
อนาคต"เกาะญี่ปุ่น"เสี่ยงจมท้องสมุทร
ภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวยังคงเขย่าขวัญคนทั่วโลก เพราะไม่มีใครสามารถพยากรณ์ล่วงหน้าว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด และเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็รวดเร็วจนแทบตั้งตัวไม่ทันนำมาซึ่งความสูญเสียมหาศาล อย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นกับเมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ และล่าสุดเมื่อเกิดขึ้
ขณะเดียวกัน ประเทศที่อยู่รายล้อมประเทศไทยไม่ว่าจะเป็น จีน อินโดนีเซีย และลาว ก็เกิดแผ่นดินไหวอยู่เนืองๆ เมื่อโลกทั้งโลกเริ่มสั่นไหวประเทศไทยจะรอดพ้นภัยพิบัตินี้หรือไม่
ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้เชี่ยวชาญแผ่นดินไหว จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) ยืนยันว่า แผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ ไม่น่าจะส่งผลกระทบมาถึงประเทศไทยมากนัก และจากการติดตามการเกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่เกิดเหตุ พบว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้มีความมีรุนแรงมาก วัดความสั่นสะเทือนได้ระดับสูงสุดถึง 8.9 ริกเตอร์ ในประวัติศาสตร์การเกิดแผ่นดินไหวของญี่ปุ่นพบไม่บ่อยมากนัก ส่วนคลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ก็ไม่น่าจะมีผลกระทบมาถึงประเทศไทย หรือมีผลกระทบก็น้อยมาก ไม่มีพลังที่จะทำลายล้างได้
"การเกิดแผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ ไม่ได้เกินความคาดหมายของนักวิชาการ นักธรณีวิทยา หรือผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว เนื่องจากบริเวณนี้ เป็นรอยเลื่อนของเปลือกโลกอยู่แล้ว ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงในการเกิดแผ่นดินไหวอาจจะมีความรุนแรงกว่านี้หรือน้อยกว่านี้ เพียงแต่ความรุนแรงครั้งนี้มากกว่าในอดีต และการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนที่อยู่กลางทะเลแน่นอนที่สุด ย่อมเกิดคลื่นสึนามิตามมา ซึ่งคลื่นยักษ์ที่เกิดขึ้นในไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เรียกว่า เมนช็อก หลังจากนี้จะมีอาฟเตอร์ซ็อกตามมาอีกแน่นอนแต่คงไม่มีความรุนแรงกว่าครั้งแรก" ดร.เป็นหนึ่งวิเคราะห์
ดร.เป็นหนึ่งมองว่า การเกิดแผ่นดินไหวในปัจจุบันนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นมากกว่าในอดีต เมื่อตรวจสอบย้อนหลังไป 20 ปี พบว่า การเกิดแผ่นดินไหวยังอยู่ในสถิติเฉลี่ยเท่าเดิม ไม่ได้มากขึ้นหรือน้อยลง เพียงแต่ปัจจุบัน มีพลเมืองมากขึ้น ชุมชนขยายตัว เมื่อเกิดภัยพิบัติแผ่นดินไหวจึงสร้างผลกระทบต่อชุมชนมากกว่าในอดีต
ด้าน ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวถึงการเกิดคลื่นยักษ์ในขณะนี้ว่า น่าจะมีความรุนแรงและความสูญเสียน้อยกว่าที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อน อย่างไรก็ตาม จากการติดตามความเคลื่อนไหวเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ ยังมีความเป็นห่วงรอยเลื่อนอีกจุดหนึ่งที่อยู่ใกล้กรุงโตเกียวเมืองหลวงของญี่ปุ่น
"ประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่บนรอยเลื่อนริงออฟไฟร์พอดี ซึ่งยังมีพลังงานหลงเหลืออยู่ และนักธรณีวิทยาก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า หากเกิดแผ่นดินไหวระดับรุนแรงต่อเนื่องที่บริเวณรอยเลื่อนแห่งนี้ ประเทศญี่ปุ่นอาจหายไปได้ทั้งเกาะเลยทีเดียว และถึงแม้แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น ประเทศไทยต้องคอยระวังผลกระทบด้วย เพราะอะไรก็ไม่แน่นอน แต่ประเทศที่ได้รับผลกระทบแน่นอนคือ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ เกาะกวม หมู่เกาะฮาวาย และตอนเหนือของนิวซีแลนด์ ทั้งนี้ประเทศไทยต้องติดตามคำเตือนของศูนย์เตือนภัยพิบัติอย่างใกล้ชิด" ดร.สมิทธเตือน
