
พบศพ200-300นอกชายฝั่งเซนไดญี่ปุ่น
อัลจาซีรา-เอ็นเอชเคทีวีรายงานพบศพราว 200-300 ศพนอกชายฝั่งเมืองเซนไดญี่ปุ่น ขณะที่สนามบินเซนไดเสียหายหนัก สึนามิน้อยๆโผล่ฟิลิปปินส์อินโดฯพร้อมอพยพ
(11มี.ค.) สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานอ้างการเปิดเผยของตำรวจญี่ปุ่นว่า พบศพอย่างน้อย 200 ศพในพื้นที่ชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ขณะที่สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคของญี่ปุ่นรายงานว่า พบศพราว 200--300 ศพนอกชายฝั่งเมืองเซนไดขณะเดียวกันศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิก รายงานว่า เห็นคลื่นสึนามิระลอกแรกซัดเข้าสู่ชายฝั่งของฮาวายแล้วเมื่อเวลาเกือบ 3.24 น.ตามเวลาท้องถิ่นหรือราว 20.24 น.ตามเวลาไทย
ขณะเดียวกันสำนักข่าวเกียวโดรายงานว่ารถไฟโดยสารขบวนหนึ่ง ถูกคลื่นยักษ์สึนามิซัดหายไป เบื้องต้นไม่ทราบแน่ชัดว่ามีผู้โดยสารอยู่ในขบวนรถกี่คน ด้านนายทาเคคิ มัตซึโมโตะ รัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ของญี่ปุ่น ร้องขอให้กองทัพสหรัฐที่ประจำการอยู่ในญี่ปุ่น เข้ามาช่วยเหลือบรรเทาภัยพิบัติที่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกันสำนักข่าวประเทศรัสเซียรายงานว่า ตัวเลขของผู้เสียชีวิตอาจจะมากกว่า 1 พันคน
สนามบินเซนไดเสียหายหนัก
สนามบินเซนได ในจังหวัดมิยากิ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทั้งนี้ภาพจาก NHK ได้แดงให้เห็นว่า สนามบินเซนได และรันเวย์โดยรอบ ถูกน้ำท่วม และไม่เห็นเครื่องบินอยู่ในบริเวณเทอร์มินอลแต่อย่างใด ซึ่งภายหลังพบว่า ความรุนแรงของสึนามิ ได้พัดพาเอาเครื่องบินไหลไปรวมกับรถยนต์ที่ถูกพัดลงทะเลก่อนหน้านี้
ด้านสนามบินฮาเนดะ และสนามบินนาริตะ ในกรุงโตเกียว ได้ปิดให้บริการ แม้จะมีรายงานออกมาบางช่วงว่า สนามบินฮาเนดะ สามารถเปิดให้บริการได้แล้ว ด้านโฆษกของสนามบินนาริตะ บอกว่าสนามบินได้ปิดให้บริการ แม้ว่าจะไม่ได้รับความเสียหาย แต่ก็พร้อมจะเปิดให้บริการใหม่ แต่ยังไม่ได้ระบุเวลาไว้ว่าจะเริ่มต้นได้เมื่อใด ส่วนสนามบิน ชูบู เซนแทร ในเมืองนาโงย่า ระบุว่า ไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว และเปิดให้บริการได้ตามปกติ
สึนามิน้อยๆโผล่ฟิลิปปินส์อินโดฯพร้อมอพยพ
ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวของฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า ได้เกิดคลื่นสึนามิขนาดย่อม พัดเข้าสู่ชายฝั่งของฟิลิปปินส์ แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย หรือ ผู้บาดเจ็บ เนื่องจากคลื่นมีความสูงระหว่าง 30 เซ็นติเมตร ถึง 1 เมตรเท่านั้น แต่ก็ทำให้ประชาชนหลายพันคน พากันอพยพออกจากบ้านเรือน ในบริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกของประเทศ ด้านสถาบันแผ่นดินไหวและภูเขาไฟของฟิลิปปินส์ ระบุว่า สึนามิลูกแรก มีความสูงเพียง 60 เซ็นติเมตร ตอนที่พัดเข้าสู่ชายฝั่งของจังหวัด คากายัน
ทางสถาบันได้จับตาการเกิดสึนามิ 4 ลูก ภายในเวลา 1 ชั่วโมง และยังได้ประกาศเตือนภัยสึนามิใน 19 จังหวัด ตลอดแนวชายฝั่งตะวันออก และสั่งอพยพประชาชน การเดินทางไปยังพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกโดยทางเรือถูกระงับทั้งหมด ทำให้ผู้โดยสารหลายร้อยคน ติดอยู่ที่ท่าเรือ สำนักงานป้องกันภัยพลเรือน ระบุว่า ประชาชนกวา 7 พันคน ต้องอพยพออกจากบ้านเรือน ในชุมชนชายฝั่งของจังหวัดคากายัน เพราะหวาดกลัวสึนามิ เช่นเดียวกับจังหวัดอิซาเบล่า ก็อพยพประชาชนกว่า 3,200 คนด้วย
