ข่าว

สื่อชูป้ายถาม"มาร์ค"ยุบสภาวันไหน

สื่อชูป้ายถาม"มาร์ค"ยุบสภาวันไหน

11 มี.ค. 2554

“นายกฯอภิสิทธิ์” รับมุขสื่อชูป้ายถาม “ยุบ เดือนไหน วันไหน” ย้อนกลับ “นึกว่า ยุบพรรคที่ป่วนเมือง” "อารีย์-วิสา-ไพจิตร" 3 แกนนำนปช. รุดเข้ามอบตัวกับดีเอสไอแล้ว ท่ามกลาง จนท.ดูแลความปลอดภัยเข้ม ผก.น.1เตรียมถกแกนนำนปชถึงแผนชุมนุมคนเสื้อแดงบ่ายนี้

(11มี.ค.) เมื่อเวลา 10.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ภายหลังจากเป็นประธานการประชุม วีดีโอ คอนเฟอร์เรนส์ ร่วมกับตัวแทนส่วนราชการในแต่ละพื้นที่ในประเด้นการรับประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวแล้ว  ได้เดินลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้ามายังตึกบัญชาการเพื่อมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานและสนับสนุนงานโครงการหลวง (กปส.)

 ระหว่างที่นายกฯกำลังเดินขึ้นตึกบัญชาการนั้น ได้มีผู้สื่อข่าวยกป้ายข้อความ ซึ่งเสมือนการหยอกล้อนายกฯรัฐมนตรี หลังการเดินสายปาฐกถาในช่วง 1 - 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯมักจะเจอกลุ่มต้านยกป้ายตำหนิอยู่บ่อยๆ ทั้งนี้ป้ายข้อความที่ผู้สื่อข่าวยกขึ้นมาถามเขียนว่า “ยุบ เดือนไหน วันไหน” ทำให้นายกฯต้องเดินเข้ามาใกล้ๆเพื่อดูป้ายพร้อมถามกลับว่า “ยุบ อะไร” ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่า “ ยุบสภา ” นายกรัฐมนตรีสวนกลับว่า “ นึกว่า ยุบพรรคที่ป่วนเมือง ” จากนั้นนายกฯ ได้เดินอมยิ้มขึ้นตึกบัญชาการไปทันที

"สุเทพ"เชื่อใจทหารไม่คิดทำรัฐประหาร

  นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่เดินทางไปที่กองบัญชาการกองทัพบก พร้อมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อพบกับพล.อประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบกนาน  ว่า ไม่มีอะไรเป็พิเศษ เพียงแต่ไปดูข้อมูลที่ได้ทำงานร่วมกันตอนที่ตนเป็นผู้อำนายการศูนย์อำนายการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.) ขณะนี้เมื่อมีการเสนอร่างพ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะจึงได้มาดูข้อมูลต่างๆ เพื่อเตรียมทำการบ้าน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ห่วงเรื่องการชุมนุมของคนเสื้อแดงหรือไม่  นายสุเทพกล่าวว่า ความเป็นห่วงในเรื่องการชุมุนุมเป็นปกติและถ้าเขานัดชุมนุมกันมากๆ ก็ต้องติดตามสถานการณ์ว่า เขาจะทำอย่างไรต่อไปถ้าทุกอย่างเรียบร้อยก็ไม่เป็นปัญหาอะไร

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางผบ.ทบ.เป็นห่วงว่าที่กลุ่มเสื้อแดงพยายามยุ ให้รัฐบาลแตกกับกองทัพแล้วอาจนำไปสู่การปฏิวัติ นายสุเทพ กล่าวว่า ขอยืนยันว่า ทหารไม่คิดปฏิวัติ เขาต้องการให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ต้องการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมือง  ทหารก็เป็นทหารของประเทศ เขาแยกแยะได้ไม่มีใครคิดปฏิวัติแน่นอน ส่วนตัวตนมองว่า ในขณะนี้มีการเลือกตั้งแน่นอน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ไปพบและไปดูข้อมูลเพียงพอสำหรับการนำไปใช้ในการเตรียมรับมือการอภิปรายหรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า จริงๆแล้วตนได้ยกร่างของตนไว้บ้างแล้ว แต่บางทีอาจจะลืมในรายละเอียดของเหตุการณ์บางอย่าง ก็ต้องไปซักไซ้ไล่เรียงกันใหม่ ว่าใครสั่งการอะไรไปบ้าง แล้วผลที่สั่งไปเกิดอะไรขึ้นบ้างจึงจำเป็นต้องไปคุยกัน  ส่วนความจำเป็นในการที่จะต้องให้ทหารหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง มาคอยเตรียมป้องข้อมูลในระหว่างการอภิปรายนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า คงมีการเตรียนมการไว้ก่อนที่จะมีการอภิปราย เพราะการทำเฉพาะหน้าคงไม่ทัน