นักล่าแผ่นดินไหว
เหตุการณ์แผ่นดินไหวอุบัติขึ้นบ่อยครั้งในช่วงเวลานี้ สร้างความสูญเสียให้ผู้คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 22-23 กุมภาพันธ์ 2554 เกิดขึ้นที่เมืองไครสต์เชิร์ช-นิวซีแลนด์ และที่เมืองไชยบุรี ส.ป.ป.ลาว หลายจังหวัดของประเทศไทยรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ อาทิ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ เลย และหนองบัวลำภู ได้ก่อให้เกิดภาวะหวาดกลัวตื่นตระหนกไม่น้อย และยังสร้างความเสียหายแก่ "พระธาตุแช่แห้ง" ศาสนสถานสำคัญคู่เมืองน่านอีกด้วย
"รชฏ มีตุวงศ์" ได้ติดตาม "นักล่าแผ่นดินไหว" ออกสำรวจแนวรอยเลื่อนสำคัญแถบจังหวัดน่าน-อุตรดิตถ์ 1 ใน 13 รอยเลือนที่มีพลัง ผ่าน www.oknation.net/blog/LOSTGEO เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า ได้ติดตาม "กิตติ ขาววิเศษ" และ "ปรีชา สายทอง" สองนักธรณีวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว ลงพื้นที่และเล่าตำนาน "พระธาตุดินไหว" ตั้งอยู่ที่วัดศาลา ต.เจดีย์ชัย อ.ปัว จ.น่าน พร้อมเล่าถึงตำนานที่มาของชื่อพระธาตุ ซึ่งเขาได้เลือกทำวิทยานิพนธ์ "ศึกษาแนวรอยเลื่อนปัว"
โดยทฤษฎีการเกิดแผ่นดินไหวที่ถูกยอมรับมีอยู่ 2 แบบ คือ ทฤษฎีว่าด้วยการคืนตัวของวัตถุ หรือการสั่นสะเทือนเกิดจากการเคลื่อนที่ของรอยเลื่อน และแผ่นดินไหวที่มีกลไกกำเนิดเกี่ยวข้องโดยตรงกับรอยเลื่อนมีพลัง ซึ่งรอยเลื่อนมีพลัง (active fault) ก็คือรอยเลื่อนที่เคยมีประวัติการเลื่อนตัวอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วงเวลา 11,000 ปี
ปัจจุบันมี 13 กลุ่มใหญ่ พาดผ่านพื้นที่ 22 จังหวัด คือ กลุ่มรอยเลื่อนแม่จัน แม่ฮ่องสอน แม่ทา เถิน อุตรดิตถ์ พะเยา เจดีย์สามองค์ ศรีสวัสดิ์ เมย ระนอง คลองมะรุ่ย ท่าแขก และรอยเลื่อนปัว
จากผลการศึกษาสรุปได้ว่ากลุ่มรอยเลื่อนปัววางตัวในแนวเหนือ-ใต้ ด้วยความยาวประมาณ 130 กิโลเมตร และระบุได้ว่าเคยทำให้เกิดแผ่นดินไหวมาแล้วอย่างน้อย 4 ครั้ง ครั้งแรกเกิดก่อน 7 หมื่นปี ครั้งที่ 2 เกิดเมื่อประมาณ 5,000 ปี ครั้งที่ 3 เมื่อ 2,000 ปี และครั้งล่าสุด เกิดตอนที่เริ่มสร้างพระธาตุดินไหวนั่นเอง
การทำงานของนักล่าแผ่นดินไหว จะเริ่มการรวบรวมข้อมูลในอดีต อาทิ จากพงศาวดาร หรือตำราประวัติศาสตร์ พร้อมทั้งข้อมูลที่ได้จากเครื่องมือวัดแผ่นดินไหวสมัยใหม่ ส่วนนี้จะทำให้ได้แผนที่การกระจายตัวของการเกิดแผ่นดินไหว แล้วแปลภาพดาวเทียมและภาพถ่ายทางอากาศ ในพื้นที่ที่คัดเลือกไว้ ก่อนลงมาสำรวจภาคสนาม เพื่อตรวจสอบลักษณะทางธรณีสัณฐานที่มีความสัมพันธ์กับรอยเลื่อนมีพลัง ก่อนรังวัดภูมิประเทศขั้นรายละเอียด และสำรวจธรณีฟิสิกส์ภาคพื้นดิน
หัวใจหลักของการสำรวจ อยู่ที่การขุดร่องสำรวจ เพื่อศึกษาลำดับชั้นตะกอนดิน และแนวรอยเลื่อนที่ปรากฏในผนังร่องสำรวจ พร้อมเก็บตัวอย่างตะกอนและอินทรียวัตถุเพื่อนำไปหาอายุ และจากข้อมูลที่ได้มาทั้งหมดนี้จะทำให้ทราบว่ารอยเลื่อนดังกล่าวเคยมีประวัติการเลื่อนตัว และก่อกำเนิดแผ่นดินไหวตั้งแต่เมื่อใด ความรุนแรงกี่ริกเตอร์ ? ทั้งยังสามารถคาดคะเนได้ว่าเหตุการณ์ขยับไหวจะเกิดซ้ำในช่วงเวลาอีกประมาณกี่ปีข้างหน้า
"รชฏ มีตุวงศ์" ยังเฝ้าดูการทำงานของนักล่าแผ่นดินไหว ด้วยความรู้สึกอุ่นใจที่ยังมีคนกลุ่มเล็กๆ พยายามทุ่มเทแกะรอยการเกิดแผ่นดินไหว เพื่อนำไปสร้างองค์ความรู้ เพื่อความปลอดภัยของทุกชีวิตบนพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว



