
สอบปืนหายแค่บกพร่องไม่ใช่โจรกรรม
คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเหตุอาวุธสูญหายจากค่ายธนะรัชต์ เผยไม่ใช่เป็นการโจรกรรม แต่เป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่เฉพาะบุคคล ที่ทำให้ทรัพย์สินราชการสูญหาย
(12มี.ค.) พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่กองทัพบกได้ตั้ง คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีอาวุธยุทโธปกรณ์ของหน่วยสูญหายทางบัญชี (กองพันทหารราบที่ ๑ ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ จ.ประจวบคีรีขันธ์) โดยมีพลเอกพิเชษฐ์ วิสัยจร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน และมีเจ้าหน้าที่ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเปิดเผยว่า ผลการตรวจสอบมีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ให้การเป็นประโยชน์
ทำให้ในเบื้องต้นสามารถระบุได้ว่าไม่ใช่การโจรกรรม แต่เป็นความบกพร่องและทุจริตของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเฉพาะบุคคล ที่ไม่ได้ปฎิบัติให้เป็นไปตาม “ ระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการตรวจอาวุธและสิ่งของที่จ่ายประจำตัวทหารของหน่วยในกองทัพบก พ.ศ. 2497” ที่กองทัพบกวางมาตรการต่าง ๆ ไว้อย่างเคร่งครัด โดยระเบียบปฏิบัติมีดังนี้ การตรวจประจำวัน เป็นหน้าที่ของผู้บังคับหมู่และผู้บังคับหมวด โดยตรวจเวลาใดก็ได้ การตรวจประจำสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็นหน้าที่ของผู้บังคับกองร้อยหรือผู้แทน และ การตรวจประจำเดือน ตรวจเดือนละ 1 ครั้ง เป็นหน้าที่ของผู้บังคับกองพันหรือผู้แทน ซึ่งในการตรวจจะพิจารณาถึงการรักษาความสะอาด การปรนนิบัติบำรุง การชำรุดหรือสูญหาย อาวุธยุทโธปกรณ์อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ตามอัตรา
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าอาวุธได้ถูกทยอยลักลอบนำออกไปมิได้สูญหายทั้งหมดในคราวเดียวกัน ขณะนี้กองทัพบกสามารถติดตามอาวุธบางส่วนคืนมาได้แล้ว และคณะกรรมการจะใช้ระยะเวลาในการสอบสวนและตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ อย่างต่ำ 15 วัน ก่อนจะรายงานผลการสอบสวนให้กองทัพบกต่อไป อย่างไรก็ตามหากอาวุธที่สูญหายยังไม่ได้คืนจนครบจำนวน อาจมีการติดตามและขยายเวลาในการสอบสวน เพิ่มขึ้น ทั้งนี้กองทัพบกได้เร่งดำเนินการสอบสวนหาผู้กระทำผิดหรือผู้ที่บกพร่องในหน้าที่เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของทางราชการสูญหาย อย่างเต็มที่ และจะดำเนินการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด ส่วนรายละเอียดความคืบหน้าจะชี้แจงให้ทราบต่อไป



