
สุเทพสั่งไม่ต้องประท้วงพร้อมชี้แจงเอง
เทพเทือก สั่งไม่ต้องประท้วงพร้อมชี้แจงเอง ย้ำนักเล่นหุ้นสบายใจได้ ไม่มีอุบัติเหตุการเมืองจนทำหุ้นตก วิปรบ.แจงเวลาศึกซักฟอก ซัด เพื่อไทย ไม่พร้อมเองทำเลื่อนอภิปราย ปชป. เตรียมตั้ง กก. สอบคลิป ชี้ทำงานโปร่งใส
(11มี.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านท้าทายว่าในการอภิปรายครั้งนี้ไม่ควรมีการประท้วง และช่วงของการอภิปรายนายกรัฐมนตรีหรือตัวนายสุเทพ ฝ่ายค้านจะไม่มีการประท้วงจะรับคำท้าหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ชอบท้าทายโดยเฉพาะกับพรรคเพื่อไทย หรือแม้แต่จะไปทำสัญญาอะไรด้วย แต่ได้หารือกับสมาชิกพรรคแล้วว่าจะพยามดูแลให้การประชุมสภาครั้งนี้เป็นไปด้วยความราบรื่น และจะไม่ให้มีการประท้วงพร่ำเพรื่อ ยกเว้นว่าผู้อภิปรายพูดหยาบคาย เสียหาย หรือกระทบเรื่องที่ไม่บังควร อย่างนั้นก็คงไม่ยอม แต่ถ้าเป็นอภิปรายตน
ตนก็จะบอกสมาชิกว่าไม่ต้องลุกขึ้นมาอภิปราย เดี๋ยวตนชี้แจงเอง
ส่วนที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ออกมาบ่นน้อยใจว่าการอภิปรายครั้งนี้อาจเป็นตัวสำรอง หรืออาจไม่ได้อภิปราย จะทำให้สีสันการอภิปรายน้อยลงไปหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม เป็นคนที่อภิปรายแล้วมีสีสัน มีแฟนคลับของตัวเอง ก็สมควรได้อภิปราย เขามีแฟนติดตามของเขาอยู่แล้ว แต่อย่าไปคาดการณ์ก่อนว่า ร.ต.อ.เฉลิม ไม่อภิปรายแล้วจะจืดชืด คนอื่น ๆ ก็มีสีสันของเขา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงของการอภิปรายไม่ไว้วางใจนี้ ทำอย่างไรที่จะไม่ให้หุ้นตก รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หุ้นไม่ตกหรอก ตนเชื่ออย่างนั้น ตนให้ความมั่นใจได้ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น บรรดานักเล่นหุ้นทั้งหลายสบายใจได้ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ได้มีการสั่งเจ้าหน้าที่ให้ดูแลหรือสกัดประชาชนไม่ให้เคลื่อนไหวเข้ามาในกทม.หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่ได้ทำอย่างนั้น รอให้ทางศอ.รส.ให้ความเห็นมาก่อน
วิปรบ.แจงเวลาศึกซักฟอก
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า พรรคร่วมรัฐบาลมีความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งการยื่นเอกสารไม่ครบและลายเซ็นไม่ถูกต้องจนทำให้ต้องเลื่อนเวลาการอภิปรายออกไปจะเป็นการจงใจของฝ่ายค้านหรือไม่ตนก็ไม่ทราบ แต่ตนและนายวิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปรัฐบาล) ได้หารือเรื่องเวลาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งฝ่ายค้านขอเวลา 40 ชั่วโมง รัฐบาล 20 ชั่วโมง และให้เวลาสำหรับการประท้วงอีก 6 ชั่วโมง ซึ่งในวันสุดท้ายของการอภิปรายทางรัฐบาลจะขอคืนเวทีตอนเวลา 19.00 น.เพื่อให้รัฐบาลได้อภิปรายสรุป 2 ชั่วโมง จากนั้นจะคืนเวทีให้กับฝ่ายค้านตอน 21.00 น. เพื่อให้ฝ่ายค้านสรุปอีก 2 ชั่วโมง โดยการอภิปรายต้องเสร็จสิ้นภายในเวลา 23.00 น. ทั้งนี้ ถ้ามีการประท้วงเกิน 6 ชั่วโมงก็ต้องหักเวลาของฝ่ายที่ประท้วงออก
ปชป.เตรียมตั้งกก.สอบคลิปชี้ทำงานโปร่งใส
นายวิรัตน์ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบคลิปภาพและเสียง การอภิปรายไม่ไว้วางใจ กล่าวว่า ทางวิปรัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคลิปภาพและเสียง โดยทางพรรคประชาธิปัตย์เตรียมส่งตน นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา นาย อรรถวิช ช์ สุวรรณ ภักดี ส.ส.กทม.ร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรก แต่นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการ 9 คนมีฝ่ายรัฐบาล 3 คน ฝ่ายค้าน 3 คน และเจ้าหน้าที่อาวุโส 3 คน โดยการทำงาน 3 ฝ่ายจะดูความถูกต้องเป็นเกณฑ์ หากฝ่ายค้านมั่นใจว่าหลักฐานของตัวเองไม่มีการตัดต่อ ให้เอามาตรวจสอบได้เลย ไม่ต้องกลัวว่าเอกสารหลักฐาน เพราะการตรวจสอบจะใช้เวลาล่วงหน้า 4-5 นาที และไม่มีใครนำไปเตรียมตัวก่อนการอภิปรายได้ทัน ทั้งนี้ ยืนยันคณะกรรมการจะทำงานอย่างตรงไปตรงมา เพื่อประโยชน์ของรัฐสภา เพราะถ้าหลักฐานเท็จออกเผยแพร่ จะเกิดการเข้าใจผิดได้
กกต.คึกคักเตรียมพร้อมรับนายกฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถึงการเตรียมความพร้อมในการตอนรับนายกรัฐมนตรีที่จะมาหารือกับกกต.ถึงเรื่องวันยุบสภาและกำหนดวันเลือกตั้งนั้น บรรยากาศของสำนักงาน กกต.ในวันนี้ เป็นไปด้วยความคึกคักทั้งเจ้าหน้าที่ที่ได้มีการจัดเตรียมห้องในการหารือระหว่าง กกต.กับนายกรัฐมนตรีไว้ที่ชั้น 9 ของสำนักงานฯ ซึ่งได้มีการจัดเตรียมอาหารญี่ปุ่น ไว้เป็นอาหารกลางวันเพื่อรับรองด้วย นอกจากนี้ยังได้เตรียมโพเดียมไว้แถลงข่าวเพื่อไว้ด้วย สำหรับการดูแลความเรียบร้อยของสถานที่ก็ได้มีพ.ต.อ.ศิวโรจน์ สุขัคคานนท์ ผู้กำกับสถานีตำรวจทุ่งสองห้อง เป็นผู้มาดูแลด้วยตัวเอง
โดยพ.ต.อ.ศิวโรจน์ เปิดเผยว่า การดูแลความเรียบร้องเบื้องต้นก็ใช้ตำรวตในพื้นที่ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีอะไร เพราะเป็นหน่วยงานราชการคงไม่น่าจะมีผู้ใดมาสร้างความวุ่นวาย แต่หากเกิดเหตุการณ์ที่ผิดปกติก็สามารถประสานกำลังเสริมได้ทันที เพราะเราได้เตรียมความพร้อมไวแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการหารือถึงการกำหนดวันยุบสภาในครั้งนี้ นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ไม่ได้เข้าร่วมหารือด้วย เนื่องจากติดภารกิจไปร่วมประชุมนานาชาติเกี่ยวกับการดำเนินการในการจัดการเลือกตั้งในหัวข้อ “การเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือเพื่อประชาธิปไตย” และไปบรรยายในช่วงการประชุมย่อยในเรื่อง “อุปสรรคที่องค์กรจัดการเลือกตั้งต้องเผชิญในสภาพแวดล้อมที่มีแรงกิดันทางการเมือง” ระหว่างวันที่ 7-9 มี.ค. ณ กรุงกาโบโรน สาธารณรัฐบอตสวานา และอยู่ระหว่างการเดินทางกลับ
"สดศรี"หวั่น กกต. ใช้ประกาศแทนกม.
นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ด้านกิจการพรรคการเมือง ให้สัมภาษณ์ก่อนหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรีถึงการกำหนดวันเลือกตั้งที่เหมาะสมว่า กกต.คงต้องยืนยันว่าการจะจัดการเลือกตั้งได้นั้นต้องมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับเพื่อประกอบการปฏิบัติงานของกกต. หากออกประกาศกกต.ตามมาตรา 7 วรรคท้ายของรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมจะกลายเป็นปัญหา เหมือนกับ ข. มาก่อน ก. เพราะการส่งผู้สมัครเลือกตั้งส.ส.ตามพ.ร.บ.พรรคการเมืองกำหนดให้สาขาพรรคมีส่วนในการคัดสรรผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในแบบส.ส.เขตและส.ส.สัดส่วนร่วมกับกรรมการบริหารพรรค ถ้าไม่แก้ไขก็จะเป็นจุดที่ทำให้ฟ้องร้องได้ อีกทั้งรัฐธรรมนูญ 2540 ยังเคยกำหนดให้การออกประกาศยังต้องผ่านการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะทำให้ยุติปัญหาใดได้หมด เพราะเท่ากับว่าศาลรัฐธรรมนูญรองรับการทำงานทุกอย่างเลย แต่ในรัฐธรรมนูญ 2550 ไม่มีระบุไว้ ดังนั้นถ้ากกต.ไปออกประกาศ แล้วมีการฟ้องร้องต่อมาว่าประกาศที่กกต.ออกนั้น ไม่ชอบ กกต.จะไม่มีอะไรพิง
นางสดศรี กล่าวว่า ดังนั้นภายหลังมีการเลือกตั้งแล้ว ส.ส.ที่ได้รับการเลือกตั้งก็อาจจะไม่ได้รับการประกาศรับรองผล ตรงนี้จะเป็นปัญหาอย่างมากกับการจัดตั้งรัฐบาล เพราะพรรคที่ได้ส.ส.มาในจำนวนใกล้เคียงกันก็จะเอามาเป็นประเด็นในการร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความว่าประกาศที่กกต.ออกนั้นชอบหรือไม่ และส่วนตัวไม่ใช่คนมองอะไรในแง่ร้าย แต่อย่าคิดว่าอะไรไม่เกิด อย่าคิดว่ากกต.จะไม่ถูกฟ้อง เพราะในเมื่อเราไม่ใช่ศาลที่คำสั่งของเราเป็นที่สุด เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ ต้องเห็นใจกกต.ด้วย เราก็ไม่อยากให้การเลือกตั้งถูกร้องเป็นโมฆะ อีกทั้งการหารือกับผู้แทนพรรรคการเมืองก่อนหน้านี้ พรรคการเมืองต่างไม่เห็นด้วยทีจะให้กกต.ออกประกาศเพื่อจัดเลือกตั้ง ดังนั้นถ้าทุกพรรคจริงใจก็ใช้เวลาเพียง 1 เดือนในการพิจารณาเพื่อผ่านร่างกฎหมาย 3 วาระรวดได้ และเรื่องการยุบสภาไม่ควรเป็นเรื่องกกต.กับนายกฯแต่ควรให้ทุกพรรคเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดวันยุบสภาและเลือกตั้งด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากรอให้สภาผ่านกฎหมายลูกเสร็จอาจทำให้เกิดเงื่อนไขปฏิวัติได้ นางสดศรี กล่าวว่า การออกกฎหมายนอกจากผ่านทางรัฐสภาได้แล้ว ยังผ่านทางคณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้ ซึ่งก็ได้ข่าวจากวงนอกว่า กรณีกฎหมายลูก ครม.สามารถออกเป็นพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ได้ หากทำได้จริงกกต.ก็ยินดี แต่การจะมองว่าออกกฎหมายลูกช้าแล้วทำให้เกิดเหตุร้าย คิดว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงต้องดูแล
โฆษกชทพ.มั่นใจออกกม.ลูกลดข้อโต้แย้งเลือกตั้ง
นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้เข้าหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า เท่าที่ตรวจสอบล่าสุดในการหารือได้ข้อยุติแล้วโดยให้กกต.เสนอกฎหมายลูกเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพรรคสนับสนุนเพราะเห็นเป็นว่าแนวทางที่ดีที่สุด และมีความเสี่ยงน้อยที่สุด เพราะหากให้กกต.ออกกฎระเบียบเกรงว่าจะมีอุปสรรคต่อการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น เมื่อถามว่าการออกกฎหมายลูกจะมีผลกระทบต่อปฏิทินในการยุบสภาที่ต้องเลื่อนออกไปหรือไม่ นายวัชระ กล่าวว่า ที่ผ่านมานายกฯไม่เคยได้ยินผ่านปากว่าจะยุบสภาเมื่อใด เพียงแต่ให้กรอบเวลาเท่านั้น ดังนั้นกรอบเวลาอาจจะเลื่อนออกไป 15 วัน 1-2 เดือนก็ไม่ใช่ปัญหา แต่จะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งไม่เกิดข้อโต้แย้ง และทุกฝ่ายยอมรับ เชื่อว่านายกฯจะไม่ลากยาว เท่าที่คำนวณคร่าวๆ การทำกฎหมายลูกน่าจะยังอยู่ในกรอบเวลายุบสภาของนายกฯคือช่วงกลางปี และหากบวกลบไม่เกินหนึ่งเดือนแน่นอน ดังนั้นหลักๆ คงไม่ช้าไปกว่านี้ อย่างไรก็ตามจากนี้คงต้องรอกกต.ว่าจะส่งกฎหมายลูกให้สภาพิจารณาเมื่อไหร่ แต่ความจริงรวดเดียวคงไม่ได้ ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน
ประวิตรยันชายชุดดำเผาเซ็นทรัลเวิล์ดไม่ใช่ทหาร
องค์การทหารผ่านศึก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่กองทัพมีความพร้อมในการจัดเตรียมข้อมูลการปฎิบัติหน้าที่ของทหารในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ที่บริเวณเซ็นทรัลเวิล์ด โดยฝ่ายค้านจะนำข้อมูลการเผาเซ็นทรัลเวิล์ดมาอภิปราย ว่า เหตุการณ์เผาห้างเซ็นทรัลเวิล์ด ตนขอยืนยันว่า เป็นชายชุดดำ ไม่ใช่เป็นการกระทำของทหาร โดยขณะนี้การเตรียมข้อมูลนั้นมีความพร้อมให้รัฐบาลไปชี้แจง และส่วนตัวไม่รู้สึกกังวลใจเรื่องนี้ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพกับรัฐบาลนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีปัญหาไม่มีการปฎิวัติอย่างแน่นอน
เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการติดตามอาวุธปืนที่หายไปจากคลังอาวุธค่ายธนะรัตน์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ขั้นตอนการตรวจสอบ และได้มีการติดตามโดยสามารถนำกลับคืนมาได้แล้วเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้มีคนในกองทัพเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งทำกันเป็นขบวนการใต้ดินและรู้ตัวผู้ที่กระทำผิดทุกคนหมดแล้ว
โฆษกตร.ยันไม่มีข่าวกลุ่มฮาร์ดคอร์เคลื่อนไหว
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ตร.กล่าวถึงการเจรจาขอคืนพื้นที่การชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ เพื่อใช้ในการจัดงานกาชาดว่า ยังยืนยันว่าตำรวจยังใช้ความพยายามในการขอเคลียร์พื้นที่การชุมนุมอยู่ โดยหากต้องมีการใช้กำลังเข้าเคลียร์พื้นที่ก็จะใช้เท่าที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ซึ่งหากม็อบยืนยันจะปักหลักอยู่พร้อมกับงานกาชาดคงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ซึ่งตำรวจก็ยังประเมินสถานการณ์ว่าจะหาทางประนีประนอมกับผู้ชุมนุมได้อย่างไร ซึ่งกำหนดระยะเวลาที่เคยตั้งไว้ว่าให้มีการเคลียร์พื้นที่ภายในวันที่ 15 มี.ค. ก็อาจมีการยืดหยุ่น โดยแนวโน้มก็อาจเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย ส่วนเรื่องการรื้อถอนบ่อเก็บสิ่งปฏิกูลของกลุ่มผู้ชุมนุมก็กำลังดำเนินการอยู่โดยประสานกับ กทม.ในการเข้าไปรื้อถอนคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายใน 1-2 วันนี้
สำหรับการดูแลความเรียบร้อยในการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่มีการนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 12 มี.ค.นี้ พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า การข่าวรายงานว่าจะมีการเริ่มรวมตัวกันบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเวลาประมาณ 15.00น. และในเวลา 19.00น. จะมีวิดีโอลิงค์จาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีมายังกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งนี้เชื่อว่าจะมีการชุมนุมจนถึงเวลาประมาณเที่ยงคืนก็จะแยกย้ายกันกลับไม่ยืดเยื้อ
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นห่วงกรณีมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในการชุมนุมหรือไม่ พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า ในส่วนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีความเป็นห่วงโดยตลอดจึงมีการเพิ่มกำลังในการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งนี้ทางการข่าวก็ยังไม่มีรายงานว่าจะมีกลุ่มฮาร์ดคอร์เข้ามาสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายแต่อย่างใด



