
มาร์คเมินทักษิณโฟนอินอ้อนกลับบ้าน
อภิสิทธิ์ เมิน ทักษิณ โฟนอินอ้อนจะกลับบ้านช่วยแก้ปัญหาบ้านเมือง ซัดแค่คำกลับกลอกชี้ปีที่แล้วเคยจี้รบ.ยุบสภา ไฉนกลับบอกให้อยู่ครบเทอม ยันใช้กม.ความมั่นคงคุมสถานการณ์ก่อนมีพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง เมิน ข้อเสนอ ม. 7 พธม.อ้างไม่เข้าเงื่อนไข เผยเคลียร์ เติ้ง แ
(13มี.ค.) ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมาว่า เหตุการณ์ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนกรณีที่ดูเหมือนว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะโฟนอินถี่ขึ้นนั้น คงตอบยาก แต่ยืนยันว่าขณะนี้บ้านเมืองควรจะเดินหน้าและเห็นได้ว่าปัญหาของประชาชนจริงๆ ที่ต้องการ คือ การมาแก้ปัญหา เรื่องของปากท้อง เรื่องของเศรษฐกิจ ดังนั้นตนไม่อยากให้คนจำนวนหนึ่งจะเป็นนักการเมือง อดีตนักการเมือง หรือนักเคลื่อนไหว มาทำให้ ประเด็นของประเทศถูกเบี่ยงเบนไปจากความต้องการของประชาชนที่แท้จริง
“เมื่อกำหนดชัดเจนแล้วว่าการยุบสภาไม่เกินสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม ทุกคนควรกลับมาช่วยกันเข้าสู่ระบบ และให้พี่น้องประชาชนเป็นคนชี้ขาดว่าจะเดินหน้ากันต่อไปอย่างไร แต่หากเราจะให้ความสำคัญกับนักการเมือง นักเคลื่อนไหวอย่างเดียว บ้านเมืองก็จะวนเวียนอยู่อย่างนี้ และกลายเป็นว่าเสียงส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้มีโอกาสสะท้อนออกมาเท่ากับประเด็นที่เป็นเสียงดังๆ ของนักเคลื่อนไหวกับนักการเมือง ” นายอภิสิทธิ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากที่นายกรัฐมนตรี กำหนดวันยุบสภาอย่างชัดเจน ได้ประเมินหรือไม่ว่าสถานการณ์ทางเมืองหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร และเตรียมที่จะรับมือไว้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงจะต้องดูเพราะยังมีอีกหลายเรื่องระหว่างนี้จนถึงต้นเดือนพฤษภาคม อย่างสัปดาห์หน้ามีเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งต้องดูว่าตรงนั้นจะเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศจะกลับมาแก้ไขปัญหาให้ประชาชนภายใน 6 เดือน ถือเป็นสัญญาณอะไร หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อาจเป็นการหาเสียง เมื่อถามว่า แต่พ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีคดีอยู่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเองไม่ได้ฟังแต่อ่านจากข่าว เพียงแต่บอกว่าจะมีคนมาทำอะไรอย่างนี้ ไม่เป็นไรเอาว่าขอให้เป็นอย่างนั้นจริงเถอะว่าทุกคนมุ่งจะมาแก้ปัญหาให้ประชาชนมากกว่าที่จะวนเวียนอยู่กับเรื่องเก่าๆ เดิมๆ ของตัวคุณทักษิณ
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรี ห่วงอะไรมากกกว่ากันระหว่างการเคลื่อนไหวในสภากับนอกสภา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราต้องดูทุกส่วน ซึ่งจริงๆ แล้วต้องยอมรับว่าเรามีปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีพรรคการเมืองซึ่งเดินคู่ขนานเป็นขบวนการพร้อมๆ กันไป กับการเคลื่อนไหวนอกสภา และปีที่แล้วความรุนแรงทั้งหมด ยังแถมเรื่องกองกำลังเข้าไปอีก ซึ่งสภาพอย่างนั้นที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้น
