
พม่า-บ.จีนเล็งสร้าง3เขื่อนรัฐคะเรนนี
กลุ่มนักวิจัยคะเรนนีเปิดเผยพม่าร่วมกับบริษัทจีนเตรียมสร้างเขื่อนอีก 3 แห่ง ในรัฐคะเรนนี คาดจะทำให้เกิดน้ำท่วมในบริเวณกว้างไปไกลจนถึงรัฐฉาน
เว็บไซต์สาละวินโพสต์รายงานว่า เมื่อเวลา 09.30น.วันที่ 11มี.ค. ณ ห้องประชุมมัณฑะเลย์ อาคารบริการวิชาการนานาชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กลุ่มวิจัยเพื่อการพัฒนาชาวคะเรนนี (Karenni Development Research Group - KDRG) ได้ออกมาเปิดเผยว่า รัฐบาลพม่าและวิศวกรจากบริษัทของจีนกำลังเข้าสำรวจบริเวณที่จะมีการก่อสร้าง เขื่อน 3 แห่ง ในรัฐคะเรนนีอย่างลับๆ ขณะที่นักสิ่งแวดล้อมเชื่อ การสร้างเขื่อนจะยิ่งคุกคามต่อวิถีชีวิตของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ และยิ่งสร้างความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อเดือนมกราคมเมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทรัฐวิสาหกิจของจีนแห่งหนึ่งได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับรัฐบาลพม่าในการก่อสร้าง เขื่อน 3 แห่งในรัฐคะเรนนี โดยเขื่อนยวาติ๊ดที่ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 600 เมกะวัตต์จะถูกสร้างบนแม่น้ำสาละวิน และเขื่อนอีก 2 แห่งจะสร้างบนแม่น้ำปอนและแม่น้ำทะเบต ในรัฐคะเรนนีเช่นเดียวกัน ซึ่งขณะนี้วิศวกรชาวจีนได้เข้าไปสำรวจในพื้นที่สร้างเขื่อนแล้ว โดยมีทหารพม่าให้การคุ้มกันเป็นอย่างดี
มีรายงานอีกว่า เขื่อนที่จะสร้างบนแม่น้ำปอนนั้นคาดว่า สร้างขึ้นเพื่อจ่ายไฟฟ้าสนับสนุนการก่อสร้างเขื่อนยวาติ๊ด แต่อย่างไรก็ตาม การสร้างเขื่อนบนแม่น้ำปอนนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชาวพื้นเมืองยินตาเล ซึ่งอาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปอน ซึ่งขณะนี้เหลือประชากรเพียง 1 พันคนเท่านั้น ด้านเขื่อนยวาติ๊ด ซึ่งห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนไปเพียง 60 กิโลเมตร และในอนาคตนั้น หากเขื่อนนี้สร้างเสร็จจะทำให้เกิดน้ำท่วมในบริเวณกว้างไปไกลจนถึงรัฐฉานที่ ติดอยู่กับรัฐคะเรนนี
ขณะที่กลุ่มวิจัยเพื่อการพัฒนาชาวคะเรนนีได้แสดงความกังวลว่า การก่อสร้างเขื่อนจะยิ่งสร้างความขัดแย้งในพื้นที่มากยิ่งขึ้น เนื่องจากจะมีการเพิ่มทหารพม่าเข้ามาในพื้นที่โครงการสร้างเขื่อนเพื่อคุ้ม ครองโครงการและแรงงาน ในขณะเดียวกัน กลุ่มติดอาวุธที่ต่อต้านรัฐบาลก็ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ รวมไปถึงชนวนเหตุความขัดแย้งระหว่างทหารพม่าและทหารชนกลุ่มน้อยก็มีอยู่ก่อน แล้ว จากการที่กองทัพพม่าบังคับให้ชนกลุ่มน้อยติดอาวุธเป็นกองกำลังรักษาชายแดน (Border Guard Force) และท้ายสุดคนที่ได้รับกระทบมากสุดก็คือชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กว่า 37,000 คน เนื่องจากจะถูกบังคับย้ายถิ่นฐาน เผชิญกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากทหารพม่า จนทำให้ชาวบ้านบางส่วนต้องหลบหนีอยู่ในป่าและกลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายใน
กลุ่มวิจัยเพื่อการพัฒนาชาวคะเรนนียังเปิดเผยว่า เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา มีการตัดต้นไม้เป็นจำนวนมากในพื้นที่สร้างเขื่อนยวาติ๊ด รวมถึงมีการตั้งโรงเลื่อยริ่มฝั่งแม่น้ำสาละวิน ซึ่งทำให้สภาพป่าในบริเวณนี้ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ การก่อสร้างเขื่อนยังเป็นภัยคุกคามต่อสัตว์น้ำอย่างน้อย 47 สายพันธุ์ ที่พบอยู่บริเวณแม่น้ำสาละวินเพียงแห่งเดียวในโลก
ขณะที่บริษัทของจีนนี้นั้นได้รับการรับรองตามโครงการ Global Compact ของสหประชาชาติหรือยูเอ็น ซึ่งโครงการนี้สนับสนุนให้บริษัทหรือภาคธุรกิจประกันว่าจะไม่เข้าไปสนับสนุน การละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศที่เข้าไปลงทุน แต่การเข้าไปเตรียมสร้างเขื่อนในรัฐคะเรนนีครั้งนี้ของบริษัทถือว่าขัดต่อวัตถุประสงค์ของโครงการ Global Compact เนื่องจากรัฐคะเรนนียังเต็มไปด้วยความขัดแย้งระหว่างทหารพม่าและชนกลุ่มน้อย ในรัฐคะเรนนี