ชี้อนาคตใครจับขั้วใครรอดูผลเลือกตั้ง

 นายสุเทพ กล่าวถึงการเดินทางไปหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า จะมีการกำหนดวันยุบสภาได้เลยหรือไม่นั้นก็แล้วแต่การหารือ นายกฯไปประชุมปรึกษาหารือกับกกต.อย่างเป็นกิจลักษณะ แต่เป้าหมายที่ชัดเจน คือ นายกฯจะไปบอกกกต.ว่าท่านต้องการให้มีการเลือกตั้ง รัฐบาลมีความพร้อมที่จะยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งทั่วไปจะได้นับหนึ่งกันใหม่ แต่กกต.คงต้องการเวลาว่าจะต้องแบ่งเขตเลือกตั้ง จะต้องออกประกาศต่างๆ นายกฯคงไปซักซ้อมดูว่า กกต.ต้องการเวลาสักเท่าไร

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางกกต.เองได้มีการออกมาว่า อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องรอให้กฎหมายลูกผ่านการพิจารณา แต่อาจจะออกเป็นระเบียบมาเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งเลย เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พวกตน คิดอย่างนั้น เพราะฉะนั้นในรัฐธรรมนูญที่แก้ไขมาใหม่จึงได้เขียนไว้ ในตอนท้ายชัดเจนว่า ในระหว่างที่ยังไม่มีการออกกฎหมายลูก หรือร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง ว่าด้วยการเลือกตั้ง กกต.มีอำนาจที่จะออกระเบียบและออกประกาศเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยให้ได้ ส่วนความเห็นของ กกต.ที่อาจจะไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันเพราะ กกต.ที่มีถึง 5 คนอาจจะมีเสียงไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้นั้น

 “ตรงนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่นายกฯจำเป็นจะต้องไปประชุมกันอย่างเป็นทางการ แทนที่แต่ละคนจะออกมาให้สัมภาษณ์ไปคนละทิศคนละทาง ไปนั่งประชุมกันเลย เอาข้อกฎหมายทั้งหลายมาดู เอานักกฎหมายมานั่งวิเคราะห์กกต.ต้องมีความชัดเจนในตัวเองด้วย เพราะการเลือกตั้งต้อบงให้พร้อมกันทุกฝ่าย
กกต.เขามีหน้าที่ดูแลการจัดการการเลือกตั้งก็ต้องฟังเขาให้มากที่สุด” เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากพบกกต.แล้วมีความชัดเจนจะมีการนัดหารือพรรคร่วมหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนได้ส่งข่าวถึง พรรคร่วมรัฐบาลเป็นระยะๆมาโดยตลอด ตนได้เรียนให้บรรดาพรรคร่วมรัฐบาลได้ทราบว่า นายกฯมีความประสงค์จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปให้เร็วที่สุด ได้บอกไปแล้ว แต่ว่าจะเป็นเมื่อไร อย่างไรนั้นก็ต้องให้กระบวนการของกฎหมายรัฐธรรมนูญได้ประกาศใช้ ตอนนี้เหลือแต่ว่าทางกกต.ต้องการเวลาเท่าไร พรรคร่วมเองก็ทราบเรื่องนี้ดีแล้ว ส่วนการที่พรรคชาติไทยพัฒนา นัด กินข้าวกับพรรคภูมิใจไทยในวันที่ 15 มี.ค.นั้นก็เป็นเรื่องธรรมดาทางการเมือง

 “การเมืองเป็นเรื่องปกติที่ต้องนัดคุยกันนัดรับประทานอาหารร่วมกัน วันพรุ่งนี้ผมก็จะไปงานพรรคชาติไทยพัฒนาที่จัดงานระดมทุน ” เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเหมือนกัน ทำไมไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า “คิดว่าไปรึเปล่าครับ เวลาใครเขาจะคุยอะไรกับใคร มันก็ต้องมีผมไปเป็นยาดำอยู่ทุกงาน ส่วนการที่นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ออกมากล่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่คนที่รู้ใจนั้น ผมว่า ผมรู้ใจคุณโสภณ แต่คุณโสภณ อาจจะไม่รู้ใจผมก็ได้ ” นายสุเทพ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่ามีนัยยะทางการเมืองอย่างไรเพราะยังไม่มีการเลือกตั้งเลย แต่เริ่มมีการนัดกินข้าวเพื่อจับขั้วทางการเมืองกันแล้ว เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การทำกิจกรรมทางการเมืองก การเคลื่อนไหวทางการเป็นเรื่องปกติ

