
มาร์คย้ำปัญหาเปิดเขื่อนปากมูลจำเป็นต้องศึกษาให้ดี
"นายกฯ"ย้ำปัญหาเปิดเขื่อนปากมูลจำเป็นต้องศึกษาให้ดี อ้างหากตัดสินใจเปิดเขื่อนตอนนี้จะกระทบปัญหาภัยแล้งที่กำลังลุกลาม เตรียมตั้งกก.ระดับชาติแก้ปัญหาเกษตรกร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท้าเอาตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นเดิมพัน หากคณะรั
(13มี.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในราย "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ถึงกรณีการชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเขื่อนปากมูล และโฉนดชุมชน ว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้นำข้อเสนอและข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆ นำไปพิจารณาในที่ประชุม ซึ่งได้นำไปสู่การลงนามบันทึกความเข้าใจของกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้อง ที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหา ให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ได้ยื่นข้อเรียกร้องมา โดยเฉพาะปัญหาเรื่องโฉนดชุมชน
ในเรื่องนี้ถือว่าได้รับการแก้ไขในระดับหนึ่ง ส่วนปัญหาเขื่อนปากมูลน่าจะเป็นปัญหาเดียวที่ยังไม่ได้ข้อยุติในการแก้ไขปัญหาอย่าง 100 % โดยข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมได้เรียกร้องให้มีการเปิดเขื่อนถาวร เพื่อต้องการให้ฟื้นฟูระบบนิเวศน์ โดยผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เห็นว่า หากระบบนิเวศได้ถูกฟื้นฟูแล้วจะส่งผลให้วิถีชีวิตโดยเฉพาะการทำประมงจะดีขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเรื่องนี้ ครม. ได้พิจารณาและไม่ได้ติดใจในเรื่องของการผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ในขณะนี้มีปัญหาที่เกิดขึ้น คือ ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีระดับที่ต่ำกว่ากว่าแม่น้ำมูลค่อนข้างมาก อีกทั้งได้มีการสอบถามไปยังคณะอนุกรรมการวิชาการด้านน้ำ เพราะเราเกรงว่า เมื่อมีการเปิดประตูน้ำไปแล้ว อาจจะทำให้แม่น้ำมูลแห้งหรือไม่ เพราะถ้าหากเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นจริงการแก้ไขปัญหาระบบนิเวศน์ตามข้อเรียกร้องก็จะไม่เกิดผล
นายกฯ กล่าวว่า แต่ในทางกลับกันพี่น้องเกษตรกรที่อาศัยน้ำเพื่อทำการเกษตร โดยเฉพาะในเวลานี้เราต้องยอมรับว่าพื้นที่ในประเทศไทยหลายพื้นที่เริ่มเข้าสู่ภาวะความแห้งแล้ง ซึ่งผลจากการสอบถามนักวิชาการเอง ก็ไม่ได้ให้การยืนยันผลที่ชัดเจน 100% ว่าเมื่อมีการประตูเขื่อนสถานการณ์ระดับน้ำในตัวเขื่อนจะเป็นอย่างไร ดังนั้น สิ่งที่เป็นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือการเปิดประตูเขื่อนควรจะเปิดในช่วงเข้าฤดูฝน เพราะเราไม่อยากจะเสี่ยงที่จะเปิดในช่วงฤดูแล้ง อย่างไรก็ตามในระหว่างนี้จะต้องมีการหารือร่วมกันว่า หากจะมีการเปิดประตูเขื่อนควรจะเปิดให้ระดับน้ำอยู่ในระดับใด
นายกฯ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รัฐบาลได้ตัดสินใจในเรื่องการแก้ไขปัญหาให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมเกษตรกรที่ออกมาเรียกร้องในเรื่องดังกล่าวนี้ และอาจจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการระดับชาติขึ้นมา เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นนี้มีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ โดยเฉพาะการประกาศพื้นที่ส่งเสริมการเกษตร ซึ่งจะมีรูปแบบเหมือนกับการส่งเสริมการลงทุนต่างๆ เพราะเราจำเป็นที่จะต้องปกป้องพื้นที่ทางการเกษตรกรรมต่างๆ จะต้องมีหลักประกันว่าจะไม่มีการนำไปขายไปเป็นบ้านจัดสรร หรือนำไปสร้างโรงงานอุตสาหกรรม
อิสสระท้าลาออกหากเปิดเขื่อนปากมูน
นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมรายการบอกข่าวเล่าแจ้งสุดสัปดาห์ ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จ.อุบลราชธานี เพื่อเข้าร่วมการสนทนากับนายกฤณกร ศิลารักษ์ ตัวแทนสมัชชาคนจน เรื่องผลกระทบและทางอออกเขื่อนปากมูน ปรากฏว่า นายกฤษณกร ไม่ได้เข้ามาร่วมรายการ แต่ใช้การโทรศัพท์ร่วมสนทนาในรายการแทน เพราะเกรงปัญหาเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากมีกลุ่มประชาชนประมาณ 1,000 คน ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการเปิดประตูเขื่อนปากมูน เดินทางมารวมตัวด้านหน้าสถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 อุบลราชธานี
นายอิสสระ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2554 มอบหมายให้คณะอนุกรรมการฯที่มีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กลับไปศึกษาผลกระทบการเปิดประตูเขื่อนปากมูน ให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน แล้วเสนอ ครม.พิจารณา ซึ่งตนเองเป็น ส.ส.ในพื้นที่ได้รับทราบจากประชาชน ว่าไม่ต้องการให้เปิดประตูเขื่อน เนื่องจากกระทบต่อปัญหาภัยแล้งรวมทั้งอาชีพเกษตรกรที่การเลี้ยงปลาในกระชังกว่า 500 รายและสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าในพื้นที่กว่า 12,000 ไร่ หากเปิดประตูเขื่อนปากมูน เท่ากับปล่อยน้ำไหล่ลงสู่แม่น้ำโขงที่มีระดับต่ำกว่า 12 เมตร
ส่วนสมัชชาคนจนอ้างผลงานวิจัยเพียง 3 ฉบับ แต่ผลงานวิจัยอีก 8 ฉบับไม่ได้นำมาพูดถึง และเสนอให้มีการจัดทำประชามติกับประชาชนในพื้นที่ใช้น้ำจากเขื่อนปากมูน 6 อำเภอของจ.อุบลราชธานี เมื่อมีมติเกี่ยวกับการเปิดและปิดเขื่อนปากมูลเป็นอย่างไร ก็ดำเนินการตามนั้น ซึ่ง ส.ส.อุบลราชธานี ทั้ง 11 คน ก็ไม่เห็นด้วยกับการเปิดเขื่อนปากมูน
ด้านนายกฤษณกร ศิลารักษ์ ตัวแทนสมัชชาคนจน กล่าวว่า มีผลงานวิจัย รองรับการเสนอเปิดปิดประตูเขื่อนปากมูลได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตประมงของชาวบ้าน ส่วนผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งนั้น ขอให้ทดลองเปิดประตูเขื่อนปากมูลเพื่อให้เห็นข้อเท็จจริง นอกจากนั้น ยังกล่าวว่า รัฐบาลเล่นบท 2 หน้า กล่าวคือได้รับเรื่องรวมทั้งมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ ขึ้นมาศึกษา แต่ไม่มีการตัดสินใจให้เปิดประตูเขื่อนปากมูลตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯ ที่รัฐบาลแต่งตั้งขึ้นมา
ภายหลังการร่วมรายการโทรทัศน์ท้องถิ่นแล้ว นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้กล่าวปราศรัยกับกลุ่มประชาชนที่ให้การสนับสนุนที่ด้านหน้าสถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 อุบลราชธานี ว่า ตนได้ยืนยันคัดค้านการเปิดประตูเขื่อนปากมูล ในการประชุม ครม. ทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554และวันที่ 8 มีนาคม 2554 ซึ่ง ครม. ให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณากับคณะอนุกรรมการฯ แต่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานคณะอนุกรรมการฯ กลับไม่ได้มีการประชุมหารือร่วมกัน ซึ่งเรื่องนี้ตนเองในฐานะที่เป็น ส.ส.ในพื้นที่จึงทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ใช้น้ำและท้าเอาตำแหน่งเป็นเดิมพัน หากครบ 45 วันที่ศึกษาแล้ว ยังมีมติ ครม.ที่ให้เปิดประตูเขื่อนปากมูน ตนก็พร้อมที่จะลาออกจากตำแหน่ง
ประเด็นที่นายกรัฐมนตรี ได้รับเรื่องนี้จากสมัชชาคนจนไว้พิจารณา เป็นเรื่องปกติ แต่ได้ทำให้แกนนำเครือข่ายสมัชชาคนจน ได้นำไปอ้างกับชาวบ้านว่า นายกรัฐมนตรีได้รับเรื่องไว้แล้วตามข้อเสนอของสมัชชาคนจน คือ ให้เปิดประตูเขื่อนปากมูลอย่างถาวรรวมทั้งจัดทำที่ดินทำกินให้คนละ 15 ไร่ ในอัตราไร่ละ 35,000 บาท หรือประมาณ 520,000 บาท ซึ่งเป็นประเด็นที่สมัชชาคนจน นำไปจูงใจให้ชาวบ้านเข้าร่วมการชุมนุม จึงทำให้มีชาวบ้านร่วมลงชื่อให้เปิดประตูเขื่อนกว่า 10,000 ราย ขณะที่ชาวบ้านรายใดที่ไม่ไปร่วมชุมนุมจะต้องจ่ายเงินค่ารักษาชื่อไว้รายละ 500 บาท



