ข่าว

บรรหารค้านมาร์คยุบสภาต้นเดือนพ.ค.

บรรหารค้านมาร์คยุบสภาต้นเดือนพ.ค.

12 มี.ค. 2554

"อภิสิทธิ์"ขำแพ็คคู่ชทพ.-ภท.นัดกินข้าวเพิ่มอำนาจต่อรอง ชี้เป็นสิทธิ์และแนวทางของแต่ละพรรค ตอบไม่ชัดอนาคตจะร่วมรัฐบาลอีกหรือไม่ ยังรับคีย์แมนบางพรรคติงยุบสภาเร็วไป

 เมื่อเวลา 06.40 น.วันที่ 12 มี.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินความวุ่นวายภายหลังประกาศช่วงวันที่ยุบสภาในสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค.ว่า เหตุวุ่นวายไม่ควรจะมี ควรจะทำให้มีความชัดเจนทางการเมือง  ทุกฝ่ายจะได้เข้าใจว่าเรากำลังดินเข้าสู่กระบวนการของการเลือกตั้ง

ส่วนความรู้สึกโล่งใจขึ้นหรือไม่หลังประกาศช่วงวันยุบสภา นายอภิสิทธิ์ ยิ้มพร้อมกล่าวว่า “ ไม่ใช่เรื่องว่าผมจะโล่งหรอกครับ ผมคิดว่าขณะนี้ประชาชนต้องการความชัดเจนเพราะสถานการณ์ของบ้านเมืองกำลังนำไปสู่โอกาสของการที่ประชาชนควรจะได้ชี้ว่าการแก้ปัญหาต่อไปควรเป็นอย่างไร น่าจะเดินหน้าในการแก้ปัญหาอย่างไรมากกว่าที่จะปล่อยให้เกิดสภาพความอึมครึมเหมือนกับประเทศไม่สามารถที่จะหลุดพ้นจากหลายสิ่งหลายอย่างได้ อยากให้เสียงส่วนใหญ่มีโอกาสได้ชี้ เพราะว่าวันนี้มีแต่เสียงดังดังของหลายกลุ่ม”

 เมื่อถามว่าการตัดสินใจยุบสภามีนักการเมืองหลายกลุ่มไม่พอใจตอนนี้มีปฏิกิริยาออกมาอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไร แต่โดยธรรมชาติก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่ามีเพื่อนผู้แทนฯจำนวนหนึ่งที่บอกว่ายังไม่ต้องการเลือกตั้ง แต่อย่างที่ตนย้ำวันนี้ถึงเวลาของเสียงส่วนใหญ่มากกว่าที่จะเป็นเรื่องของนักการเมือง เป็นเรื่องของกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเดียว

 ต่อข้อถามที่ว่าได้คุยกับคีย์แมนของพรรคภูมิใจไทยและพรรคชาติไทยพัฒนาหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยบ้าง บางท่านก็เห็นด้วยบางท่านก็บอกว่าเร็วไป ส่วนการนัดรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันของพรรคภูมิใจไทยและพรรคชาติไทพัฒนาในวันที่ 14 มี.ค. ก็มีการนัดมาก่อนล่วงหน้า ไม่เกี่ยวกับเรื่องของความไม่เห็นด้วยในเรื่องของการยุบสภา ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

 ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเป็นแพ็คเกตคู่ในการต่อรองร่วมรัฐบาลครั้งหน้าหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ หัวเราะแล้วกล่าวว่า “ไม่ทราบครับ คงต้องให้ทั้งสองพรรคเขาคุยกัน” เมื่อถามย้ำว่าจะเป็นการเพิ่มอำนาจต่อรองในอนาคตหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า แต่ละพรรคการเมืองมีสิทธิในการตัดสินใจในการกำหนดแนวทางการทำงานของการเมือง เราไปก้าวก่ายไม่ได้

 ต่อข้อถามที่ว่าแสดงว่ายังไม่สามารถพูดชัดเจนได้ว่าหลังการเลือกตั้งแล้วพรรคร่วมรัฐบาลอนาคตจะสามารถจับมือกันไดอยู่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า   ต้องถามทางแต่ละพรรค เราไม่สามรถกำหนดทิศทางการเมืองของพรรคอื่นได้” แต่ในแง่การทำงานขณะนี้แม้เวลาจะเหลืออยู่ประมาณเดือนกว่า ๆ ทุกพรรคต้องร่วมกันแก้ปัญหาประเทศส่วนการกำหนดทิศทางทางการเมืองก็เป็นสิทธิของแต่ละพรรค

 เมื่อถามว่าการนัดกินข้าวของสองพรรคจะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้สะดุดก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่ามันน่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ แต่โดยระบบการเมืองก็ต้องว่ากันไปตามกติกา

 ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ถือว่ามีความพร้อมแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคก็ต้องพร้อม และความจริงทั้งพรรคและลูกพรรคก็ทราบดีอยู่แล้วว่าเราประกาศชัดเจนว่าจะมีการเลือกตั้ง ทุกคนก็ได้รับทราบมาโดยตลอดว่าเหตุการณ์การยุบสภาจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

 ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะชูนโยบายอะไรในการหาเสียง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ เดินหน้าครับ เดินหน้าประเทศไทยในการที่จะเอานโยบายเพื่อประชาชนมาแก้ปัญหาปากท้อง เรื่องของการเพิ่มรายได้ให้ประชาชน

