
คาดสหรัฐไม่หนุนฝ่ายต้านกัดดาฟีชนะ
กองกำลังของพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี โอบล้อมและโจมตีที่มั่นสำคัญของฝ่ายต่อต้านทั้งทางตะวันออกและตะวันตก ยึดเมืองซอวิยาห์คืนได้แล้ว ฝรั่งเศสยอมรับสภาฯ ของฝ่ายต่อต้าน นานาชาติส่อเค้าใช้ปฏิบัติการทางทหาร
รถถังของฝ่ายรัฐบาลลิเบีย ได้ระดมยิงโจมตีที่มั่นของฝ่ายต่อต้านในพื้นที่รอบเมืองราส ลานุสเมืองท่าและแหล่งที่ตั้งฐานขุดเจาะน้ำมัน ขณะที่เครื่องบินรบหลายลำ ระดมโจมตีศูนย์กลางที่ตั้งคลังน้ำมันในพื้นที่ทางตะวันออกอีก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี มุ่งมั่นโจมตีโต้กลับลึกเข้าไปในพื้นที่ ที่อยู่ภายใต้การยึดครองของฝ่ายต่อต้าน
ส่วนในพื้นที่ทางตะวันตก กองทัพของพันเอกกัดดาฟี ได้ยึดเมืองซอวิยาห์คืนได้แล้ว หลังจากปิดล้อมเพื่อให้ฝ่ายต่อต้านอดอยาก อันเป็นยุทธการที่หวังผลชัยชนะ เนื่องจากเมืองซอวิยาห์ อยู่ใกล้กับที่มั่นสำคัญของเขาในกรุงทริโปลี แต่ฝ่ายต่อต้าน ก็มีความก้าวหน้าที่สำคัญในระดับเวทีสากล เมื่อฝรั่งเศสให้การยอมรับสภาแห่งชาติลิเบีย ที่พวกเขาตั้งขึ้นแล้ว
เมืองซอวิยาห์เสียหายยับเยินเกือบจะเป็นเมืองร้าง
ทั้งนี้เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดี้ยน รายงานว่า กองกำลังจของพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ในเมืองซอวิยาห์ ที่พวกเขายึดคืนมาได้ หลังเปิดฉากถล่มอย่างหนักนานนับสัปดาห์ทั้งยังได้ใช้อุปกรณ์เข้าไปเก็บกวาดถนน เพื่อทำลายหลักฐานการปะทะกันอย่างหนักหน่วงที่สุดในรอบศตวรรษของลิเบีย ที่ยังคงทิ้งร่องรอยความเสียหายที่เลวร้ายที่สุดไว้ในย่านใจกลางเมือง ที่มีประชากรราว 250,000 คน ถนนหลายสายอยู่ในสภาพรกร้างในระยะครึ่งไมล์ ที่มุ่งสู่จตุรัสของเมือง คนที่พลุกพล่านอยู่ตอนนี้ มีแต่พวกของพันเอกกัดดาฟีที่ออกตระเวณค้นหาล่าตัวฝ่ายต่อต้านตามอาคาร ซึ่งแม้แต่สัตว์เลี้ยง หรือนกที่บินในอากาศ ก็ไม่มีให้เห็น
มีผู้เสียชีวิตนับร้อย ในการปะทะกันที่จตุรัสมาไทร์ส และพบว่า มีหลุมศพใหม่ ๆ อีกกว่า 20 แห่งพวกที่เก็บกวาด ได้พยายามทำให้จตุรัสแห่งนี้ มีสภาพเป็นปกติ แต่ก็มีรถขนส่งของทหาร บรรทุกรถถัง, ซากรถทหารที่ถูกเผา และเต็มไปด้วยรูกระสุน ตอนนี้ เมืองซอวิยาห์ ตกอยู่ในมือของนายคามิส หนึ่งในบุตรชายของพันเอกกัดดาฟี ซึ่งเป็นผู้บัญชาการกองพลน้อยที่ 32 ที่นักการทูตสหรัฐระบุว่า ผ่านการฝึกมาอย่างดีที่สุด และติดอาวุธดีกว่ากองกำลังทั้งหมดของพันเอกกัดดาฟี
กองกำลังชุดนี้ ได้กระจายไปทั่วเมืองซอวิยาห์ ค้นบ้านทุกหลัง จับกุมพวกชายฉกรรจ์ที่ต้องสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับฝ่ายต่อต้านไปหลายสิบคน ในจำนวนนี้ เป็นคนที่อยู่แต่ในบ้านตลอดช่วงของการสู้รบ ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตมีการประเมินคร่าว ๆ ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 150 คน สภาพอาคารบ้านเรือน เต็มไปด้วยรูกระสุนและรอยโหว่จากการโจมตีด้วยจรวด ซึ่งเป็นหลักฐานชัดเจนว่ากองกำลังของพันเอกกัดดาฟี ระดมยิงกระสุนหลายหมื่นนัด หอสูงยอดแหลมบนสุเหร่า ที่เคยสูงตระหง่านถึง 100 ฟุต ตอนนี้มีสภาพหักพัง
