้นแก้ปัญหาราคาสินค้าตกต่ำ "กทม." จะสร้างตัวระบายน้ำ เป็นแม่น้ำสายใหม่เพื่อเป็นสาขาแม่น้ำเจ้าพระยานำน้ำจากอยุธยาและปทุมธานี ไปลงสมุทรปราการออกทะเล "แก้ปัญหาการจราจร" จะเร่งสร้างรถไฟฟ้า 10 เส้นทาง ใช้วิธีออก "บอนด์" หรือให้เอกชนมาลงทุน รัฐเก็บค่าสัมปทานคุมค่าโดยสาร 

2.ยุทธศาสตร์ด้านการเมือง

 นำ "แกนนำเสื้อแดง" ลงเลือกตั้ง เพื่อเป็นฐานเสียงให้พรรค ใช้แคมเปญพรรค "5 ล้มเหลว 10 จำทน" ปราศรัยช่วงเลือกตั้งด้วย

ภท.ชู "ประชานิยม-สังคมเป็นสุข"

 "พรรคภูมิใจไทย" พรรคใหญ่อันดับ 3 เดินหน้า "ประชานิยม" โดยหวังว่านโยบายนี้จะประสบผลสำเร็จในการเลือกตั้ง และยังคงชูเรื่องการปกป้อง 3 สถาบันหลัก ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ ที่เป็นจุดเด่นของพรรค พร้อมไปกับสานต่อนโยบายถนนปลอดฝุ่นในชนบทและประกันสังคม

1.ยุทธศาสตร์ด้านนโยบาย

 ปกป้อง 3 สถาบันหลัก ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ ต่อต้านแนวทางบุคคลที่ต้องการชูสร้างรัฐไทยใหม่

 2.ยุทธศาสตร์ด้านการเมือง

 สานต่อนโยบายถนนปลอดฝุ่นในพื้นที่ชนบท, สนับสนุนเบี้ยยังชีพคนชรา-รักษาพยาบาลฟรี-กองทุนหมู่บ้าน จะทำให้ครอบคลุมมากขึ้นเพื่อเป็นหลักประกันทางสังคม ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายโดยมีส่วนร่วมของประชาชน ประกันราคาข้าว เพิ่มผลผลิตให้มีการขายสินค้าทางการเกษตรอย่างเป็นธรรม ทำให้เกษตรกรมีกำไร เช่น ยางพารา และการสร้างแหล่งน้ำ ที่ดินทำกิน

ยุทธศาสตร์ ชทพ. "ปฏิรูปการเมือง-เน้นปรองดอง"

 "ปฏิรูปการเมือง-แก้ไขรัฐธรรมนูญสร้างความเป็นธรรม-ไม่สองมาตรฐาน-สร้างความปรองดองในชาติ" คือ นโยบายที่ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ของ "พรรคชาติไทยพัฒนา" ยุคที่มี "ชุมพล ศิลปอาชา" เป็นหัวหน้า และมี "บิ๊กเติ้ง" บรรหาร ศิลปอาชา ผู้พี่กุมบังเหียนเบื้องหลัง กับเป้าหมายพรรคขนาดกลาง 40-50 ที่นั่ง เพื่อหวังเป็น "พรรคตัวแปร" จัดตั้งรัฐบาล
1.ยุทธศาสตร์ด้านนโยบาย

 ชูนโยบายการปฏิรูปการเมืองด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญสร้างความเป็นธรรม "สร้างความปรองดองในชาติ" โดยยึดผลประโยชน์ประเทศชาติและความกินดีอยู่ดีของประชาชน สนับสนุนนโยบายด้านต่างๆ ทั้งด้านเกษตร การศึกษา การท่องเที่ยวกีฬาและการสาธารณสุข มุ่งเน้นใช้การกีฬาเพื่อสร้างความปรองดองในชาติ

