ข่าว

สองครอบครัวยืนยัน"ต้องขออภัยโทษ"

สองครอบครัวยืนยัน"ต้องขออภัยโทษ"

11 มี.ค. 2554

จนถึงขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่า "วีระ สมความคิด" หนึ่งในผู้ต้องหาคดีรุกล้ำแดนและจารกรรมข้อมูลทางทหารของกัมพูชา ที่ยังถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำไปรซอ ประเทศกัมพูชา ได้ทำเรื่อง "ขอพระราชทานอภัยโทษ" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 ขณะที่ "น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์" ผู้ต้องหาในคดีเดียวกัน ทางครอบครัวก็มีความประสงค์จะขอใช้แนวทาง "ขอพระราชทานอภัยโทษ" เช่นเดียวกับ "วีระ" ความชัดเจนเรื่องนี้คงต้องรอให้ทาง "ครอบครัวราตรี" ออกมายืนยันกับสื่อมวลชนอีกครั้ง เนื่องจากที่ผ่านมา "เครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ" ก็อ้างว่า มอบให้ "การุณ ใสงาม" แกนนำเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ เป็นตัวแทนยื่นเรื่อง "อุทธรณ์" เพื่อต่อสู้คดี

 "ปรีชา สมความคิด" น้องชายวีระ สมความคิด ได้ยืนยันแข็งขันอีกครั้งว่า ทางญาติและครอบครัวขอใช้แนวทางการขอพระราชทานอภัยโทษ เพื่อช่วยเหลือวีระ ให้ออกมาจากการถูกคุมขังที่เรือนจำไปรซอ ประเทศกัมพูชา หลังจากหมดเวลาการยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดี

 "ญาติต้องการช่วยคนของเราออกมา จึงต้องทำทุกวิธีที่เห็นว่าจะช่วยได้ ส่วนการประสานไปยังพรรคเพื่อไทยให้ช่วยคิดว่าคงเป็นช่องทางสุดท้าย เพราะต้องคิดถึงคนของเราด้วย คนของเรา(วีระ)กลับมาอาจทำงานลำบาก อาจถูกกดดันเรื่องบุญคุณ จึงอยากบอกว่าสิ่งที่เราทำเป็นการตัดสินใจของญาติ ทางคุณวีระไม่ทราบ เพราะคุณวีระอยู่ในเรือนจำ จึงอยากขอให้แยกออกจากกัน เนื่องจากครอบครัวเห็นว่าแนวทางการขอพระราชทานอภัยโทษเป็นแนวทางเดียวที่ต้องเดิน และน่าจะดีที่สุด" น้องชายวีระ กล่าว
 
 ก่อนหน้านี้เกิดความสับสนเกี่ยวกับข่าวทำนองว่า "เครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ" ได้รับมอบหมายให้ "อุทธรณ์" เพื่อต่อสู้คดีให้แก่ "วีระและราตรี" ในที่สุด "ครอบครัววีระและราตรี" ได้เดินทางเข้าพบ "สมณะโพธิรักษ์" ผู้ก่อตั้งสันติอโศก "การุณ ใสงาม" กลุ่มที่ทำงานกับ "วีระ" เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา เพื่อพูดคุยเรื่องแนวทางการช่วยเหลือ "วีระ-ราตรี" ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเล่าถึงอาการป่วยของ "วีระ" ระหว่างถูกคุมขัง

 ซึ่งในวันดังกล่าว "ครอบครัววีระ" พูดเพื่อรักษาน้ำใจทุกฝ่ายโดยบอกว่า เปิดรับความช่วยเหลือจากทุกกลุ่มทุกสีหากจะช่วยให้วีระออกจากเรือนจำ และได้กลับบ้าน แต่เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ถือว่าเลยกำหนดการยื่น "อุทธรณ์" ซึ่งต้องทำก่อนวันที่ 1 มีนาคม ทางครอบครัวจึงต้องใช้แนวทาง "ขอพระราชทานอภัยโทษ" เพราะเห็นว่าเป็นแนวทางที่ดีที่สุด

 สำหรับครอบครัวราตรี "ปรีชา" เล่าว่า ครอบครัว น.ส.ราตรี ก็มีจุดยืนชัดว่า ต้องการขอพระราชทานอภัยโทษ เพราะหวังว่าเป็นวิธีเดียวที่ดีที่สุด และวันศุกร์ที่ 11 มีนาคมนี้ ครอบครัวราตรีจะได้เข้าเยี่ยม แต่ครอบครัวเราต้องรอก่อน 

 "เราคุยกันต่อหน้าพ่อท่าน(สมณะโพธิรักษ์) คุณการุณ ว่าสาเหตุที่คุณการุณยื่นอุทธรณ์ได้ เพราะช่วงนั้นคุณราตรีได้รับการประกันตัวมาอยู่สถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ช่วงแรกทีมทนายนำหนังสือมอบอำนาจไปให้คุณราตรีเซ็น แล้วนำหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวไปยื่นอุทธรณ์ แต่ครอบครัวเราทั้งสองครอบครัวยืนยันแนวทางเดียวกันในขณะนี้คือขอพระราชทานอภัยโทษ"

 น้องชายวีระ กล่าวว่า ในวันดังกล่าวเป็นการตกลงกันต่อหน้าพ่อท่านว่า เราเข้าใจกัน ทนายอยากทำอะไรก็ทำไป ถ้าครอบครัวเห็นว่าดีก็ขอแยกกันทำ ไม่ขัดกัน พ่อท่านจึงขอไปถามตัววีระ ครอบครัวยินดี ถ้าทีมทนายเข้าไปเยี่ยมได้ ถ้าวีระตัดสินใจอย่างไรอยู่ที่วีระเราไม่กีดกั้น แต่เหตุผลก็เท่าที่ทราบว่าขอเข้าเยี่ยมแต่ไม่ได้รับอนุญาตจนเวลาล่วงเลย จึงต้องใช้แนวทางขออภัยโทษ
 