ประธานาธิบดีเบนิโญ่ อากิโน่ ที่ 3 ที่อยู่ระหว่างการเยือนสิงคโปร์ ได้เรียกร้องให้ชาวฟิลิปปินส์ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ เชื่อฟังคำเตือนของทางการเพื่อความปลอดภัย ซึ่งผู้นำฟิลิปปินส์ มีกำหนดเดินทางกลับกรุงมะนิลา ในวันนี้
ส่วนที่อินโดนีเซีย ก็ตรวจจับสึนามิความสูง 40 เซ็นติเมตร ที่เกาะมานัส ในปาปัว นิว กินี แต่ไม่มีข้อมูลจากพื้นที่ในปาปัว นิวกินี ในพื้นที่ครึ่งของของอินโดนีเซีย บนเกาะ นิว กินี
แต่ทางการได้เตือนว่าอาจจะเกิดสึนามิ ที่หมู่เกาะโมลุกกะ ที่เป็นที่ตั้งของจังหวัดฮัลมาเฮร่า , สุลาเวสีเหนือ และพื้นที่ตะวันออกไกลของปาปัว
ประชาชนหลายพันคน ในพื้นที่ทางตะวันออกของอินโดนีเซีย ได้อพบยพจากบ้านเรือนไปขึ้นที่สูง หลังจากทางการเตือนภัยสึนามิ และยังคงตื่นตัวรับสถานการณ์ และใช้มาตรการ
ที่จำเป็น
สถานีโทรทัศน์ เมโทร ทีวี รายงานว่า ประชาชนในเมืองมินดาเนา บนเกาะสุลาเวสี ได้เตรียมตัวอพยพเช่นกัน และมีการเตรียมพร้อมสำหรับการส่งทีมกู้ภัยไปยังพื้นที่เปราะบางด้วย
ภูเขาไฟปะทุพ่นแก๊สและลาวาในอินโด
ทางการอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ภูเขาไฟการันเกตัง ที่ได้ชื่อว่า มีการปะทุบ่อยที่สุดลูกหนึ่งของอินโดนีเซีย ได้เกิดการปะทุขึ้น ส่งผลให้ลาวาและกลุ่มแก๊สพวยพุ่งออกมา และไหลลงไปตามเชิงเขา ทางการกำลังพยายามอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณเชิงเขาออกไป แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายร้ายแรง หรือผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด
ภูเขาไฟ การันเกตัง ซึ่งมีความสูง 5,853 ฟุต ตั้งอยู่บนเกาะเซียอู ในหมู่เกาะสุลาเวสี และเพิ่งจะปะทุครั้งสุดท้าย ไปเมื่อเดือนสิงหาคม ขณะที่อินโดนีเซีย ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่เป็นที่ตั้งภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า " วงแหวนแห่งไฟ " ที่เป็นที่ตั้งของภูเขาไฟ และรอยเลื่อนแปซิฟิก อีกด้วย ส่วนการปะทุล่าสุด ได้มีขึ้นหลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงที่ญี่ปุ่น และเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ
มีรายงานประชาชนบนเกาะมินดาเนา ทางตะวันออกเฉียงเหนือ หลายพันคน ได้พากันหนีออกจากบ้านเรือน หลังทางการประกาศเตือนภัยสึนามิ ที่อาจสูงถึง 6 เมตร ในขณะพัดเข้าสู่พื้นที่ชายฝั่ง มีหลายคนกระโดดขึ้นรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ มุ่งหน้าขึ้นที่สูง ท่ามกลางเสียงไซเรน อีกหลายคนไปอยู่ในมัสยิด สถานีตำรวจ หรือไม่ก็ค่ายทหาร
มทภ.1เชื่อสึนามิไม่กระทบไทยแต่พร้อมรับมือ
พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น ที่หลายฝ่ายมมองว่าอาจจะกระทบเข้ามายังฝั่งไทยบริเวณ จ.นราธิวาสว่า กองทัพบกคงจะมอบหมายให้ทหารในพื้นที่ดูแลรับผิดชอบ ส่วนจะมีการนำทหารในภาคกลางลงไปช่วยดูแลหรือไม่ เป็นนโยบายอยู่แล้วว่าหากเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ ทหารในพื้นที่จะต้องช่วยคลี่คลายอย่างทันท่วงที ซึ่งหากกำลังไม่เพียงพอก็สามารถขอสนับสนุนได้ แต่เท่าที่รับทราบรายงานขณะนี้เชื่อว่าไม่น่าจะกระทบกระเทือนถึงประเทศไทย



