ข่าว

ข้อจำกัดของสังคม

ข้อจำกัดของสังคม

11 มี.ค. 2554

ตัวอย่างที่เกิดขึ้นในหลายประเทศบนคาบสมุทรอาหรับปัจจุบัน เหตุที่เกิดคงจะมีมากมายตามบริบทของการเมืองการปกครองของประเทศนั้นๆ แต่มีบางประการที่เหมือนๆ กันกับทุกประเทศคืออำนาจการปกครองประเทศจะมีอำนาจเพียงคนเดียวหรือคนกลุ่มเดียว จะเป็นระบบกษัตริย์ ระบบสุลต่าน

 อย่างประเทศลิเบีย หรือที่นักการประชาธิปไตยจ๋าจะเรียกว่า...ระบบเผด็จการ? ก็สุดแท้ที่จะตีความไป ประการที่สองคือการปล่อยปละละเลยให้ประชาชนส่วนใหญ่อยู่แบบดั้งเดิม โดยพยายามจะอธิบายแก่สาธารณชนว่า เขาเหล่านั้นไม่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมหรือพยายามปกป้องอัตลักษณ์ชนเผ่าชาติพันธุ์ของตนอย่างเข้มแข็ง จึงยากที่รัฐจะไปเปลี่ยนแปลงได้ หรืออาจจะกล่าวว่า เรา(ผู้ปกครองนคร/รัฐ) เป็นนักปกครองที่เป็นประชาธิปไตย อำนาจการตัดสินใจในการพัฒนาตนเองอยู่ที่ประชาชนเป็นหลัก ผู้ปกครองไม่อาจจะบังคับได้ เป็นสิทธิอันชอบธรรมของประชาชน จึงปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ในขณะที่นักปกครองทั้งหลายได้ส่งบุตรหลานไปเรียนหนังสือทั้งในและต่างประเทศ เมื่อสำเร็จได้กลับมาบริหารบ้านเมืองในทุกแขนงสาขาอาชีพและเกือบทุกๆ ด้าน ตั้งแต่ชนชั้นปกครองสูงสุดจนถึงระดับกลไกส่วนย่อยในหมู่บ้านและชนเผ่า

 ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีประชาชนส่วนใหญ่ยังต้องรับกรรมที่ตัวเองถูกกล่าวหาข้างต้นอย่างไม่จบสิ้น ในขณะที่บ้านเมืองเจริญขึ้น สิ่งอำนวยความสะดวกที่เกิดขึ้น ฐานะของผู้ปกครองมีความสะดวกสบายและฟุ่มเฟือยรวยล้นมากขึ้นอย่างชัดเจน ความแตกต่างของฐานะความเป็นอยู่เกิดช่องว่างอย่างกว้างไพศาลระหว่างผู้ปกครองกับประชาชน ผู้ปกครองคงจะลืมไปว่าตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีคือ 1 ชั่วอายุคน มันน่าจะทำให้ประชาชนบางส่วนพยายามดิ้นรนและกระเสือกกระสนหาหนทางที่ดีกว่าสำหรับตนเองและชนเผ่าเหล่ากอบ้าง โดยฝ่าข้ามด่านแห่งความโง่เขลา (ตามที่นักปกครองคิด) ได้ไม่มากก็น้อย เมื่อถึงเวลาและสถานการณ์สุกงอมและเหมาะสม การปฏิวัติของประชาชนก็เกิดขึ้น และผู้ปครองจะมีเหตุผลแบบเดิมมากล่าวหาประชาชนอีกหรือ?

 เฉกเช่นที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ตั้งแต่มีสัญญาระหว่างสยามกับอังกฤษในปี ค.ศ. 1909 (พ.ศ.2452) ที่อำนาจการปกครองหัวมืองมลายูของสยามประเทศ ได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงเป็นลำดับจนเป็นจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส มา ณ บัดนี้ปี ค.ศ. 2011 (พ.ศ.2554) นับได้ 102 ปี กับคำตอบที่ว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีต่ำที่สุดของประเทศ (จนที่สุด) ทั้งๆ ที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศที่มีทั้งบนภูเขา ใต้ดินและใต้ทะเล (น้ำมันและแก๊สธรรมชาติ) และคนที่นั่นเรียนหนังสือสำเร็จปริญญาตรีปีในปี พ.ศ.2534  เพียงร้อยละ 2.50 (5 จังหวัด) อีก 10 ปีต่อมา เฉพาะสามจังหวัดคือปี พ.ศ.2544 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3.00 แล้วมีความเป็นไปได้ไหมในปี พ.ศ.2554  นี้จะขึ้นเป็นร้อยละ 10.00…?

 อุทาหรณ์ของผู้ปกครองและนักเคลื่อนไหวทั้งมวลว่าธรรมาภิบาลและวิทยปัญญาในการแก้ปัญหาของประชาชนพลเมืองไทยเป็นสิ่งที่ต้องมาทบทวนอย่างหนัก มิใช่คิดได้เพียงที่เป็นอยู่อย่างปัจจุบัน เอะอะอะไรขึ้นมา ใครคิดต่าง คิดไม่เหมือนกับรัฐ (เจ้าหน้าที่?) กลายเป็นผู้ก่อการร้าย กลายเป็นคนไม่รักชาติ กลายเป็นแนวร่วม ถูกตั้งข้อหาเป็นกบฏไปหมด และไม่มีทางเลือกอื่นเลยหรือ นอกจากใช้กำลังเข้าห้ำหั่นกันโดยคิดเหมือนกับมนุษย์สมัยแรกเริ่มการตั้งชนเผ่ากระนั้นหรือ ?

อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง
[email protected]