“วันนี้อยากให้มันกลับมาสู่ระบบสภาฯ การเมืองภาคประชาชนที่มีการเรียกร้องประเด็นต่างๆ หรือมีส่วนร่วมประเด็นต่างๆ ก็ว่ากันไป แต่ไม่ควรมีลักษณะของการเอาพรรคการเมืองก็เอา และมีมวลชนไว้เคลื่อนไหวนอกสภาฯ เพื่อสอดคล้องกับพรรคการเมืองด้วย และที่ต้องไม่ให้ทำอีกเด็ดขาด คือเรื่องกองกำลัง ” นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า ยุทธศาสตร์ขณะนี้ดูเหมือนว่า ถ้าหลังเลือกตั้งกลับมาพรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้กลับมามีอำนาจ การที่จะสร้างความวุ่นวายจะยังไม่จบ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ยิ่งฟ้องประชาชนและชาวโลกว่าข้อเรียกร้องต่างๆ ที่เคยพูดถึงเรื่องประชาธิปไตยก็ไม่เป็นจริง
“ผมก็แปลกใจว่า วันนี้พอบอกว่าจะยุบสภาฯ คุณทักษิณกลับมาบอกว่าให้อยู่ให้ครบไปก็ได้ แล้วทำไมปีที่แล้วพอเราเสนอให้มีการเลือกตั้ง มีวันชัดเจน กลับไม่ยอมที่จะหยุดเคลื่อนไหว จนนำมาสู่ความสูญเสียจำนวนมาก ” นายกรัฐมนตรี กล่าว
เมื่อถามว่า ในทางกลับกันพ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่าไม่เชื่อคำพูดนายกฯ เรื่องยุบสภาฯ ต้องหารสามหารสี่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กลับไปดูดีกว่าว่าคำพูดใครบ้าง เชื่อได้เชื่อไม่ได้ เมื่อถามว่า นายบรรหาร ศิลปะอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ออกมาท้วงติงเรื่องวันยุบสภา จำเป็นที่จะต้องไปทำความเข้าใจหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราคุยกันแล้ว หลายท่านไม่เห็นด้วยแต่ตนก็ได้อธิบายไปแล้ว ทุกคนยอมรับได้ แต่จะให้ทุกคนพอใจ บังคับกันไม่ได้ เมื่อถามว่า ในงานระดมทุนของพรรคชาติไทยพัฒนา ได้มีโอกาสคุยกับนายบรรหาร เกี่ยวกับเรื่องนี้ หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ท่านก็แหย่นิดหน่อยเท่านั้นเอง แต่ก็ไม่เป็นไร ท่านระดมทุนแล้วนี่
เมื่อถามว่า หมายความว่าวันนี้ทุกฝ่ายเข้าใจดี ถึงการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่าทุกคนเข้าใจอยู่แล้ว แต่นักการเมืองแต่ละคนอาจจะประเมินสถานการณ์การเมืองไม่เหมือนกัน ซึ่งเป็นธรรมดา แต่ไม่ได้เป็นปัญหา อุปสรรคอะไร แต่ละพรรคสามารถที่เดินหน้าได้ เมื่อถามว่า คิดว่าหลังเลือกตั้ง พรรคร่วมรัฐบาลทุกวันนี้ยังจะสนับสนุนตัวนายกรัฐมนตรี หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่าขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า ในขณะที่กำลังถอยหลังไปสู่การเลือกตั้งยังมีอีกหลายฝ่าย รวมทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) บอกจะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งและอยากให้เลือกการลาออกทั้งคณะ แล้วใช้มาตรา 7 มากกว่า นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เวลานี้ตนยังมองไม่เห็นว่ามันเข้าไปสู่เงื่อนไขลักษณะนั้นอย่างไร เพราะกระบวนการต่างๆ ต้องเดินไปตามรัฐธรรมนูญ เมื่อถามว่า มีความพยายามเปรียบเทียบว่าสถานการณ์วันนี้กับสถานการณ์ปลายรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ เหมือนกัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเองไม่คิดว่าเหมือนกันเลย ขณะนี้เราอยู่ในระบบรัฐสภา พรรคการเมืองต่างๆ ก็พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการของรัฐธรรมนูญ มีการแข่งขัน มีทางเลือกให้กับประชาชน ทางพรรคการเมืองใหม่เองก็สามารถที่จะเสนอตัวเองเป็นทางเลือกให้กับประชาชนได้อยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ในความรู้สึกของนายกรัฐมนตรี คิดว่าหลังเลือกตั้ง สถานการณ์บ้านเมืองจะดีกว่านี้ หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนตั้งใจอย่างนั้นและคิดว่าการเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคม จะช่วยให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ดีกว่า ถ้าไม่มีการเลือกตั้งและยุบสภาฯ ในเดือนพฤษภาคม เมื่อถามว่า แสดงว่านายกฯ มั่นใจว่าการยุบสภา จะทำให้เดินไปข้างหน้าได้ แต่ไม่ได้มั่นใจว่าสถานการณ์จะดีขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่าเรื่องการเมือง จะให้ใครมาพูดอะไร 100 % คงพูดไม่ได้หรอก แต่เราต้องเอาหลักประกันที่ดีที่สุดและเชื่อว่าหลักประกันที่ดีที่สุดสำหรับบ้านเมืองระยะยาวคือระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และจังหวะเวลาแบบนี้ คือจังหวะเวลาที่เราอาศัยกระบวนการประชาธิปไตย ให้พี่น้องประชาชนไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงในการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า ระหว่างทางตอนนี้มีอะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงที่น่ากังวลมากที่สุด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวต่างๆ ซึ่งเราจะต้องดูแลไปควบคู่กับฝ่ายความมั่นคง ขณะเดียวกันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็คุยและมองตรงกัน โดยตนได้คุยกับทางกกต.ว่า ทั้งกกต.และนักการเมืองมีหน้าที่ในการรักษาระบอบประชาธิปไตย ฉะนั้น อะไรที่จะมากระทบตรงนี้ต้องช่วยกันอยู่แล้ว ทางกกต.ก็บอกว่าของท่านทำได้เต็มที่พอมีพระราชกฤษฎีเลือกตั้ง แต่ก่อนที่จะมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ฝ่ายบริหารต้องใช้มาตรการทางความมั่นคงในการดูแล ซึ่งเรามองตรงกัน เมื่อถามว่า การข่าวได้รายงานความผิดปกติการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อวาน (12 มี.ค) ไม่มีอะไร
เมื่อถามว่า ตอนนี้มีความพยายามปูดประเด็นการยุบพรรคพลังประชาชนอีกว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลัง จะยิ่งสร้างความสับสนให้กับประชาชน หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นี่แหละประชาชนจะได้ชัดเจนว่าในส่วนของตนเองต้องการบ้านเมืองเดินหน้า ในส่วนของนายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำนปช.และพรรคเพื่อไทย ต้องการให้บ้านเมืองวนเวียนอยู่กับเรื่องเหล่านี้ ก็ดีประชาชนจะได้เลือก ถ้าเลือกพรรคประชาธิปัตย์ พรรคร่วมรัฐบาล เราก็จะเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แต่ถ้าเลือกพรรคเพื่อไทย ก็ไปเถียงกันต่อในเรื่องยุบพรรคพลังประชาชน
เมื่อถามว่า การที่เลขากกต.ออกมาระบุวันเลือกตั้งในวันที่ 26 มิถุนายน แต่อาจเลื่อนไปเป็นวันที่ 3 ก.ค. นั้น เป็นไปได้ หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กกต. เป็นผู้มีหน้าที่ในการกำหนดวันอยู่แล้ว
สุเทพสวนกลับทักษิณขู่จะแฉหลักฐานของจริงมัด
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วีดีโอลิงค์เข้ามายังการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็๗การแห่งชาติ (นปช.) หรือ กลุ่มคนเสื้อแดง โดยระบุว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะทำให้ภาพการทำร้ายประชาชนชัดเจนขึ้น และรัฐบาลจะไม่สามารถชี้แจงได้ ว่า ตนมั่นใจว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจคราวนี้เราก็จะแสดงหลักฐานทั้งหลาย ให้พี่น้อปงระชาชนได้ประจักษ์ด้วยตัวท่านเองว่ากระบวนการที่เกิดเหตุความรุนแรงทั้งหมด เป็นเรื่องที่พ.ต.ท.ทักิณ สั่งการมาทั้งสิ้นและก็จะมีเหตุผลประกอบชัดเจน โดยตนจะอภิปรายตอบชี้แจงเรื่องนี้เอง ของที่จะนำมาแสดงเป็นเรื่องจริงหลักฐานจริง เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่มีใครไปแก้ไขได้