 "มีคนสงสัยว่ามีหรือไม่ระหว่างประเทศหรือรัฐหรือสถานทูตมีข้อสัญญาตกลงกันหรือไม่ในการเข้าเยี่ยมผู้ต้องหา เพราะน่าจะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหา ส่วนการแลกเปลี่ยนผู้ต้องหาของสองประเทศทางครอบครัวกำลังพยายามหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่"

 หลังการหารือร่วมกับ "สมณะโพธิรักษ์" และกลุ่มที่ทำงานร่วมกับ "วีระ" ทาง "ครอบครัววีระ" จึงตัดสินใจให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนเป็นครั้งแรก วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี จึงมีคำสั่งให้เร่งช่วยเหลือนำ "วีระ" ออกมารักษานอกเรือนจำ

 "หลังจากเราให้สัมภาษณ์สื่อก็เห็นว่าทางรัฐบาลมีความกระตือรือร้นในการช่วยเหลือคุณวีระ ทางครอบครัวเราก็รู้สึกอุ่นใจ และมีเจ้าหน้าที่ช่วยประสานให้พบนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ซึ่งในวันดังกล่าวนายกฯ ได้สั่งการให้คุณกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ช่วยประสานเรื่องค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างเดินทางไปเยี่ยมคุณวีระ แต่ที่พักเราหาเอง เพราะสะดวกกว่าการไปพักในสถานทูต"

 ส่วนท่าทีของ "วีระ" หลังจากได้รับทราบถึงการขอพระราชทานอภัยโทษแทนการอุทธรณ์ต่อสู้คดี "น้องชายวีระ" เล่าว่า พี่ชายก็ยอม เพราะคุณแม่ขอร้อง ประกอบกับไม่รู้ข้อมูลภายนอกว่าคดีนี้ไปถึงไหน ไม่รู้จะต่อสู้คดีนี้อย่างไร เพราะทนายติดต่อขอเยี่ยมทางเรือนจำก็ไม่อนุญาต ทีวี วิทยุ หรือหนังสือพิมพ์ก็ไม่มีให้อ่าน นั่งๆ นอนๆ ในเรือนจำเพียงอย่างเดียวไม่รู้ข่าวความเคลื่อนไหวของโลกภายนอก จึงถูกกำหนดให้ครอบครัวต้องใช้ช่องทางนี้

 "เราหวังว่าช่องทางนี้จะเหมือนคดีของคุณศิวรักษ์ โชติพงษ์ วิศวกรไทย ที่ถูกจับข้อหาเหมือนกับคุณวีระ คุณราตรี ติดคุกไม่กี่วันก็ได้ออกจากคุกแล้วเมื่อมีบรรทัดฐาน ก็หวังว่าสมเด็จฮุน เซน จะเห็นใจทางครอบครัว เมื่อเคยเห็นใจครอบครัวศิวรักษ์มาแล้วเราก็หวังว่าจะเห็นใจครอบครัวเรากับคุณราตรี โดยเฉพาะรัฐบาลและนายกฯ สามารถใช้อำนาจรัฐเจรจาต่อรองได้ อยากให้นายกฯ เจรจาด้วยตัวเอง ไม่อยากให้คนอื่นไปเจรจา และเชื่อว่าถ้าใช้ตำแหน่งนายกฯ เจรจาจะช่วยคุณวีระ-คุณราตรีได้"
 ความเคลื่อนของ "กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" และ "กลุ่มเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ" ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อคดีของ "วีระ-ราตรี" น้องชายวีระ บอกว่า ทางครอบครัวไม่ขอยุ่ง ไม่ขอวิจารณ์ แต่อยากขอทุกฝ่ายอย่านำเรื่องวีระกับราตรีไปเป็นประเด็นการเมือง เพราะเป็นเรื่องชีวิตคน อยากให้ช่วยทั้งสองออกมาก่อน

 สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา รวมทั้งบทบาทความเคลื่อนไหวของ "วีระ" ที่เคยไปต่อต้านสมเด็จฮุน เซน ช่วงเดินทางมาประชุมที่หัวหินอาจเป็นอุปสรรคต่อการช่วยเหลือ "วีระ-ราตรี" น้องชายวีระ ยอมรับว่าอาจเป็นอุปสรรคบ้าง แต่ที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวของวีระตรวจสอบทุกรัฐบาลโดยไม่เลือกข้าง ที่สำคัญทำเพื่อประชาชาติไม่ใช่เพื่อส่วนตัว

 "ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่อยากให้ผู้นำประเทศคิดถึงความสัมพันธ์ของประชาชนทั้งสองประเทศที่ติดต่อค้าขายร่วมกันมานานเหมือนพี่น้อง ที่สำคัญอยากให้รัฐบาลไทยเร่งช่วยเจรจาและกำหนดเวลาช่วยเหลือให้ชัดเจน เพราะขณะนี้คุณวีระป่วยอย่ารอเวลาให้ล่วงเลยไปจนรัฐบาลชุดใหม่มาทำหน้าที่แทน ถ้าครอบครัวดูท่าทีรัฐบาลถ้ายังไม่คืบหน้าเรามีแผนเดินหน้าต่อ โดยครอบครัวอาจทำหนังสือขอเข้าพบสมเด็จฮุน เซน เพื่อขอความเห็นใจในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง" ปรีชา น้องชายวีระ กล่าวปิดท้าย

สมถวิล เทพสวัสดิ์