 “ที่คุยกันเห็นๆกันก็มีย่อยๆ ที่คุยกันโดยไม่มีคนเห็นก็มีบ่อยเป็นเรื่องปกติ และคงไม่แปลกที่จะมีพรรคการเมืองจับมือกันเพื่อต่อรองพรรคประชาธิปิตย์ เขาจะต่อรองกับพรรคประชาธิปัตย์ หรือ กับพรรคเพื่อไทย เขาทำได้ทั้งนั้น งานการเมืองเป็นเรื่องปกติ แต่ที่จะมีผลจริงๆก็คงเป็นหลังจากที่ประกาศผลการเลือกตั้งว่าประชาชนได้เลือกการเมืองไหนจำนวนเท่าไรถึงตอนนั้นจึงจะมีความชัดเจนขึ้น ส่วนที่เคยกล่าวว่า 2 พรรคนั้นเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันในอนาคตจะมาร่วมรัฐบาลนั้นก็เป็นเรื่องที่ต้องรอดู การเมืองเป็นไปได้ทุกอย่าง เพียงแต่ว่า สิ่งที่เราจะต้องเตือนสติตัวเองตลอดเวลาทุกฝ่ายนั้นคือให้เอาผลประโยชน์ของบ้านเมืองและประชาชนเป็นที่ตั้ง” เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว 

"อารีย์-วิสา-ไพจิตร"3แกนนำนปช.มอบตัว

 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อเวลา 10.00 น. นายอารีย์ ไกรนรา หัวหน้าการ์ดนปช. พร้อมด้วยนายวิสา คัญทัพ นางไพจิตร อักษรณรงค์ และนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนปช. เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งทั้ง 3 เดินทางมาด้วยรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์สีดำ และยังไม่ขอให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวและยังไม่เปิดเผยว่าช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ได้หลบไปอยู่ในสถานที่ใด โดยนายวิสา กล่าวเพียงว่า ยังไม่ทราบว่าถูกตั้งข้อกล่าวหากี่เรื่อง จึงจะขอรับฟังรายละเอียดจากพนักงานสอบสวนก่อน

จนท.ดูแลความปลอดภัย DSIหลัง3แกนนำติดต่อมอบตัว

 ทั้งนี้เมื่อเวลา 09.30 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ ได้ดูแลความปลอดภัยหที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ภายหลังได้รับการประสานจากนายอารี ไรกนรา หัวหน้าการ์ด นปช. พร้อมด้วย  นายวิสา คัญทัพ และ และนางไพจิตร อักษรณรงค์ แกนนำ นปช. ซึ่งได้ประสานว่าจะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาจาก ดีเอสไในเวลา 10.00 น.  ทั้งนี้คาดว่า  แกนนำทั้ง 3 จะได้รับการประกันตัวในหลักทรัพย์และเงื่อนไขเดียวกับนายอดิศร เพียงเกษ ที่ได้รับการประกันตัวไป ไปก่อนหน้านี้

ผก.น.1เตรียมถกแกนนำนปชถึงแผนชุมนุมคนเสื้อแดงบ่ายนี้

 พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เปิดเผยถึงการดูแลความปลอดภัยการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงในวันพรุ่งนี้ จากการประเมินเชื่อว่าจะมีปริมาณผู้ชุมนุมมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมอยากฟังแกนนำที่ถูกจับกุมมาขึ้นเวทีปราศรัย ซึ่งเตรียมกำลังดูแล กว่า 8 กองร้อย เชื่อว่าควบคุมได้ รวมทั้งมีการจัดกำลังตำรวจคอยดูแลผู้ชุมนุมในพื้นที่คาบเกี่ยวกับผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ป้องกันการกระทบกระทั่ง นอกจากนี้ พล.ต.ต.วิชัย ยืนยันว่า การชุมนุมไม่ยืดเยื้อแน่นอน จากการพูดคุยกับแกนนำ จะมีการชุมนุมไม่เกินเวลา 01.00 น. และในช่วงบ่ายวันนี้จะไปพูดคุยกับแกนนำเรื่องกรอบการชุมนุมในวันพรุ่งนี้
 
       พล.ต.ต.วิชัย ยังกล่าวถึงการขอคืนพื้นที่จากกลุ่มพันธมิตรฯ ว่าการขอคืนพื้นที่ในจุดที่ต้องการจัดงานกาชาดนั้น ทำตามขั้นตอนทุกกระบวนการ แต่กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ยินยอม ซึ่งเจ้าหน้าที่ขอปฏิบัติตามขั้นตอนเพื่อขอคืนพื้นที่ แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 มีนาคม 2554 เพื่อให้พื้นที่ได้จัดงานกาชาดดั่งเช่นทุกปี1