2.ยุทธศาสตร์ด้านการเมือง

 มุ่งรักษาฐานเสียงเดิมของพรรคชาติไทย คือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ 14 จังหวัดภาคใต้ ส่ง ส.ส.ระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อครบ 500 คน เป็นพรรคขนาดกลาง จำนวน ส.ส. 40-50 คน ไม่เป็นศัตรูหรือปฏิปักษ์กับพรรคการเมืองอื่น จุดยืนของพรรคอยู่ที่สถานการณ์และผลประโยชน์ประเทศชาติ อยู่บนจุดที่ถูกต้องและควรจะเป็น

ยุทธศาสตร์ พผ."รัฐสวัสดิการ-สร้าง

 “เพื่อแผ่นดิน” ปรับนโยบายหวังควบรวมกับพรรครวมชาติพัฒนาของ "สุวัจน์ ลิปตพัลลภ" แต่ตอนนี้การ "ควบรวม" ยังไม่เกิด จึงต้องงัดยุทธศาสตร์ “รัฐสวัสดิการ” เป็นนโยบายพรรคเป็นจุดขายในการเลือกตั้ง

1.ยุทธศาสตร์ด้านนโยบาย

 กินอยู่ดี ด้วยการสร้างงาน สร้างรายได้ ลดหนี้ สุขภาพดี ด้วยการสร้างสุขภาพมากกว่าซ่อมสุขภาพ ผู้ป่วยต้องเข้าถึงบริการเพื่อสุขภาพที่ได้มาตรฐานอย่างทั่วถึง จัดการศึกษาเข้าถึงและมีมาตรฐาน ครอบครัว ชุมนุมเข้มแข็ง เพิ่มคุณภาพและความปลอดภัยชีวิต, สิ่งแวดล้อมดี รณรงค์ลดการใช้พลังงาน ราคาพืชผลเกษตรดี ด้วยการพัฒนาระบบชลประทาน ประกันราคาสินค้าเกษตร รู้รักสามัคคี ด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง สร้างวัฒนธรรมการเมืองใหม่ ที่โปร่งใส เอาประโยชน์ประเทศเป็นที่ตั้งศักดิ์ศรีประเทศดี สร้างความเชื่อมั่นในวัฒนธรรมและค่านิยมไทย สร้างบรรยากาศการค้าการลงทุนในและต่างประเทศ

2.นโยบายฟื้นเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว

 1.ตั้งหนึ่งตำบลหนึ่งโฮมสเตย์ เพื่อให้ชุมชนตื่นตัวเรื่องการท่องเที่ยว, ส่งเสริมการพำนักระยะยาว เช่น สำหรับผู้เกษียณอายุจากต่างแดน, พัฒนาทรัพยากรการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ยุทธศาสตร์ กมม."10นโยบายสู้เลือกตั้ง"

 พรรคเล็กๆ อย่าง "พรรคการเมืองใหม่" จะแจ้งเกิดในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ได้หรือไม่ เป็นสิ่งท้าทายยิ่ง แต่ด้วยนโยบายฉีกจากทุกพรรคจะเป็นทางเลือกให้แก่สังคม

"10 นโยบายสู้ศึกเลือกตั้ง"

 1.การปราบปรามคอรัปชั่น 2. ขจัดความเลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในสังคม 3.จัดสวัสดิการสังคมต้องเป็นจริง 4.ต้องหยุดนโยบายขายสมบัติชาติ 5.ประเทศต้องมีอิสรภาพทางเศรษฐกิจ 6.ประชาชนต้องกำหนดอนาคตตัวเอง ยกระดับการมีส่วนร่วมของประชาชน 7.หลักนิติธรรมต้องนำหลักนิติรัฐ 8.ต้องปฏิรูปการศึกษามุ่งพัฒนาคุณค่าคน 9.การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น 10.ต้องปฏิรูปสื่อเพื่อเป็นเครื่องมือปฏิรูปสังคมและวัฒนธรรม