
โพลล์ระบุเสื้อแดงป่วนเวทีอาเซียนสร้างความเสียหายประเทศ
เอแบคโพลล์เผย ปชช.ระบุเสื้อแดงพัทยาบุกประท้วงที่ประชุมอาเซียน สร้างความเสียหายให้ประเทศ พอใจการทำงานตำรวจเพราะไม่มีเหตุรุนแรง แนะทางออกให้ 2 ฝ่ายเจรจายึดหลักสันติ และบังคับใช้กฎหมาย
(10เม.ย.) ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจ “เอแบคเรียลไทม์โพลล์ (Real-Time Survey)” ที่เป็นการสำรวจผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แบบรวดเร็วฉับไวภายในระยะเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง หลังจากมีสิ่งที่ประชาชนสนใจติดตาม โดยครั้งนี้ได้ทำการสำรวจเรื่อง สาธารณชนคิดอย่างไรต่อ การชุมนุมประท้วงของประชาชนต่อต้านรัฐบาล
กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนใน 18 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี ชลบุรี เพชรบุรี สระบุรี กาญจนบุรี แพร่ เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ อำนาจเจริญ หนองคาย สกลนคร ศรีสะเกษ อุดรธานี ขอนแก่น ภูเก็ต ตรังและสงขลา จำนวนทั้งสิ้น 2,178 ครัวเรือน ในวันที่ 10 เมษายน 2552 พบว่า ประชาชนที่ถูกศึกษาร้อยละ 51.9 รู้สึกพอใจต่อคำชี้แจงของนายกรัฐมนตรีที่ออกโทรทัศน์เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในคืนที่ผ่านมา ในขณะที่ร้อยละ 18.1 ไม่พอใจ และที่เหลือร้อยละ 30.0 ไม่ได้ติดตามดู
เมื่อสอบถามถึงความคิดเห็นต่อการชุมนุมประท้วงรัฐบาลด้วยการปิดถนนว่า เป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตยหรือไม่ ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.1 เห็นว่าไม่ปกติธรรมดา ในขณะที่ร้อยละ 36.9 เห็นว่าการปิดถนนเป็นเรื่องปกติธรรมดาในสังคมประชาธิปไตย
เมื่อถามถึงความพอใจต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลสถานการณ์การชุมนุมในขณะนี้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.1 พอใจ เพราะไม่มีการใช้ความรุนแรง ใช้การเจรจา ไม่ทำร้ายประชาชน เป็นต้น ในขณะที่ร้อยละ 23.9 ไม่พอใจ เพราะไม่เด็ดขาด ทำให้คนไม่กลัวกฎหมาย ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ไม่มีตำรวจดูแลความปลอดภัยเพียงพอ เป็นต้น
ที่น่าพิจารณาคือ ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.4 เห็นว่า การชุมนุมประท้วงที่พัทยาขณะมีการประชุมของกลุ่มประเทศคู่ค้าของประเทศไทย มีผลกระทบสร้างความเสียหายต่อประเทศ ในขณะที่ร้อยละ 11.6 เห็นว่าไม่กระทบ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ประชาชนมีจำนวนก่ำกึ่งกันคือ ร้อยละ 50.8 จะตัดสินใจเลือกความอยู่รอดของตนเองและครอบครัว มากกว่าภาพลักษณ์ของประเทศชาติ ในขณะที่ร้อยละ 49.2 จะตัดสินใจเลือกภาพลักษณ์ของประเทศชาติมากกว่า
นอกจากนี้ ผลสำรวจพบด้วยว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.3 เห็นว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้ทำให้ความสุขของคนไทยช่วงสงกรานต์ลดน้อยลง ในขณะที่ร้อยละ 25.7 เห็นว่าไม่กระทบ
และเมื่อถามถึงความอยากดูข่าวอะไรมากกว่ากันระหว่างข่าวคนไทยในเทศกาลสงกรานต์ กับข่าวคนไทยที่เคลื่อนไหวทางการเมือง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 56.2 อยากดูข่าวคนไทยในเทศกาลสงกรานต์มากกว่า ในขณะที่ร้อยละ 27.3 อยากดูข่าวคนไทยที่เคลื่อนไหวทางการเมืองมากกว่า และร้อยละ 16.5 อยากดูทั้งสอง
ประเด็นสำคัญสุดท้ายคือ เมื่อถามถึงทางออกในการแก้ปัญหากลุ่มผู้ชุมนุม (เมื่อตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.6 เห็นว่า การเจรจากันด้วยสันติและเลิกการชุมนุมกันไป เป็นทางออก รองลงมาคือ ร้อยละ 77.2 ให้บังคับใช้กฎหมายดำเนินการให้จบโดยเร็ว ใครผิดว่าไปตามผิด ร้อยละ 55.3 ระบุให้ยุติการชุมนุมให้รัฐบาลทำงานต่อไปก่อน ร้อยละ 46.1 ให้ตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ร้อยละ 33.4 ให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ร้อยละ 10.8 ให้นายกรัฐมนตรีลาออก และเพียงร้อยละ 4.9 เท่านั้น ที่อยากให้มีการยึดอำนาจ ตามลำดับ
ผอ.เอแบคโพลล์ กล่าวว่า ผลสำรวจชี้ชัดว่า ทางออกของสถานการณ์การเมืองขณะนี้ไม่ว่าประชาชนที่ถูกศึกษาอยู่สีใดหรือกลุ่มใดส่วนใหญ่ต้องการให้มีการเจรจากันด้วยสันติและเลิกชุมนุมกันไป หมายความว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังคงต้องการความสงบสุขไม่ได้จางหายไป และต้องการให้กฎหมายเป็นกฎหมาย ใครผิดว่าไปตามผิด จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนมายังประชาชนทุกหมู่เหล่าได้รับทราบและต้องรักษาความดีงามเหล่านี้ไว้เพื่อความอยู่รอดของประเทศชาติและของประชาชนแต่ละคน ถ้าหากสถานการณ์ครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ รัฐบาลและผู้ใหญ่ในสังคมต้องเร่งศึกษาทำให้คนไทยส่วนใหญ่ของประเทศมองว่าความอยู่รอดของประเทศชาติคือความอยู่รอดของประชาชนแต่ละคนโดยมุ่งเน้นไปที่ ความเป็นธรรมในสังคม บรรยากาศทางการเมือง และปัญหาปากท้องของประชาชนและควรมุ่งเน้นที่ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นหลัก