ผู้สื่อข่าวถ ามว่า จะมีการตั้งวอร์รูมให้ทางกองทัพเข้ามาช่วยในการอภิ ปรายด้วยหรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่เคยทำงานร่วมกันตน สมัยที่แป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.) อยู่ ที่จะมาช่วยดูแลข้อมูลให้ตน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์มีการตั้งทีมงาน เพื่อทำลายจังหวะในการอภิปรายของฝ่ายค้าน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ทำ จะให้เกียรติฝ่ายค้านเต็มที่ ขออย่างเดียวอย่าหยาบคาย อย่าไปทำในสิ่งที่ไม่บังควร ตนจะให้โอกาสเต็มที่และจะขอร้องเพื่อนส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ให้ปล่อยให้ฝ่ายค้านพูดให้เต็มที่ ไม่มีการขัดจังหวะ ส่วนที่มีข่าวว่าพรรคมอบหมายให้นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไปคัดส.ส.ฝีปากจัดจ้านมาประกบส.ส.ฝ่ายค้านนั้นเป็นข่าวลือไม่ใช่ข่าวจริง ยืนยันว่าจะไม่มีองค์รักษ์มาคอยช่วย นายกฯก็ไม่นิยมใช้องครักษ์ แต่อย่างใด
ขู่นปช.ถ้าป่วนไม่เลิกป่วนฉุดคะแนนเสียงพท.วูบ
นายสุเทพ กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 12 มี.ค. แม้จะผ่านไปด้วยความสงบเรียบร้อย แต่มีมวลชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ว่า ฝ่ายความั่นคง คงไม่ต้องปรับยุทธศาสตร์อะไร และไม่ได้กังวลใจอะไรมากมาย ตราบใดที่กลุ่มคนมาชุมนุม ไม่ทำอะไรที่ผิดกฏหมาย สร้างความรุนแรง ตนคิดว่ากลุ่มนปช.และ พรรคเพื่อไทย มาจากที่เดียวกัน มีความเชื่อมโยงมีความสัมพันธ์ มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกัน พรรคเพื่อไทยจะได้คะแนนิยม มากหรือน้อยนั้น ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของคนเสื้อแดง ถ้าคนเสื้อแดงออกมาเกะกะระราน สร้างปัญหาให้กับบ้านเมือง รังควานประชาชน คะแนนของพรรคเพื่อไทยก็จะตก ข้อสำคัญคือคนเสื้อแดงบางคนก็ลงรับสมัครเลือกตั้งด้วย เพราะอย่างนั้นเขาต้องทำตัวให้ดี
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่า นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง และนายสุพร อัตถาวงศ์ 2 แกนนำ นปช. จะติดต่อขอเข้ามอบตัวที่ชายแดน มีโอกาสให้ประกันตัวได้หรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ โดยหลักของเจ้าหน้าที่ เพราะการมอบตัวเป็นการแสดงเจตนาที่จะมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยปกติเจ้าหน้าที่จะให้โอกาสในการประกันตัว ในชั้นของพนักงานสอบสวน หรือว่าไปถึงศาลก็จะไม่คัดค้านการประกันตัว เพราะเขามีเจตนาที่จะมาสู้คดี
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังบูรพา ได้ประสานงานกับ สภ.คลองลึก เพื่อตรวจด่านเข้เพื่อจะรวบตัวนายอริศมันต์ และนายสุพร เป็นการสั่งการจากส่วนกลางไปหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ขอกรุณาข่าวลือที่ท่านคิดกันเอาเอง มาถามตนนั้น ตนก็ตอบไม่ได้หรอก ถ้าเอาเรื่องจริงมาถามตน ตนก็จะอธิบายได้ ถ้าไปตั้งสมมุติฐานว่าจะเกิดอย่างนั้นอย่างนี้ ตนไม่สามารถจินตนาการไปด้วยได้
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ไม่ได้มีการสั่งการในระดับนโยบายใช่หรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ระดับนโยบายก็ตนน่ะสิ ตนไม่สั่งการเรื่องอย่างนี้ ไม่มีความจำเป็น
เตรียมเดินสายกล่อม พรรคร่วมฯเดินหน้า“ลต.”
