ข่าว

ญี่ปุ่นยันบึ้มที่รง.นิวเคลียร์ไม่กระทบ

ญี่ปุ่นยันบึ้มที่รง.นิวเคลียร์ไม่กระทบ

12 มี.ค. 2554

รัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันระเบิดที่โรงงานนิวเคลียร์ ฟูกูชิม่า ไอดิชิ 1 ไม่ส่งผลกระทบต่อเตาปฏิกรณ์ แม้นว่ากลุ่มควันพวยพุ่งออกมาและสารกัมมันตรังสีได้เพิ่มความเข้มข้นเป็น 20 เท่า

(12มี.ค.) รัฐบาลญี่ปุ่น ระบุว่า เหตุระเบิดที่บริเวณโรงงานนิวเคลียร์ ในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวขนาด 8.9 ริคเตอร์ และสึนามิ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์แต่อย่างใด

นายยูคิโอะ เอดาโนะ รัฐมนตรีประจำทำเนียบนายกรัฐมนตรี และมือขวาของนายกรัฐมนตรีนาโอโตะ คัง กล่าวว่า การระเบิดที่โรงงานนิวเคลียร์ ฟูกูชิม่า 1 ที่อยู่ห่างไปทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว 240 กิโลเมตร ไม่ได้ทำเกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีแต่อย่างใด
  
ด้านบริษัทผู้ให้บริการกระแสไฟฟ้า โตเกียว อิเล็คทริค พาวเวอร์ โค หรือ เทปโก้ ได้ยืนยันเช่นกันว่า ไม่มีความเสียหายบริเวณคอนเทนเนอร์ที่ทำด้วยเหล็กที่สร้างครอบเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์แต่อย่างใด ส่วนตัวเลขผู้บาดเจ็บยังอยู่ที่ 4 คน ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้เกิดความวิตกว่าเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์จะเกิดการหลอมละลาย เพราะระบบหล่อเย็น หรือ ระบบระบายความร้อนไม่ทำงาน 
 
อาคารปฏิกรณ์ไฟฟ้านิวเคลียร์ญี่ปุ่นบึ้ม

ทั้งนี้สถานีโทรทัศน์ NHK ของประเทศญี่ปุ่น รายงานว่า เกิดเหตุอาคารหลังหนึ่งในจำนวน 1 หลัง ภายในอาณาบริเวณของโรงงานไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ ฟูกูชิม่า ไอดิชิ 1 ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน ขณะที่กลุ่มควันพวยพุ่งออกมา และสารกัมมันตรังสี ได้เพิ่มความเข้มข้นเป็น 20 เท่า

สถานีโทรทัศน์ NHK ระบุว่า ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นในช่วง 10 นาที ก่อนที่จะเกิดควันสีขาวกระจายฟุ้งทั่วโรงงาน เจ้าหน้าที่ทางการเมืองฟูกูชิม่า ระบุว่า เพดานของหลังคาปฏิกรณ์ (reactor building) ได้พังลงมา ทางการระบุว่า ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนสาเหตุของการระเบิด แต่สื่อญี่ปุ่นและผู้เชี่ยวชาญหลายคน ได้เตือนก่อนหน้านี้แล้วว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหลอมละลายของแท่งเชื้อเพลิงภายในเตาปฏิกรณ์ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นแล้วภายในโรงงาน หลังเผชิญแผ่นดินไหวและสึนามิ จนก่อให้เกิดความเสียหายของระบบระบายความร้อน

ทางการได้เตือนประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงให้อยู่แต่ในบ้าน เนื่องจากโรงงานหมายเลข 1 ที่อยู่ห่างไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงโตเกียว ที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการหลอมละลายของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้พยายามซ่อมแซมและอพยพประชาชนกว่า 45,000 คน ออกไปจากรัศมี 10 กิโลเมตร รวมถึงห้ามไม่ให้ประชาชนเปิดเครื่องปรับอากาศ หรือ ดื่มน้ำจากน้ำประปา หลีกเลี่ยงไม่ให้ผิวหนังสัมผัสอากาศภายนอก ปกปิดใบหน้าด้วยผ้าปิดจมูก หรือผ้าขนหนูเปียก

สถานีโทรทัศน์ NHK ระบุว่า ได้ยินเสียงระเบิดเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลา13.30 น. ตามเวลาในไทย และยังเผยแพร่ภาพที่แสดงให้เห็นควันฟุ้งออกมาจากโรงงานและอาคารปฎิกรณ์หลังหนึ่งได้รับความเสียหาย

