
ปชป.มุ่งขายนโยบายเลือกตั้งเต็มสูบ
ปชป.เดินหน้าขายนโยบายเลือกตั้งเต็มสูบ เน้นแก้เศรษฐกิจ-ปัญหาปากท้อง แนะประชาชนเปรียบเทียบกับนโยบายเพื่อไทย ที่เตรียมประกาศช่วงศึกซักฟอก ดาหน้าโต้ พท. ไม่มีล็อบบี้ขวางอภิปรายไม่ไว้วางใจ เสวนาแรงงานถามแรง แน่ใจอย่างไร จะมีการเลือกตั้ง ด้าน"สุนี"ระบุเป็นโ
(13มี.ค.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ เวลา 11.00 น. นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศวันยุบสภาที่ชัดเจน พรรคประชาธิปัตย์เตรียมเดินหน้าประกาศนโยบายเลือกตั้ง ที่ใช้ในการรณรงค์หาเสียงจนกว่าจะมีกฤษฎีกาเลือกตั้ง ซึ่งเน้นงานสานต่อนโยบายของรัฐบาล และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สินค้าแพง และค่าครองชีพของประชาชน เบื้องต้นนั้นเน้นนโยบายเรื่องรายได้ ด้วยการปรับเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร เช่น ปรับราคาประกันข้าว สำหรับข้าวขาว รับประกันเกวียนละ 1.1หมื่นบาท จากเดิมเกวียนละ 1 หมื่นบาท , ข้าวเหนียว รับประกันเกวียนละ 1หมื่นบาทจากเดิม เกวียนละ 9 พันบาท และเพิ่มเพดานการประกันข้าวเป็น 30ตันจากเดิม 25 ตัน นอกจากนั้นยังมีการสร้างหลักประกันด้านสวัสดิการทางสังคมให้กับประชาชน เช่น เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ตั้งกองทุนการออม ใช้มาตรการค่าน้ำ-ไฟฟรี ลดภาระค่าการศึกษา ให้เบี้ยผู้สูงอายุ เป็นต้น ทั้งนี้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคเพื่อไทยที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ถูกวางตัวเป็นนายกฯ และจะมีการประกาศนโยบายขอให้ประชาชนใช้เป็นตัวเปรียบเทียบกับนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์
ดาหน้าโต้พท.ไม่มีล็อบบี้ขวางอภิปราย
ทั้งนี้นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรค แถลงข่าวตอบโต้พรรคเพื่อไทยที่ระบุว่ามีคนของรัฐบาลล็อบบี้ไม่ให้เพื่อไทยอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยยืนยันตรงกันว่าที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมีพฤติกรรมดังกล่าว และเรียกร้องมาโดยตลอดว่าอยากให้เพื่อไทยใช้กระบวนการตรวจสอบในสภา ด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริง อย่าสร้างข้อมูล หรือคลิปที่บิดเบือนข้อเท็จจริง
เสวนาแรงงานถามแรงแน่ใจอย่างไรจะมีเลือกตั้ง
โรงแรมรัตนโกสินทร์ มูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย และ สภาพัฒนาการเมืองได้จัดงานเสวนา ในหัวข้อ “ ยุบสภา ! เลือกตั้งใหม่ ! เล่น (กับ) การเมืองอย่างไร ? ให้แรงงานไทยมีอำนาจต่อรอง ” โดย นางลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ รองประธานสภาพัฒนาการเมือง กล่าวว่า เหตุใดเราต้องยอมให้คนไม่กี่คนมากำหนดอนาคต ทำไมต้องรอให้คนอื่นมาบอกว่าค่าแรงจะขึ้นเท่าไหร่ แม้ว่าครั้งนี้จะตั้งพรรคการเมืองไม่ทัน แต่เราก็อยากเห็นผู้นำแรงงานที่โดดเด่นเข้าไปเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. และหากเข้าไปต้องเข้าไปเป็นทีม เพราะเข้าไปคนเดียวก็โดดเดี่ยว ซึ่งจะทำให้เข้มแข็งมากขึ้น