นายสุเทพ กล่าวถึงกรณีที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) และ นายเนวินชิดชอบ แกนพรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วย ที่นายกรัฐมนตรีประกาศวันยุบสภาในสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค. เพราะมองว่าเร็วเกินไป และบ้านเมืองยังมีสถานการณ์ความวุ่นวาย ว่า คิดว่าเมื่อมาถึงตอนนี้ก็ต้องเดินหน้า ตามแนวทางที่นายกรัฐมนตรีได้กราบเรียนกับพี่น้อปงระชานเอาไว้ ตนทราบดีว่าการที่จะเตรียมการเลือกตั้งเป็นเรื่องลำบาก และยุ่งยากสำหรับทุกพรรคการเมือง
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ของตนก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน แต่เราคิดถึงส่วนรวมเป็นหลัก พี่น้องประชาน นักธุนรกิจ ผู้ประกอบการกิจการค้าขายทุกฝ่ายเห็นว่าถ้าประเทศไทยได้เริ่มต้นกันใหม่เร็ว ๆ เสีย เหตุการณ์ความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวงก็จะได้หยุดกันเสียที และเราจะได้มาตั้งวหน้าตั้งตาร่วมมือแก้ปัญหากันใหม่ จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ในชั้นนี้กต้องเดินหน้าตามแนวทางที่นายกฯได้เรียนกับประชาชนไว้
ผู้สื่อข่าว ถามว่า จะอธิบายการเร่งประกาศยุบสภาครั้งนี้ มันแตกต่างจากสถานการณ์ก่อนหน้านี้อย่างไร เพราะบางฝ่ายก็ยังมองว่ากลุ่มการเมืองก็ยังคงเคลื่อนไหว ความสงบในบ้นเมืองก็ยังไม่มี จะสำเร็จก็แค่การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้นักการเมือง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าเราได้กำหนดวันยุบสภาให้ชัดเจนทุกคนก็จะได้ปรับตัวได้ การประกาศกำหนดจะยุบสภาในต้นเดือนพ.ค.เป็นการประกาศวาระของการเลือกตั้ง พรรคการเมืองทั้งหลายก็สมควรที่จะไปเตรียมตัวหาผู้สมัคร และจัดทำนโยบายที่จะเสนอต่อประชาชน เตรียมรณรงค์เดินสายอธิบายให้ประชาชนฟังถึงนโยบายที่จะแก้ปัญหาเพื่อให้ประชาชนศึกษาจะได้ตัดสินใจเลือกตั้งได้ ประชาชนก็จะได้มีเวลาติดตามว่าพรรคการเมืองต่างๆ เขาเสนอนโยบายอะไร
“ ถ้าทุกอย่างเป็นไปอย่างนี้ก็จะได้หยุดการเคลื่อนไหวที่จะทำให้เกิดความวุ่นวาย ไม่สงบในบ้านเมืองกันเสียที ไปแข่งขันกันในวาระการเลือกตั้งจะแพ้หรือชนะก็ให้ประชาชนตัดสิน หลังเลือกตั้งมาแล้วพรรคไหนคะแนนเสียงหรือรวบรวมเสียไงด้มากก็ไปจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ เราก็จะเดินหน้าได้ไม่ต้องสะดุด ส่วนที่ว่าทำไมไม่เลือกตั้งกันเสียตั้งแต่เดือนธ.ค. 53 หรือม.ค. 54 เพราะตอนนั้นมันไม่พร้อม เพราะเรามีแนวความคิดที่ต้องปรับเปลี่ยนรัฐธรรมนูญเพื่อให้เอื้อต่อการเริ่มต้นใหม่ หลักเกณฑ์เรื่องวันแมนวันโหวตเป็นเสียงเรียกร้องของฝ่ายต่าง ๆ และต้องให้เวลากกต.เตรียมการระเบียบที่ต้องทำ ระหว่างความจำเป็นที่ต้องใช้เวลา กับความจำเป็นที่จะต้องให้คำตอบกับประเทศนายกฯได้คิดถึงจุดสมดุลที่เหมาะสมแล้วคือต้นเดือนพ.