ส่วนบรรยากาศภายในโรงพยาบาล ที่อยู่ไม่ไกลจากจตุรัสมาไทร์ส นั้น แพทย์หลายคน บอกว่าพวกเขาเชื่อว่า พันเอกกัดดาฟีเป็นอาชญากรสงคราม มีแพทย์หลายคนถูกฆ่า แพทย์หลายคนหวาดกลัวไม่กล้าพูดกับผู้สื่อข่าว แม้ว่าพวกเขาจะรักษาทหารของฝ่ายรัฐบาล แต่ก็รักษาให้ฝ่ายต่อต้านเช่นกัน พวกเขารู้ดีว่า การพูดถึงอาชญากรสงครามอาจทำให้ถูกฆ่าได้เช่นกัน
กองกำลังของฝ่ายกัดดาฟี จะตรวจค้นอุปกรณ์ของทีมข่าวอย่างละเอียด ก่อนจะเก็บเอาไปหมดหลายคนกลัวว่าจะมีชะตากรรมแบบผู้สื่อข่าว BBC ส่วนสถานีโทรทัศน์ของรัฐ ได้แพร่ภาพอาวุธและกระสุนปืนที่ฝ่ายต่อต้านทิ้งเอาไว้ ผู้สื่อข่าวของสถานี รายงานข่าวนี้ว่า เป็นการจับกุมผู้ก่อการร้าย สุนัขและคนทรยศ พร้อมกับอ่านคำขู่ว่า พวกหนูจะถูกไล่ออกจากบ้านทุกหลัง ฟาร์มทุกฟาร์ม และจากเมืองทุกเมือง กองทัพของประชาชนได้เริ่มกวาดล้างเมืองซอวิยาห์ ก่อนจะดำเนินกวาดล้างทั่วประเทศ พลเมืองทุกคนจะต้องรายงานถ้าพบเบาะแสของฝ่ายต่อต้าน
ตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างแท้จริงในเมืองซอวิยาห์ อาจไม่มีวันถูกเปิดเผย ขณะที่พันเอกกัดดาฟีถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของเขา ก่อนหน้านี้ นายซาอิฟ อัล อิสลาม บุตรชายคนที่สองของพันเอกกัดดาฟี บอกว่า การหวนกลับไปโจมตีอย่างหนักหน่วงต่อฝ่ายต้าน เกิดขึ้นหลังจากฝ่ายต่อต้านปฏิเสธการเจรจา หรือ ไม่ยอมวางอาวุธ เมื่อพ้นกำหนดเส้นตายที่ให้ไว้ 2 สัปดาห์
ข้อเสนอขอเปิดการเจรจาที่บุตรชายผู้นำลิเบียอ้างถึง ก็คือ การเจรจาแห่งชาติ ที่มีไปถึงบรรดาผู้นำชนเผ่าต่าง ๆ รวมถึงข้อเสนอให้นิรโทษกรรมโดยบิดาของเขาด้วย แต่ฝ่ายต่อต้านบอกว่าจะไม่ยอมรับข้อเสนอใด ๆ นอกจากการก้าวลงจากอำนาจของพันเอกกัดดาฟี นายซาอีฟ ยังเตือนไปถึงการแทรกแซงของตะวันตกด้วยว่า ประชาชนชาวลิเบีย ไม่เคยต้อนรับนาโต้ และจะไม่ต้อนรับทหารอเมริกันด้วย
ขณะที่ราคาน้ำมันยังคงพุ่งทะยาน เพราะการถล่มพื้นที่ทางเหนือของลิเบีย แต่พันเอกกัดดาฟีก็ไม่ได้แสดงจุดมุ่งหมายที่จะทำลายโรงกลั่นน้ำมันแต่อย่างใด องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต้ และสหภาพยุโรป หรือ อียู กำลังหาทางบังคับใช้เขตห้ามบินเหนือน่านฟ้าลิเบีย เพื่อขัดขวางรัฐบาลไม่ให้ใช้เครื่องบินรบและเฮลิคอปเตอร์ ยิงถล่มฝ่ายต่าต้าน ที่มีอาวุธด้อยกว่า แต่สามารถยึดครองเมืองใหญ่ที่สำคัญในพื้นที่ตะวันตกและตะวันออกของกรุงทริโปลี ในช่วง3 สัปดาห์แห่งการลุกฮือเพื่อต่อต้านอำนาจการปกครองที่ยาวนานถึง 41 ปี ของพันเอกกัดดาฟี
ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ รายงานว่า เครื่องบินรบและเรือปืน ที่อยู่นอกชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ได้ระดมโจมตีรอบเมืองราส ลานุฟ และอยู่ใกล้กับอาคารที่ทั้งตั้งของบริษัท ลิเบีย เอมิเรตส์ ออยรีไฟเนอรี่ ขณะที่ฝ่ายต่อต้านได้ตอบโต้ด้วยปืนต่อสู้อากาศยาน และยิงจรวดใส่เรือปืน แต่ไม่ได้ผลแต่อย่างใด ฝ่ายต่อต้าน บอกว่า ในพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน รวมทั้งโรงพยาบาล ในราสลานุฟ ถูกโจมตีด้วยระเบิด เพราะฝ่ายรัฐบาลระดมโจมตีทั้งทางบก ทางทะเลและทางอากาศแต่โรงพยาบาลไม่ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ ยังมีรายงานการโจมตีเมืองเบรก้า ซึ่งเป็นแหล่งน้ำมันที่สำคัญ อันเป็นการบ่งชี้ว่า กองกำลังของพันเอกกัดดาฟี กำลังโหมเข้าตีประกบทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก
คลังน้ำมันของลิเบีย กำลังจะแห้งผาก เนื่องจากการผลิตถูกรบกวนจากการสู้รบ การค้าน้ำมันกลายเป็นอัมพาตโดยสิ้นเชิง เนื่องจากธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเป็นดอลล่าร์ เนื่องจากตกอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ อีกทั้งยังตัดขาดกับประเทศผู้นำเข้าที่สำคัญอย่าง อิตาลีและฝรั่งเศสอีกด้วย โดยเฉพาะฝรั่งเศสนั้น เจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบของประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โคซี ระบุว่า ฝรั่งเศสจะส่งเอกอัครราชทูตไปเมืองเบนกาซี และยินดีต้อนรับทูตจากเบนกาซีในกรุงปารีสด้วย
ส่วนอังกฤษก็ส่งสัญญาณว่าจะดำเนินรอยตามฝรั่งเศส โดยระบุว่า อังกฤษยอมรับประเทศ ไม่ใช่รัฐบาลลิเบีย ส่วนกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ ระบุว่า ได้เตรียมการสำหรับทางเลือกทางทหารเอาไว้อย่างเต็มรูปแบบแล้ว ที่รวมถึงการบังคับใช้เขตห้ามบินด้วย ส่วนรัฐมนตรีชาติสมาชิกนาโต้ ได้เจรจากันที่กรุงบรัสเซลล์ เพื่อหาทางเลือก แต่เจ้าหน้าที่ทางทหาร ระบุว่า อาจมีการกำหนดเขตห้ามบินในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งการกำหนดเขตห้ามบิน อาจช่วยคุ้มครองพลเรือนที่ติดอยู่ในพื้นที่การสู้รบ
ด้านรัสเซีย ระบุว่า การแทรกแซงทางทหารเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ แต่ก็จะช่วยโดดเดี่ยวพันเอกกัดดาฟี ด้วยการห้ามการขายอาวุธทุกชนิดให้ลิเบีย ซึ่งจะทำให้ข้อตกลงค้าอาวุธกับรัฐบาลถูกระงับไปด้วย ส่วนอิตาลี ซึ่งเป็นที่ตั้งฐานทัพสำคัญหลายแห่ง อาจมีบทบาทสำคัญหากมีการใช้ปฏิบัติการทางทหารใด ๆ ภายใต้การตัดสินใจของนาโต้ อียู หรือสหประชาชาติ ที่จะเป็นการเปิดทางให้กองทัพเรือสหรัฐ ในเมืองเนเปิ้ลส์ เข้าประจำการเตรียมความพร้อมได้ทันทีถ้าจำเป็น
เตือนกัดดาฟีจะชนะถ้าสหรัฐไม่เข้าถึงฝ่ายต่อต้าน
นายเจมส์ แคลปเปอร์ เจ้าหน้าที่ข่าวกรองระดับสูงของสหรัฐ ได้เตือนเมื่อวันพฤหัสบดีว่า กองกำลังของพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบียจะได้รับชัยชนะ เว้นแต่ว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีบารัค โอบาม่าจะเข้าถึงฝ่ายต่อต้านในลิเบีย ทั้งในรูปของการเจรจาโดยตรง และให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
