
ไฟฟ้านิวเคลียร์ญี่ปุ่นส่อซ้ำเชอร์โนบิล
ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนิวเคลียร์สหรัฐหลายคนออกมาเตือนว่า การที่ญี่ปุ่นใช้วิธีสูบน้ำทะเลเพื่อใช้ในการหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่เจอกับพิษของแผ่นดินไหว เป็นการกระทำที่แสดงถึงความสิ้นหวัง และชี้ว่าเรื่องนี้อาจนำไปสู่เหตุการณ์แบบเดียวกับโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล
พวกเขายังทำนายด้วยว่า ไม่ว่าผลของวิกฤติการณ์โรงไฟฟ้าที่ญี่ปุ่นจะออกมาอย่างไร เรื่องนี้จะส่งผลเสียหายอย่างหนัก ต่อการกลับมาเป็นที่นิยมของพลังงานนิวเคลียร์อย่างแน่นอน
โรเบิร์ต อัลวาเรซ แห่งสถาบันเพื่อนโยบายศึกษา ที่เคยทำงานด้านการจำกัดอาวุธนิวเคลียร์บอกว่า สถานการณ์ที่โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะสิ้นหวังมากเสียจนทางการไม่สามารถสูบน้ำจืดมาทำให้เตาปฏิกรณ์เย็นได้ ก็เลยต้องสูบน้ำทะเลขึ้นมาใช้ ซึ่งเป็นการกระทำที่แสดงถึงความสิ้นหวัง
เขาเรียกมาตรการนี้ว่า 'Hail Mary' pass, ซึ่งเป็นศัพท์แสลงในการแข่งขันอเมริกันฟุตบอล สำหรับความพยายามครั้งสุดท้ายเพื่อที่จะชนะเกมการแข่งขันในช่วงที่เวลาใกล้จะหมด
ปัญหาที่เกิดกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะเรียกว่า station blackout คือการที่ระบบปรับอากาศนอกโรงไฟฟ้าเสีย พร้อมๆกับระบบพลังงานภายในโรงไฟฟ้า ซึ่งในกรณีนี้ก็คือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าน้ำมันดีเซล
เคน เบอร์เกรอน ที่ทำงานกับระบบจำลองอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ บอกว่าปัญหาเรื่องนี้ถูกมองว่ามีความเป็นไปได้น้อยที่จะเกิดขึ้น แต่ก็มองกันมานานแล้วว่ามันเป็นปัญหาที่น่าวิตก ซึ่งก็เท่ากับว่าตอนนี้เราได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีในแผนที่
ผู้เชี่ยวชาญ บอกว่าระบบคอนเทนเนอร์ ที่ครอบเตาปฏิกรณ์มีความแข็งแรงมากกว่าที่เชอร์โนบิล แต่ก็ไม่แข็งแรงเท่ากับที่เกาะทรีไมลส์ ในสหรัฐ ดังนั้น จึงต้องรอดูกันต่อไปว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร
ปีเตอร์ แบรดฟอร์ด อดีตประธานคณะกรรมาธิการด้านกฏระเบียบเกี่ยวกับนิวเคลียร์บอกว่า หากการแก้ปัญหาระบบหล่อเย็นล้มเหลว เมื่อถึงจุดหนึ่ง มันก็จะเหมือนกับที่เชอร์โนบิล เมื่อเราต้องเททรายและคอนกรีตลงไปเพื่อปิดมัน
ขณะโจเซฟ ซิรินซิออนเน่ ผู้เชี่ยวชาญอีกคนบอกว่า อุบัติเหตุที่เกิดกับโรงไฟฟ้าที่ญี่ปุ่น จะอยู่ในอันดับ 1 ใน 3 ของอุบัติเหตุเกี่ยวกับนิวเคลียร์ครั้งที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ ควบคู่ไปกับเหตุการณ์ที่เชอร์โนบิลในสหภาพโซเวียต และที่เกาะทรีไมลส์ในสหรัฐ ถ้ายังไม่สามารถควบคุมอะไรได้
เขาบอกด้วยว่า การที่ปัจจุบันมีสารกัมมันตรังสีซีเซียมอยู่ในชั้นบรรยากาศ แสดงว่าแกนของเตาปฏิกรณ์บางส่วนกำลังละลาย
ระดับสารกัมมันตรังสีรั่วไหลสูงเกินระดับปลอดภัย
ระดับกัมมันตรังสีที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ 1 ในญี่ปุ่น ซึ่งเสียหายหนักจากแผ่นดินไหว จนเกิดการระเบิดเมื่อวาน สูงกว่าระดับมาตรฐานที่ทางการกำหนดแล้ว ซึ่งสำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่นอ้างข้อมูลเรื่องนี้จากบริษัทการพลังงานไฟฟ้าโตเกียว ซึ่งทำหน้าที่ดูแลโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดังกล่าว ที่ระบุว่าระดับกัมมันตรังสีต่อชั่วโมงที่นี่ วัดได้ 882 ไมโครซีเวิร์ต ขณะที่ระดับที่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยออกมาได้คือ 500 ไมโครซีเวิร์ต
ทางการไฟฟ้ายังยอมรับด้วยว่า เตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 ก็มีปัญหากับระบบหล่อเย็นเช่นกัน และมันเป็นเตาปฏิกรณ์ 1 ใน 6 เตาของโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ 1 และ 2 ที่มีปัญหาเรื่องระบบหล่อเย็น หลังไฟฟ้าและเครื่องปั่นไฟสำรองของโรงไฟฟ้าไม่ทำงาน จากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันศุกร์ และเมื่อวันเสาร์ ได้เกิดระเบิดที่โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ 1 ทำให้บางส่วนของอาคารที่เป็นที่ตั้งของคอนเทนเนอร์ ที่ครอบเตาปฏิกรณ์หมายเลข 1 พัง เจ้าหน้าที่ต้องสูบน้ำทะเลมาฉีดใส่เพื่อลดความดัน ทำให้ไอน้ำ ที่สารกัมมันตรังสีอย่างซีเซียม 137 ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
ล่าสุดมีรายงานว่า ที่โรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง มีผู้ที่ถูกตรวจพบว่าเจอกับกัมมมันตรังสีแล้ว 19 ราย เพิ่มเติมจาก 3 รายที่ได้รับรายงานเมื่อวาน