ค.” นายสุเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าว ถามว่า จากความไม่พอใจของพรรคร่วมรัฐบาล ยังมั่นใจจะทำให้ร่างแก้ไขพ..ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ จะผ่านสภา 3 วาระรวดทันประกาศใช้ในปลายเดือนเม.ย.หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของตนที่จะต้องเดินสายทำความเข้าใจกับเพื่อนพรรคการเมืองต่างๆเมื่อเราตกลงว่าจะเดินหน้าเข้าสู่วาระการเลือกตั้ง เราก็ต้องมาร่วมมือกันสร้างเครื่องมือเพื่อให้กกต.ทำงานได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังมั่นใจว่าจะทำความเข้าใจกับพรรคร่วมฯได้ ที่ต้องไปลงเลือกตั้งทั้งที่ไม่เต็มใจ โดยไม่กระทบต่อสัมพันธ์ในการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกทีที่มีกรณีที่ต้องตัดสินใจใหม่ ๆ สื่อมวลชนก็ต้องมาถามว่าตนจะแก้ปัญหากับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างไร ตนเคยเรียนมาตอลดเวลาว่าตนเชื่อในความีเหตุมีผลของแต่ละพรรคการเมือง ตนก็แก้ไขคลี่คลายปัญหาต่าง ๆร่วมกับเพื่อนๆ ในพรรคการเมืองต่างๆมามาได้ดีตลอด คราวนี้เราก็ต้องปรึกษาพูดคุยชี้แจงอธิบายเหตุผล และเชื่อว่าเราก็จะผ่านกรณีนี้ไปได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังมั่นใจหรือไม่ว่ากระบวนการจะเดินไปสู่การเลือกตั้งได้แน่นอน จะไม่มีอุบัติเหตุอะไรระหว่างศึกการซักฟอกรัฐบาลเกิดขึ้นก่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ชีวิตมันมีปัญหาและอุปสรรคทั้งนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่เราต้องตั้งเข็มมุ่ง กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน และเพียรพยายามเดินไปสู่จุดนั้น อย่าวอกแวก อย่างหวั่นไหว ขณะนี้ประชาชนทั้งประเทศไม่ต้องหวั่นไหวสับสน ตั้งหลักพร้อมกันทั้งประเทศว่าเรากำลังเดินหน้าเข้าสู่วาระของการเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า เกรงหรือไม่ว่าการที่พรรคประชาธิปัตย์ไ ปหักหาญน้ำใจเพื่อนพรรคร่วมฯบ่อย ๆ อาจจะเกิดการพลิกขั้วเสียก่อนในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายสุเทพ กล่าวว่า ท่านนายกฯหรือพรรคประชาธิปัตย์ได้ตระหนักในคุณค่าของความเป็นมิตรไมตรีและน้ำใจของเพื่อนเสมอ ไม่ได้กระทำอไรที่เ)นการหักหาญน้ำใจ เพียงแต่อาจจะไม่สอดคล้องกันในทุกเรื่อง แต่พรรคประชาธิปัตย์เองก็ไม่ได้เปรียบเสียเปรียบเพราะกรณีนี้ เพ่อน ๆ ก็คงจะเข้าใจได้
ปชป.ซัดทักษิณบิดเบือนสร้างขัดแย้งในสังคม
