
แท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่3เริ่มละลาย
โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นแถลงแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่เตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 เริ่มละลาย เหตุมีปัญหาระบบระบายความร้อนไม่ทำงานจน ปรับเพิ่มความรุนแรงแผ่นดินไหวจาก 8.8 ริกเตอร์เป็น 9 ริกเตอร์ คาดยอดผู้เสียชีวิตอาจทะลุหลัก 2,000 คน
โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น แถลงวันนี้(13มี.ค.)ว่า เตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หมายเลข 1 ในจังหวัดฟุกุชิมะมีปัญหาระบบระบายความร้อนไม่ทำงานจนขณะนี้เริ่มมีรายงานแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของเตาปฏิกรณ์เริ่มหลอมละลายบางส่วนแล้ว หลังระดับน้ำที่ใช้หล่อเย็นระเหยไปจนทำให้แท่งเชื้อเพลิงโผล่พ้นน้ำขึ้นมา 3 เมตรสัมผัสกับอากาศ แต่ยืนยันว่ายังไม่พบหลักฐานว่าตัวเตาปฏิกรณ์จะหลอมละลาย
เหตุการณ์ล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุระเบิดที่อาคารคอนกรีตซึ่งมีเตาปฏิกรณ์หมายเลข 1 ตั้งอยู่เมื่อบ่ายวันเสาร์ ทำให้หลังคาและกำแพงอาคารพังทลายแต่คอนเทนเนอร์เหล็กที่ครอบเตาปฏิกรณ์รวมทั้งเตาปฏิกรณ์ไม่ได้เสียหาย ทำให้มีคนงานบาดเจ็บ 4 คน และมีสารกัมมันตรังสีรั่วไหลออกมา
ขณะที่มีข่าวว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมาได้ถูกทดสอบให้ทนต่อแผ่นดิวไหวระดับ 7.9 แต่ไม่ใช่ระดับ 8.9 ในครั้งนี้
ส่วนระดับกัมมันตรังสีต่อชั่วโมงที่รั่วไหลจากโรงไฟฟ้า วัดได้ 1,204 ไมโครซีเวิร์ต ช่วงสั้นๆก่อนลดลงมาอยู่ที่ 882 ไมโครซีเวิร์ต สูงเกินกว่าระดับปลอดภัยที่ทางการอนุญาตคือ 500 ไมโครซีเวิร์ต และจำนวนผู้ที่ได้รับสารกัมมันตรังสีเพิ่มขึ้นเป็น 22 คนแล้ว ในจำนวนนี้รวมถึงประชาชน 15 คนในโรงพยาบาลที่อยู่ห่างจากเตาปฏิกรณ์ราว 10 กม.
ปรับเพิ่มความรุนแรงแผ่นดินไหวเป็น9ริกเตอร์
กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับประมาณการณ์ความรุนแรงของแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นนอกชายฝั่งเมืองเซนไดเมื่อวันศุกร์ จาก 8.8 ริกเตอร์เป็น 9.0 ริกเตอร์แล้ว โดยแผ่นดินไหวระดับ 9 คือระดับ "ทำลายล้าง" ทำให้บ้านพัง ตามแถบรอยแยกของแผ่นดิน ท่อน้ำ ท่อแก๊ส ขาดเป็นตอนๆ และทำให้แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดอันดับ 4 ของโลก โดยรุนแรงเท่ากับที่คาบสมุทรคัมชัทกา ประเทศรัสเซียเมื่อปี 2495 และรองจากที่ชิลีปี 2503 ระดับ 9.5 ที่อลาสก้า สหรัฐ ปี 2507 ระดับ 9.2 และที่สุมาตราปี 2547 ระดับ 9.1
ขณะที่มีรายงานว่ายอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวและสึนามิอาจทะลุหลัก 2,000 คน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันขณะนี้มี 800 คน นอกจากนี้ยังพบศพอีก 200 รายนอกชายฝั่งเพิ่มอีกหนึ่งจุดในเมืองฮิกาชิมัตสึชิม่า นอกจากเหนือจากที่พบนอกฝั่งเมืองเซนไดราว 200 - 300 และยังมีผู้สูญหาย 1,167 คนในจังหวัดฟุกุชิมะ ในขณะที่ยังมีข่าวว่ายังไม่สามารถติดต่อประชาชนอีกราว 10,000 ในเมืองมินามิซันริขุ
แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิได้ทำลายบ้านเรือนและอาคารรวมอย่างน้อย 20,820 หลัง เกิดดินถล่มถึง 60 จุด และประชาชนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนมากกว่า 3 แสนคนใน 5 จังหวัด
นายกรัฐมนตรีนาโอโตะ คังจะเดินทางไปสำรวจพื้นที่ประสบภัย และได้สั่งให้กระทรวงกลาโหมเพิ่มกำลังทหารอีกเท่าตัวเป็น 1 แสนนายเข้าไปให้การช่วยเหลือกู้ภัยและบรรเทาทุกข์ในพื้นที่ประสบภัย
ขณะนี้มีความช่วยเหลือจากนานาชาติหลั่งไหลไปยังญี่ปุ่น โดยมีราว 69 ชาติและดินแดน และอีก 5 องค์กรบรรเทาทุกข์ระหว่างประเทศ และทีมกู้ภัยของจีน 15 คนจะเดินทางถึงญี่ปุ่นบ่ายวันนี้ นอกจากนี้ทีมกู้ภัยจากเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์เดินทางมาถึงแล้ว และจากอังกฤษและฝรั่งก็กำลังจะมาเช่นกัน
ญี่ปุ่นตั้งเป้าวางแผนงบประมาณสำหรับการฟื้นฟูบ้านเมืองในพื้นที่ประสบภัย และอาจทำให้ภาระหนี้สาธารณะของประเทศเลวร้ายลงอีก ขณะที่บริษัทประกันภัย ประเมินว่า ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งนี้ อาจทำให้บริษัทประกันภัยทั้งหลายต้อง
ชดเชยความเสียหายรวมประมาณ 10,000-50,000 ล้านดอลลาร์