 ต่อข้อถามที่ว่า ในส่วนการลงพื้นที่ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งที่มีอยู่จะลงพื้นที่อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาอาจจะมีขลุกขลักบ้าง แต่เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมาตนสอบถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และได้ฝากในภาพรวมว่าทำอย่างไรให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยความจริงตามกฎหมาย เมื่อมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง ผู้ใดไปทำอะไรซึ่งเป็นการขัดขวางหรือเกิดความไม่เรียบร้อยก็มีปัญหาแน่ มีความผิดทางกฎหมาย ซึ่งกกต.ยืนยันว่ารายละเอียดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมของพรรคการเมืองหรือนักการเมืองในกฎหมายมีอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งถึงจะทำให้กกต.มีอำนาจในตรงนี้ได้

 เมื่อถามว่ากกต.หนักใจหรือเป็นห่วงอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กกต.บางท่านก็ยังกังวลในเรื่องของข้อกฎหมาย แต่หลังจากการพูดคุยกันก็น่าจะมีความสอดคล้องกันว่าถ้าหากเป็นกรณีที่มีปัญหาว่ากหมายที่ไม่เสร็จ ตัวระเบียบต้องเข้ามารองรับได้อยู่แล้วตามรัฐธรรมนูญมาตรา 7 ของฉบับที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม วันนี้กกต.พร้อมอยู่แล้วในเรื่องของการตัวกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ยังไม่มีการประชุมกกต.ทั้ง 5 ท่านเพื่อออกเป็นมติ ซึ่งกกต.ชี้แจงว่าร่างกฎหมายลูกทั้ง 3 ฉบับ กกต.สามารถสงให้สภาได้ในสัปดาห์หน้า เพราะต้นสัปดาห์กกต.ทั้งหมดจะประชุมหารือกัน

 เมื่อถามว่าจะหารือกับวิปทั้งสองฝายเพื่อให้พิจารณากฎหมาย 3 วาระรวดหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ก็คงจะขอ ส่วนจะพิจารณาได้ 3 วาระเลยหรือไม่ก็คงต้องหารือกัน เพราะมีสองฉบับเนื้อหาสั้นมาก ฉบับหนึ่งมีมาตราเดียว อีกฉบับหนึ่งมี 7 มาตรา ส่วนฉบับที่ยาวที่สุดมี 33 มาตรา ซึ่งร่างกฎหมายฉบับนี้สามารถออกระเบียบได้แทนอย่างแน่นอน นั่นก็คือหากมีข้อติดขัดอะไรก็สามารถใช้ระเบียบได้แทน 

 ถามว่ากกต.กังวลเรื่องความรุนแรงที่มีอยู่ยังกังวลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การหารือวานนี้เป็นการพูดในเชิงหลักการ โดยกกต.ยืนยันว่าจะสามารถทำงาไนด้อย่างเต็มที่เมื่อมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งแล้ว เมื่อถามว่ายังจำเป็นต้องใช้กฎหมายความมั่นคงตามที่กกต.เสนอหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กกต.พูดแต่เพียงว่าสถานการณ์ทั่วไปฝ่ายบริหารก็มีอำนาจในการใช้กฎหมายเหล่านี้อยู่แล้ว และโดยหลักเราก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องไปถึงขั้นนั้น

บรรหารค้านมาร์คยุบสภาต้นเดือนพ.ค.

 นายบรรหาร ศิลปอาชา ที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์โดยแสดงความไม่เห็นด้วยที่นายกฯประกาศจะยุบสภาช่วงต้นเดือน พ.ค. เพราะมองว่าสถานการณ์บ้านเมืองซึ่งมีปรากฏการณ์การชุมนุมยังไม่คลี่คลาย อีกทั้งยังไม่มีการแก้ไข ร่างพ.ร.บ.ประกอบรธน.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ตนไม่มีอำนาจที่จะไปกำหนดใดๆ ได้เพราะเป็นอำนาจของนายกฯ

 "เมื่อวาน นายกฯได้โทรศัพท์มาหาผม ว่าจะยุบสภาสิ้นเดือน พ.ค. ผมจึงบอกไปว่าไม่ไหวแล้วหรือ ทำไมไม่อยู่คลี่คลายสถานการณ์ก่อน ผมก็ได้แต่ให้กำลังใจท่านนายกฯ" นายบรรหาร กล่าว

สุเทพบรรยายคนรุ่นใหม่ปชป.ไม่อนุญาตให้สื่อฟัง

 เมื่อเวลา 09.15 น. ที่โรงแรมเมอร์เคียว ฟอร์จูน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ   รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาบรรยายในงาน “ หลักสูตรผู้นำทางการเมือง: รุ่นใหม่อนาคตไทย ” ซึ่งนายสุเทพจะกล่าวบรรยายในหัวข้อการวางแผนเลือกตั้งให้แก่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่เข้าร่วมการอบรมรับฟัง ซึ่งการบรรยายครั้งนี้ไม่ให้สื่อมวลชนร่วมรับฟังเนื่องจากเกรงว่าจะนำสิ่งที่พูดในห้องไปขยายผลให้เกิดความเสียหายได้ ทั้งนี้นายสุเทพได้กล่าวตอนหนึ่งก่อนบรรยายว่า “ที่เราจัดงานอย่างนี้เพราะเราอยากคุยกับคนของเราแบบกันเองแบบลึกๆ และอยากให้อยู่ในวงของเรา”