ข่าว

   สถิติไม่ดี

สถิติไม่ดี

13 มี.ค. 2554

** พิธีเซ็นเอ็มโอยูของ 8 หน่วยงาน เพื่อเคลื่อน “โครงการโฉนดชุมชน” ขาดเพียง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม “สุวิทย์ คุณกิตติ” ไม่มาร่วมงาน ตามคาด !!

 ทำให้ช่องลงนามในเอกสารขาดลายมือชื่อ “สุวิทย์” ทำเอาชาวบ้านตาดำๆ ที่มาร่วมงานบ่นกันขรม

 แต่ทราบภายหลังว่าเจ้าตัวยอมเซ็นแล้ว หลังโทรขอโทษขอโพยเจ้าของโปรเจกท์ “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่อ้างว่า “พี่ป่วย” จึงไม่มาร่วมงาน

 แต่สุดท้ายมีการส่งเอ็มโอยูไปให้ "สุวิทย์" เซ็นแกร๊กแล้วจ้า แต่มีเสียงบ่นถึงหัวหน้ากิจสังคมรายนี้ว่ามีสถิติมิค่อยดี ไหนจะไปร่วมงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาลช้าหลังแกนนำกลับบ้านหมดแล้ว

 ล่าสุดเมินร่วมงานระดมทุนของประชาธิปัตย์ แถมไม่เข้าถกครม.นัดล่าสุด จนมีการเตือน อย่าทำแบบนี้บ่อย มันไม่ดีกับการแตะมือสมัยหน้า ฮ่า

 “บันทึกไม่เป็น”

 ขึ้นชื่อว่าเป็นนักการเมืองผู้ทรงเกียรติของประเทศไทยแล้ว สมัยที่ยังเป็น "ส.ส.สมัยแรก" โทรศัพท์ไปหากี่ครั้งถ้าไม่รับสายเองก็จะโทรกลับทันทีที่เสร็จธุระ

 แต่ถ้าเมื่อไหร่ได้เลื่อนชั้นเป็น "รัฐมนตรี" แทบจะนับครั้งได้ที่จะรับสายเอง ส่วนใหญ่แล้วถ้าไม่ใช่คนขับรถรับโทรศัพท์ให้ ก็ต้องคอยหมั่นโทรหาจนกว่า "ท่าน" จะว่างและรับสายเอง

 ไม่เว้นแม้แต่แกนนำม็อบต่างๆ จากเดิมคนธรรมดาที่ให้สัมภาษณ์กระจอกข่าวได้ทุกวัน แต่หากสวมหมวกเป็น "แกนนำม็อบ" เมื่อไหร่ ต้องนัดแล้วนัดอีกกว่าจะได้เห็นหน้า

 แต่ “ธิดา ถาวรเศรษฐ” รักษาการประธานกลุ่มนปช. คงต้องยกเว้นไว้ให้สักคน เพราะสื่อมวลชนโทรศัพท์หาเมื่อไหร่ก็มักจะรับสายเอง หรือถ้าหากไม่ว่างจริงๆ ก็จะไล่โทรกลับสายที่ทิ้ง Miss Call เอาไว้

 วันก่อนได้เจอะหน้าเลยอดไม่ได้ที่จะชื่นชมในความสม่ำเสมอของ “ธิดา” ทำเอาเจ้าตัวยิ้มแก้มปริ ก่อนจะกระซิบเฉลยความจริงให้ฟังว่า

 “ที่ต้องไล่โทรศัพท์กลับไปหาทุกสายที่พี่ไม่ได้รับน่ะ ก็เพราะว่าพี่เมม(บันทึก)เบอร์โทรศัพท์ไม่เป็น เลยกลัวว่าถ้าสายที่ไม่ได้รับเป็นผู้หลักผู้ใหญ่แล้วเดี๋ยวจะมีปัญหา”

 เลยถึงบางอ้อว่า กระจอกข่าวทั้งหลายที่ “ธิดา” จำชื่อได้นั้น ล้วนเป็นฝีมือการเมมเบอร์ไว้ให้ของลูกหากมีเวลาว่างนั่นเอง

 แหม! อย่างนี้สิ ถึงสมกับเป็นแกนนำม็อบลูกทุ่ง เอ๊ย! ม็อบเสื้อแดงจริงๆ

 "นักผจญม็อบ"ผู้ปิดทองหลังพระ
        
 ดูเหมือนจะจบแบบ “แฮปปี้เอนดิ้ง” สำหรับฉากการต่อสู้ของ “ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม” หรือขปส. ก่อนจะเก็บกระเป๋าเสื้อผ้ากลับบ้านก็ได้ร่วมพิธีกรรมเซ็นเอ็มโอยู กับรมต.ที่พิพาทกับชาวบ้าน โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นสักขีพยานในการลงนาม

 กว่าเบื้องหน้าจะออกมา “ลงตัว” แบบนี้ไม่ใช่ง่าย ใครจะรู้บ้างว่า คนที่ปาดเหงื่ออยู่หลังฉาก มือเจรจาข้อตกลงของคนจนกว่า 500 เรื่องคือน้องชายแท้ๆ ของทั่นรัฐมนตรี "สาทิตย์ วงศ์หนองเตย”

 ก็คือ “สาธร วงศ์หนองเตย” ซึ่งทั้งหน้าตา สุ้มเสียง ถอดแบบจากพี่ชายชนิดที่เรียกว่า "พิมพ์นิยม" กันเลยทีเดียว

 “สาธร” ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่เป็น “หนังหน้าไฟ” รับหน้าเมื่อม็อบมาประชิดทำเนียบเดือนกว่าๆ เท่านั้น

 แต่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเขาบุกตะลุยทุกพื้นที่ที่ประสบปัญหาเพื่อเจรจาจัดการปัญหาทุกอย่างของคนจนก่อนที่จะลำเลียงขึ้นสู่โต๊ะประชุมครม.

 เรียกว่าในรอบ 2 ปี ขึ้นเหนือ-อีสาน มากกว่ากลับ จ.ตรัง บ้านเกิดตัวเองเสียอีก

 กว่า 500 กรณีของขปส. “สาธร” บอกว่าเขาทั้งผลักทั้งถีบกลไกรัฐให้เปิดช่องทางแก้ปัญหาอย่างเต็มกำลัง จนสามารถดับทุกข์ให้ชาวบ้านไปแล้วกว่า 300 กรณี ถือว่าเยอะมากสำหรับอายุรัฐบาลแค่ 2 ปี ส่วนปัญหาที่เหลือมี "คณะทำงาน” ติดตามทุกชุดไม่ขาดตกบกพร่อง

 อยากรู้จริงๆ ในแวดวงการเมือง จะมี “คนทำงาน” ที่สนุกกับการ “ปิดทองหลังพระ” เฉกเช่นหนุ่มเมืองตรังคนนี้สักกี่คนกันเชียว