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงยืนยันว่าเอกสารที่นายจตุพร พรมหพันธ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำนปช. ระบุว่าก่อนหน้านี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ไปคุยกับนายทหารเพื่อให้ยุบพรรคพลังประชาชนแลกกับการไม่ปฏิวัตินั้น เป็นเอกสารที่ไม่มีข้อเท็จจริง เป็นการใช้จิตนาการใส่ร้าย ทั้งนี้การนำเรื่องดังกล่าวมาพูด เท่ากับการเป็นการใส่ร้ายรัฐบาล และเป็นอุปสรรคให้กับการแก้ไขบ้านเมือง สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โฟนอินมายังการชุมนุม ตนมองว่าเป็นการปลุกระดมให้บ้านเมืองวุ่นวาย เกิดความขัดแย้ง
ด้านนายเทพไท เสนพงษ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรค กล่าวว่าประเด็นที่พ.ต.ท.ทักษิณระบุนั้นเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ทั้งในส่วนที่ระบุว่ามีผู้บารมีแทรกแซงสังคมไม่ให้ได้รับความเป็นธรรม, รัฐบาลยัดเยียดความแตกแยกให้กับสังคม, ทหารเป็นคนฆ่าประชาชนและเผาห้างเซนทรัลเวิร์ด
“หากพ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการความเป็นประชาธิปไตยจริงขอให้บอกคนเสื้อแดงยุติการชุมนุมและกลับเข้าสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แต่การแสดงท่าทีชัดเจนว่าอยากให้รัฐบาลอยู่จนครบวาระ แสดงว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีความพร้อมลงสนามเลือกตั้ง”นายเทพไท กล่าว
“เทพไท”ปูดมีกลุ่มเตรียมเคลื่อนไหวกดดัน ให้กกต.ลาออก
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าภายหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศวันยุบสภาที่ชัดเจน มีกลุ่มที่พยายามเคลื่อนไหวไม่ให้มีการเลือกตั้ง โดยเป็นกลุ่มที่จัดการชุมนุมอยู่ในขณะนี้ เบื้องต้นจะเคลื่อนไหวกดดันให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลาออกเพื่อเกิดสูญญากาศทางการเมือง ไม่มีหน่วยงานเพื่อจัดการเลือกตั้ง เพื่อต้องการตั้งรัฐบาลแห่งชาติขึ้นมาบริหาร รวมไปถึงเคลื่อนไหวจนทำให้เกิดการปฏิวัติ เพื่อเปลี่ยนแปลงระบอบการเมือง อย่างไรก็ตามยังมีหลายกลุ่ม หลายความเห็นกับการประกาศยุบสภา คือ 1.เป็นกลุ่มที่พร้อมลงเลือกตั้ง จึงต้องการให้รัฐบาลยุบสภา 2. กลุ่มที่ไม่พร้อมเลือกตั้ง จึงต้องการให้รัฐบาลอยู่ต่อจนครบวาระ เช่น พรรคเพื่อไทย เป็นต้น
พท.ไม่ห่วง"ภท."นัด"ชทพ."กินข้าว
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวว่า การรับประทานอาหารร่วมกันของพรรคชาติไทยพัฒนากับพรรคภูมิใจไทยในต้นสัปดาห์หน้า ว่า ไม่มีอะไรใหม่ เป็นการต่อรองเรื่องการอภิปรายฯ ทราบว่ารัฐมนตรีจากบางพรรคถึงขั้นกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เรียกข้าราชการไปติวเข้ม และอาจกลัวว่าจะมีเหตุการณ์อย่างที่พรรคเพื่อแผ่นดินงดออกเสียงและโหวตสวน ตนขอเรียกร้องพรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคกิจสังคมว่า หากทราบข้อมูลของฝ่ายค้านที่ชัดเจนแล้ว ต้องมีจริยธรรม มีความรับผิดชอบต่อประชาชน อย่ายกมือสวนความรู้สึกของประชาชน
ท้า "สุเทพ" เซ็นข้อตกลงรับผลเลือตั้ง ใครเป็นที่มีสิทธิ์ตั้งรบ.
