
เคอิโงะดีใจพ่อญี่ปุ่นปลอดภัยดินไหว
"เคอิโงะ" ดีใจพ่อชาวญี่ปุ่นปลอดภัยจากแผ่นดินไหว เตรียมทำห้องนอนไว้เซอร์ไพรส์พ่อมาเที่ยวสงกรานต์พิจิตร ขณะที่ผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นพำนักในเชียงใหม่ เฝ้าติดตามข่าวสารภัยพิบัติที่ประเทศญี่ปุ่นบ้านเกิดอย่างใกล้ชิด หลายรายโทรศัพท์หาญาติแต่ยังติดต่อไม่ได้
(13มี.ค.) ด.ช.เคอิโงะ ซาโต อายุ 9 ปี ลูกครึ่งไทยญี่-ปุ่น ที่ตามหาพ่อชาวญี่ปุ่นจนประสบความสำเร็จ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้ได้รับความเสียหายและมีคนล้มตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนพยายามติดต่อกับพ่อ คือ นายคัตซูมิ ซาโต ทางโทรศัพท์ ปรากฏว่าติดต่อไม่ได้จึงได้ไปกราบหลวงพ่อเพชรที่วัดอารามหลวง ซึ่งเป็นพระที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ตนเคยไปกราบไหว้เพื่อขอให้พบพ่อ และขอให้หลวงพ่อเพชรคุ้มครองพ่อและครอบครัว
"ปรากฏว่าเมื่อคืนวานนี้ตนได้โทรศัพท์ติดต่อบิดาอีกครั้ง สามารถติดต่อได้ และพ่อบอกว่าปลอดภัยดี เพราะพ่ออยู่ที่อำเภอมาโมริ ซึ่งโดนแค่แผ่นดินไหวเท่านั้น ซึ่งพ่อได้เล่าให้ตนฟังว่าแผ่นเดินไหวแรงมาก ซึ่งขณะนั้นพ่อกับญาติอยู่ภายในบ้าน จึงได้วิ่งออกมาอยู่ด้านนอกบ้านเนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยเพราะแรงสั่นสะเทือนแรงมาก ซึ่งพ่อบอกว่า เกิดมาก็เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก และโชคดีที่ไม่โดนคลื่นสึนามิ" ด.ช.เคอิโงะ กล่าวและว่า
พ่อยังบอกด้วยว่า ในวันที่ 4 เมษายน จะเดินทางมา จ.พิจิตรเพื่อมาเที่ยวงานสงการาณ์ และจะไปทำบุญให้กับแม่ซึ่งตนดีใจมาก โดยพ่อมาในปีนี้ตนจะได้ทำเซอร์ไพรซ์ ด้วยการต่อเติมบ้านด้านหลังออกไปทำห้องนอนใหม่ เมื่อพ่อมาตนงจะได้นอนกับพ่อและกอดพ่อให้หายคิดถึงเพราะปีหนึ่งจะได้เจอกันครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ยังทำห้องน้ำใหม่อีกด้วย
ส่วนเงินที่มีผู้ใจบุญบริจากให้ตนไม่ได้นำมาใช้ เก็บไว้เป็นทุนการศึกษาในการเรียนเป็นแพทย์ เพราะตนตั้งใจมาก อยากเรียนมาในด้านนี้ สำหรับเงินที่ปรับปรุงบ้าน หรือต่อเติมบ้านตนกับป้าช่วยกันเก็บเงินที่หารายได้มาจากขายอาหารปลา ที่วัดท่าหลวง นำมาต่อเติมบ้าน ซึ่งทุกวันนี้ว่างจากการเรียน ตนก็ขายอาหารปลาให้กับนักท่องเที่ยว
ผู้สูงอายุเฝ้าติดตามข่าวสารภัยพิบัติที่ญี่ปุ่นใกล้ชิด
นายโทมิทานิ ประธานผู้ก่อตั้งกลุ่ม Chiangmai long stay life club กลุ่มผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นที่พำนักแบบลองสเตย์ในจ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่ม Chiangmai long stay life club ยังไม่ได้หารือกันว่าจะหาทางช่วยเหลือพี่น้องชาวญี่ปุ่นที่ประสบภัยพิบัติจากแผ่นดินไหว และซึนามิพัดถล่มอย่างไรคาดว่าสัปดาห์หน้าคงหารือกันอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในจ.เชียงใหม่พากันติดตามข่าวสารภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นบ้านเกิดอย่างใกล้ชิดทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นสื่อโทรทัศน์ เว็บไซต์ อีเมลล์ ฯลฯ
นอกจากนี้หลายรายพยายามโทรศัพท์ติดต่อญาติที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อสอบถามว่าปลอดภัยหรือไม่ แต่การติดต่อสื่อสารยังไม่สะดวกเท่าที่ควรเพราะระบบการสื่อสารยังติดขัด หลายรายยังไม่สามารถติดต่อกับญาติที่อยู่ญี่ปุ่นได้
นายโทมิทานิ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นพำนักอยู่ในจ.เชียงใหม่ประมาณ 2,000 - 3,000 ราย แต่ในส่วนของกลุ่ม Chiangmai long stay life club มีสมาชิกอยู่ 160 - 170 ราย