ประธานาธิบดีโอบาม่า ได้มีกำหนดจะแถลงข่าวในเวลา 16.15 น. ตามเวลามาตรฐานของวันนี้หรือราว 23.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย เพื่อกล่าวถึงประเด็นต่าง ๆ เช่น การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน , แรงกดดันที่ทวีขึ้นในประเด็นพันเอกกัดดาฟี และการหาทางตอบโต้สถานการณ์การสู้รบในลิเบีย ด้านนางฮิลลารี่ คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศ ที่จะเดินทางไปตะวันออกกลางสัปดาห์ หน้า และพบปะกับบรรดาแกนนำฝ่ายต่อต้านพันเอกกัดดาฟี ระบุว่า แผนการกำหนดเขตห้ามบินเหนือน่านฟ้าลิเบีย จะถูกเสนอต่อองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต้ ในวันอังคารหน้า
นางคลินตัน กล่าวด้วยว่า เธอมีความวิตกเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ อื่น แต่สหรัฐก็มีประสบการณ์มาแล้วจากบรรยากาศในลักษณะเดียวกันนี้ ทั้ง ในอิรัก คาบสมุทรบอลข่านและที่อื่น ๆ และทราบดีถึงความท้าทายในการลงมือทำบางสิ่งบางอย่าง ที่ผู้คนพากันเรียกร้องขอ ซึ่งสหรัฐได้เตรียมส่งทีมบรรเทาทุกข์ด้านมนุษยธรรมเข้าไปยังพื้นที่ของฝ่ายต่อต้าน ทางตะวันออกของลิเบีย แต่ก็เตือนว่า การเคลื่อนไหวใด ๆ ไม่ควรถูกมองว่าเป็นการแทรกแซงทางทหาร
พันเอกกัดดาฟี ได้สั่งกองกำลังใช้ปฏิบัติการโจมตีอย่างหนักหน่วงเพื่อยึดคืนเมืองที่เสียให้กับฝ่ายต่อต้านในช่วง 3 สัปดาห์แห่งการสู้รบ และกองกำลังของเขาก็ประสบความสำเร็จในการยึดเมืองทางตะวันออกคืนจากฝ่ายต่อต้านแล้ว 2 เมือง และความได้เปรียบในการสู้รบครั้งนี้ยิ่งสร้างความฮึกเหิมให้กับนายซาอิฟ อัล อิสลาม บุตรชายของพันเอกกัดดาฟี ที่มองเห็นชัยชนะอยู่เบื้องหน้า
นายแคลปเปอร์ แถลงต่อที่ประชุมวุฒิสภาสหรัฐว่า เขาคิดมาตลอดว่า กองกำลังฝ่ายรัฐบาลจะได้รับชัยชนะ ด้านพลโทโรนัลด์ เบอร์เกสส์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวทหาร ระบุว่า แรงผลัก(momentum) ของสงคราม ได้เริ่มเปลี่ยนและเข้าไปอยู่ในขั้นสมดุลย์ ซึ่งในระยะแยกอาจจะไปอยู่ทางทางฝั่งของรัฐบาล ด้านนายทอม ดานิลอน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ระบุว่า ความเห็นของนายแคลปเปอร์ มีพื้นฐานจากสถิติและการประเมินเพียงด้านเดียว เกี่ยวกับกองกำลังที่เหนือกว่าของพันเอกกัดดาฟี ขณะที่เขาประเมินสถานการณ์จากการมองในหลายด้าน โดยระบุว่า ปัจจัยทางการเมือง เช่น การที่พันเอกกัดดาฟีสูญเสียความชอบธรรมในทางกฎหมาย , การถูกโดดเดี่ยว และการออกมาขับไล่เขาของชาวลิเบีย ก็อาจนำมาช่วยตัดสินได้
นายแคลปเปอร์ ได้แถลงต่อวุฒิสภาด้วยว่า บรรดาระบบป้องกันทางอากาศของลิเบีย รวมทั้งเรดาร์ และขีปนาวุธชนิดพื้นผิว-สู่-อากาศ ก็ควรถูกหยิบยกขึ้นมาหารือ เหมือนประเด็นที่กำลังถกเถียงกันอย่างเข้มข้น เรื่องการกำหนดเขตห้ามบินด้วย