อย่างไรก็ตามยังไม่ทราบแน่ชัดว่า เกิดระเบิดขึ้นที่ไหนภายในโรงงานนิวเคลียร์ ฟูกูชิม่า ไดอิชิ ในจังหวัดฟูกูชิม่า และยังไม่มีการเปิดเผยถึงสาเหตุด้วยเช่นกัน แต่ผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งบอกว่า การระเบิดเป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรง แต่อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงงานก็เป็นได้

มัลคอล์ม กริมสตัน จากสถาบันด้านพลังงาน , สิ่งแวดล้อมและการพัฒนา ชาธั่ม เฮาส์ ในกรุงลอนดอน ให้ความเห็นว่า ผลกระทบจากอื่น ๆ จากสึนามิ อาจเป็นสาเหตุของการระเบิด

ด้าน สถานีโทรทัศน์ NHK ระบุว่า คนงานที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิด เป็นพวกที่กำลังกอบกู้ระบบหล่อเย็นให้กับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ด้วยการเติมน้ำลงไปเพื่อระบายความร้อน นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ว่า ซิเซียม ซึ่งเป็นสารกัมมันตรังสี อาจเป็นสาเหตุให้แท่งเชื้อเพลิงเกิดการหลอมละลาย และนักวิศวกรได้พยายามทำให้แท่งเชื้อเพลิงเย็นลงด้วยการปั๊มน้ำเข้าไปหล่อเย็น

โฆษกสำนักงานอุตสาหกรรมและนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น ระบุก่อนหน้านี้ว่า สารกัมมันตรังสีได้รั่วออกมาอย่างช้า ๆ จากเตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์ 1 ใน  5 แห่งภายในโรงงาน ทางการญี่ปุ่น ยืนยันด้วยว่า ระบบหล่อเย็นของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 3 ใน 4 เครื่อง ของโรงงานนิวเคลียร์อีกแห่งหนึ่งก็ไม่ทำงานด้วยเช่นกัน

 สังคมเน็ตเครื่องมืออัพเดทแผ่นดินไหวญี่ปุ่น

หลังเกิดแผ่นดินไหว วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 8.9 ริคเตอร์ และตามด้วยสึนามิ ที่ญี่ปุ่น ได้มีข้อความอัพเดทสถานการณ์นับไม่ถ้วนบนหน้าเฟ้ซบุ๊ค และทวิตเตอร์ ซึ่งเปรียบเสมือนสิ่งที่ยืนยันว่า ญี่ปุ่นไม่ได้ประสบความเดือดร้อนแต่เพียงลำพัง

สังคมชาวเน็ต เช่น ทวิตเตอร์ ,เฟ้ซบุ๊ค และมิกซี่ ได้กลายเป็นแหล่งชุมนุมของชาวออนไลน์ทั่วโลก ที่สามารถแจ้งข้อมูลอัพเดทของเพื่อนและครอบครัวในญี่ปุ่น รวมถึงส่งความระลึกถึงและสวดอำนวยพรให้พวกเขา ภายใต้ข้อความเชิญชวนหลากหลาย เช่น เพรย์ฟอร์เจแปน(prayforjapan) ,เจแปน (Japan) , เจแปน เคว้ก (Japanquake) และสึนามิ (tsunami)

ซึ่งจะพบว่า ทั้งสังคมชาวเน็ตและไมโครบล็อก ล้วนได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดี บางอันมีคนทวี้ตข้อความหลายพันข้อความต่อวินาที นักวิเคราะห์จาก เคอร์เรนซ์ อนาลีซิสให้ความเห็นว่า ในขณะที่เทคโนโลยีอย่างอื่น โดดเดี่ยวเราจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก็มีโซเชียล เน็ตเวิร์ค ที่เป็นเครื่องมือที่แสดงศักยภาพในการผนึกกำลังในฐานะเพื่อนมนุษย์และทำให้เราได้ยึดแนวทางปฏิบัติโดยเห็นแก่ประโยชน์ของผู้อื่นเป็นที่ตั้ง และแสดงความเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ชาวทวิตเตอร์ ได้เข้าร่วมในความพยายามช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้วยการโพสต์ข้อความทุกอย่าง ตั้งแต่เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินเพื่อเตือนภัยคนชาติอื่นที่ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่นด้วย รวมถึงตารางการวิ่งของรถไฟและรายชื่อศูนย์พักพิงสำหรับผู้ไร้ที่อยู่อาศัย มีบางคนลงทุนเปิดสตูดิโอของตัวเองให้ผู้ประสบภัยใช้เป็นที่พัก รวมถึงแจกอาหาร น้ำดื่มและมีโทรทัศน์ให้ดูด้วย