ข่าว

ส.ว.ยื่นมาร์คยันไทยไม่เอาเขื่อนไซยะบุรี

ส.ว.ยื่นมาร์คยันไทยไม่เอาเขื่อนไซยะบุรี

13 มี.ค. 2554

ส.ว.เตรียมสรุปข้อคิดเห็นถึง “อภิสิทธิ์” แสดงจุดยืนไทยไม่เอาเขื่อนไชยะบุรี พร้อมให้เปิดเวทีรับฟังความเห็นครอบคลุมตลอดแนวแม่น้ำโขงจากเหนือถึงอีสาน ส่วนชาวบ้าน จัดพิธีสืบชะตาแม่น้ำโขงเนื่องในวันเขื่อนโลก วันที่ 14 มี.ค.นี้ด้วย นักวิชาการ ชี้ช่องใช้ระเบียบเอ

                วานนนี้ (12มี.ค.) ที่บริเวณแก่งคุดคู้ อ.ปากชม จ.เลย องค์การแม่น้ำนานาชาติ ร่วมกับองค์กรแม่น้ำเพื่อชีวิต กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมและศูนย์สันติภาพอีสาน เครือข่ายสภาองค์กรชมชนลุ่มน้ำโขง 6   จังหวัดภาคอีสาน   จัดเวทีชาวบ้านเพื่อรับฟังผลกระทบต่อกรณีการสร้างเขื่อนไซยะบุรี   ของประเทศลาว    

            นายสุรจิต ชิรเวทย์ ส.ว.สมุทรสงคราม ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการทรัพยากรน้ำ วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล กล่าวภายหลังลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นชาวบ้านที่อ.ปากชม อ.เชียงคาน จ.เลย ต่อกรณีการสร้างเขื่อนไชยะบุรี ของประเทศลาว ว่า เนื่องจากเขื่อนไซยะบุรี เป็นเขื่อนแรกที่กำลังเตรียมก่อสร้างในแม่น้ำโขงสายหลักเป็นแห่งแรก จากโครงการทั้งหมด   12 แห่ง ซึ่งตามกระบวนการของสมาชิกคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) จะต้องนำเข้าพิจารณาในกระบวนการตัดสินใจของภูมิภาค ตามกำหนดจะถึงวันส่งผลความเห็นของสมาชิกเอ็มอาร์ซี     4 ชาติ ในช่วงเดือนเม.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม จากการติดตามตรวจสอบของคณะกรรมาธิการทั้งสองคณะ เห็นว่าการลงนามบความเข้าใจในโครงการนี้ยังขาดความโปร่ง ใสมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะยังไม่ได้ผ่านความเห็นจากรัฐสภา ขณะที่การเปิดเผยการทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และกระบวนการชี้แจงกับสมาชิก รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลผลกระทบข้ามพรมแดนจากการสร้างเขื่อน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากในโครงการนี้ก็ยังไม่เป็นที่เปิดเผยอย่างแพร่หลาย  

“จากการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นโดยกรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะเลขานุการของเอ็มอาร์ซี ที่ดำเนินการไป แล้วที่เชียงของ จ.เชียงราย อ.เชียงคาน จ.เลย อ.เมือง จ.นครพนม หนองคาย และกทม. มีความชัดเจนว่าชาวบ้านไม่เห็นด้วยกับโครงการชัดเจน เพราะเห็นว่าโครงการนี้ยังขาดการเปิดเผยรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางของพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการนี้ แต่ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง คือกรมทรัพยากรน้ำ    และกระทรวงพลังงาน ยังไม่มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกับชาวบ้าน ทำให้จนถึงขณะนี้จึงยังไม่สามารถสรุปจุดยืนของไทยไปยังเอ็มอาร์ซีได้

นายสุรจิต กล่าวว่า   ดังนั้นทางส.ว.จึงเตรียมทำข้อเสนอ 2-3 ประเด็นไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้แสดงจุดยืนในนามของรัฐบาลไทยต่อการสร้างเขื่อนไซยะบุรี   โดยขอให้จัดเวทีชีแจงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียครอบคลุม 8 จังหวัดของไทยที่ใช้แม่น้ำโขงตั้งแต่ภาคเหนือและภาคอีสาน เช่น เชียงราย เลย นครพนม หนองคาย เป็นต้น และต้องประเมินความเสียหายเศรษฐศาสตร์ จากการสูญเสียรายได้จากการประมง การปลูกผัก และวิถีชีวิตที่จะเปลี่ยนไปจากการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงสายหลัก   นอกจากนี้ขอให้เชิญทูตลาว กัมพูชา เวียดนาม เข้าหารือในประเด็นนี้   โดยข้อเสนอนี้คาดว่าจะสรุปภายในวันที่ 20 มี.ค.นี้ก่อนที่จะมีการประชุมระดับปลัดภายใต้อนุภูมิภาคแม่น้ำโขงในวันที่ 24-25 มี.ค.นี้ที่ประเทศกัมพูชาด้วย

                 ด้านดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ   นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า   ในข้อตกลงภายใต้ระเบียบปฏิบัติและแนวทางของเอ็มอาร์ซี ข้อที่ 5     เปิดช่องให้ไทยสามารถแจ้ง และจัดหาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการใช้น้ำเพื่อประเมินผลกระทบโดยรัฐ ริมฝั่งน้ำอื่นๆ หากเห็นว่าโครงการเขื่อนกั้นน้ำโขง ของลาวจะส่งผลกระทบต่อสิทธิของชุมชนในฝั่งไทย       โดยรัฐบาลไทยสามารถจัดทำรายงานผลกระทบต่างๆที่กระทบกับสิทธิของคนไทยได้ทันที รวมทั้งสามารถขอขยายระยะเวลาเพิ่มเติม 6 เดือนก่อนนำเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจของเอ็มอาร์ซีด้วย ซึ่งเห็นว่ารัฐบาลต้องเริ่มจัดทำรายละเอียดทั้งหมดอย่างเร่งด่วนแล้ว

                ส่วนนายกมล   คงปิ่น นายกเทศบาลตำบลเชียงคาน จ.เลย     ยอมรับว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่รับรู้ถึงโครงการเขื่อนไซยะบุรี ทั้งที่โครงการนี้อยู่ห่างจากอ.ปากชม เชียงคานไม่ถึง 200 กม. ขณะที่โครงการมีความก้าวหน้าไปเร็วมาก ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าปัจจุบันสภาพน้ำโขงในหน้าแล้งก็ลดลงมากผิดปกติมาหลายปีจนส่งผลกระทบกับอาชีพประมง การท่องเที่ยวแล้ว ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลไทยต้องสำรวจผลกระทบ และเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดให้ชาวบ้านได้รับรู้

                  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 9.09 น.ชาวบ้านจากบ้านคกเว้า และกลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำโขง อ.ปากชม จ.เลย กว่า 100 คนนำโดยพ่อบุ เพ็งคำ พร้อมด้วยชาวบ้านในชุมชนได้ร่วมกับทำพิธีสืบชะตาแม่น้ำโขง เนื่องในโอกาสวันหยุดเขื่อนโลก วันที่ 14 มี.ค.นี้ด้วย พร้อมกันนี้ได้อ่านแถลงการณ์เพื่อร่วมกันปกป้อง และดูแลแม่น้ำโขง เนื่องจากที่บ้านคกเว้า เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่อยู่บริเวณแก่งจันทร์ ที่อาจจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการสร้างเขื่อนปากชม ของไทย และเขื่อนไชยะบุรี ของลาว