นายพร้อมพงศ์แถลงข่าวกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ อ้างคำพูดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับการยุบสภา ว่า พรรคประชาธิปัตย์ยินดีเป็นฝ่ายค้านนั้น นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า เป็นคำพูดที่ดี หากนายสุเทพไม่กล่าวหาพรรคเพี่อไทยว่า ขอให้เลิกป่วน นายสุเทพเป็นรองนายกฯและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ อย่าเอาดีใส่ตัว อย่าเอาชั่วใส่คนอื่น ควรย้อนไปดูสมัยการเลือกตั้ง 23 ธ.ค. 2550 ว่าตอนนั้นพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่วันนี้นายสนธิ ลิ้มทองกุล และนายประพันธ์ คูณมี แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยอมรับว่า พรรคประชาธิปัตย์อยู่เบื้องหลังการขนคนมาต่อต้านรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ตนขอถามว่า เรื่องนี้ควรทำข้อตกลงกันก่อนหรือไม่ว่า หากพรรคที่ได้คะแนนเสียงอันดับหนึ่ง ต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคอันดับที่สองต้องเป็นฝ่ายค้าน โดยให้กลุ่มที่สนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยุติการป่วน นายสุเทพควรตักน้ำใส่กระโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้าง
โวข้อมูลอภิปรายเต็มร้อยแล้ว
นายพร้อมพงศ์กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้นา ว่า ขณะนี้พรรคพร้อมอภิปรายครม.ทั้งสิบคนเเล้ว ตอนนี้ข้อมูลครบร้อยเปอร์เซ้นต์ แต่มีข้อกังวลคือ การตวจสอบคลิปและภาพถ่ายที่จะใช้อภิปราย เพราะวิปรัฐบาลพยายามตรวจสอบคลิปล่วงหน้า พรรคฝ่ายค้านทำหน้าที่ตามกฎหมายอยู่แล้ว หากข้อมูลบิดเบือน พรรคก็จะรับผิดชอบกับข้อมูลนั้นๆ พรรคยังเป็นห่วงการประท้วงในสภา เพราะทราบว่าพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยได้ตั้งองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรีกว่าสี่สิบคน เพื่อประท้วงฝ่ายค้านให้เสียจังหวะและเวลา พรรคขอฝากไปยังนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ต้องทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง เพราะพรรคทราบว่าองครักษ์เหล่านี้ที่ลุกขึ้นมาประท้วงนั้นจะได้รับรางวัลด้วย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ส่วนวันและเวลาการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีนั้น รัฐบาลมักอ้างว่าติดรายการประจำของสถานี พรรคจึงขอเรียกร้องว่า ต้องถ่ายทอดสดอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลโดยละเอียด อย่าใช้วิชามาร เพราะรัฐบาลมีโอกาสชี้แจงในการถ่ายทอดสดครั้งนี้ด้วย และเมื่อเสร็จการอภิปรายแล้ว พรรคจะนำข้อมูลทั้งหมดมาลงเว็บไซต์ของพรรค และมั่นใจว่าข้อมูลทั้งหมดจะน็อกรัฐบาลได้ แม้เสียงโหวตในสภานั้นจะสู้ไม่ได้ แต่มั่นใจเสียงโหวตนอกสภาว่า จะสู้ได้
“รัฐบาลนี้เมาควันบุหรี่และสำลักน้ำมันปาล์มแน่ในการอภิปราย”นายพร้อมพงศ์กล่าว
พันธมิตรฯยื่นสภาค้านJBCชี้เสี่ยงเสียดินแดนพรุ่งนี้
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง พร้อมด้วย นายประพันธ์ คูณมี แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงท่าทีความเคลื่อนไหวล่าสุด โดยระบุว่า ในวันพรุ่งนี้(14 มี.ค.) ตัวแทนกลุ่มพันธมิตรฯ จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อรัฐสภา เพื่อคัดค้านการพิจารณาบันทึกผลการประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย - กัมพูชา หรือ JBC ทั้ง 3 ฉบับ โดยยืนยันว่า การคัดค้านดังกล่าวนั้น เป็นสิ่งที่พันธมิตรฯ ดำเนินการมาโดยตลอด และไม่ใช่เรื่องใหม่ นอกจากนี้ยังเห็นว่า หากพรรคร่วมรัฐบาล หรือบุคคลใดที่มีส่วนการลงมติเพื่อรับร่างดังกล่าวให้ผ่านนั้น กลุ่มพันธมิตรฯ จะดำเนินการเรียกร้องทางกฎหมายเพื่อเอาผิดต่อไป เนื่องจากถือว่ามีส่วนทำให้ประเทศชาติสุ่มเสี่ยงต่อการเสียอธิปไตยของชาติ