ขณะที่นาย ศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา นักวิชาการด้านแรงงาน กล่าวว่า เราอาจจะมีการเลือกตั้งเร็วๆนี้ แต่หากฟังเสียงก็มีข้อสงสัย เราแน่ใจหรือยังว่าจะมียุบสภาหรือการเลือกตั้ง เนื่องจากวันนี้มีการพูดถึงการรัฐประหารเพราะยังมีสัญญาณเตือนภัย กล่าวคือสังคมไทยยังยอมรับว่าการรัฐประหารเป็นเครื่องมือแก้วิกฤติทางการเมือง นอกจากนี้หลังการเลือกตั้งความขัดแย้งยังไม่หายไป ยังไม่มีใครมั่นใจว่าจะยอมรับผลการเลือกตั้ง ในส่วนเสื้อเหลืองก็ยังมองหาอำนาจพิเศษ ขณะที่เสื้อแดงก็ต้องการเปลี่ยนแปลงไปสู่รัฐไทยใหม่ วันนี้จึงไม่มีใครฟันธงว่าจะไปถึงจุดเลือกตั้งหรือไม่
นายศักดินากล่าวต่อว่า ในต่างประเทศที่เสียงคนงานดังและมีอำนาจตัดสินใจทางการเมือง แต่ที่ต้องมีคือสังคมที่เป็นประชาธิปไตย และสังคมต้องเอื้อต่อการเปิดพื้นที่ของแรงงาน ขณะที่การเมืองบ้านเรานั้นกันคนงานออกไปนอกเวทีและเป็นเพียงผู้ดูหรือบนท้องถนนเท่านั้น เราถูกปิดให้อยู่เฉพาะการเมืองนอกระบบ นอกจากนี้ขบวนการแรงงานยังไม่มีวิสัยทัศน์ ขาดการตื่นตัวทางการเมืองและไม่ต้องการเข้าไปสู่การเมือง
ด้านนาง สุนี ไชยรส อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า การเมืองไม่ใช่แค่การเลือกตั้งแล้วจบ แม้จะไม่มีการเลือกตั้งการเมืองก็ต้องเดินหน้าต่อไป การที่ผู้นำแรงงานจะก้าวไปสู่ในสภายังไกลอยู่ การเมืองของเรายังต้องต่อสู้ แต่ถ้าเราไม่สู้สังคมเราก็จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้
“รัฐบาลกำหนดวันยุบสภาช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับ วันแรงงาน ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีมาก ที่เราจะเรียกร้องข้อเสนอของแรงงาน ” นางสุณีกล่าว
โดยนาย ชินโชติ แสงสังข์ อดีตประธานสภาแรงงาน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนจะลงเลือกตั้งที่ จ. สมุทรปราการ การที่จะลงใน เขตนี้ก็ต้องอยู่สองพรรคไม่เพื่อไทยก็ประชาธิปัตย์เท่านั้น แต่ที่เลือก ประชาธิปัตย์ เพราะนายกฯพูดเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ นอกจากนี้ยังลงมาเล่นเรื่องแรงงานนอกจระบบด้วยตนเอง
นายชินโชติกล่าวว่า แรงงานไทยต่อให้ตะโกนให้ก้องฟ้า แต่ถ้าไม่มีอำนาจทางการเมืองจะไม่มีทางสำเร็จ ดังนั้นแรงงานต้องเข้าไปเป็นตัวแทน
นางเสน่ห์ หงส์ทอง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคการเมืองใหม่ กล่าวว่า ตนยอมรับว่าไม่ได้เติบโตมาจากกระบวนการแรงงาน แต่มาจากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่นาย สมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ ก็เคยเป็นแกนนำแรงงานจึงอยากให้ช่วยพิจารณา



