ข่าว

เด็กพิการ : ปัญหาที่ชุมชนต้องช่วยกันสงเคราะห์

เด็กพิการ : ปัญหาที่ชุมชนต้องช่วยกันสงเคราะห์

11 มี.ค. 2554

กลายเป็นปัญหาใหม่ในสังคมที่เพิ่งได้รับการตีแผ่ ทั้งๆ ที่เป็นปัญหาหมักหมมที่ถูกกลบฝังมานานจนสังคมเข้าใจผิดคิดว่าไม่มีปัญหานี้ นั่นก็คือปัญหาเด็กพิการกว่า 2,500 คน ตามสถิติของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ที่ระบุว่านอกจากจะถูกทอดทิ้งแล้ว ยังไม่สามารถเข้า

 หนำซ้ำยังเหมือนกับ "ผีซ้ำด้ำพลอย" หรือ "หนีเสือปะจระเข้" ซ้ำเติมเด็กพิการให้ต้องผจญกับเคราะห์กรรมไม่รู้จักจบสิ้น ไม่ต้องพูดไกลไปถึงการถูกละเมิดสิทธิเด็กตามที่สหประชาชาติกำหนดไว้ นายธีรยุทธ สุคนธิ์ ผู้จัดการมูลนิธิคนพิการไทยยอมรับว่ามาตรฐานของสถานสงเคราะห์คนพิการยังอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ ไม่ว่าจะกรณีมีพี่เลี้ยงเด็กไม่เพียงพอแทนที่จะเป็นพี่เลี้ยง 1 คน ต่อเด็ก 20 คน ตามมาตรฐานสากลกลับเป็นพี่เลี้ยง 1 คน ต่อเด็กอย่างน้อย 30-40 คน ไม่นับรวมถึงปัญหาความแออัดของสถานสงเคราะห์บางแห่ง จนมีผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กและผู้ดูแล

 ยิ่งกว่านั้น ตามระเบียบของสถานสงเคราะห์คนพิการระบุชัดว่า เมื่อเด็กพิการมีอายุ 18 ปีแล้ว จะต้องถูกผลักออกจากสถานสงเคราะห์ คำถามตามมาก็คือเด็กกลุ่มนี้จะถูกผลักไปที่ไหน หากไม่มีญาติมิตรคอยดูแล ขณะเดียวกัน ยังมีปัญหาการเลือกปฏิบัติกับเด็กพิการ โดยเด็กพิการที่พอจะช่วยตัวเองได้ หรือระดับหัวกะทิ จะได้ออกไปข้างนอกหรือออกงาน ขณะที่เด็กพิการซ้ำซ้อนจะถูกเก็บไว้ จนเกิดความคับแค้นข้องใจ และเกิดปัญหาในกลุ่มเด็กพิการด้วยกันเอง

 เราเห็นว่าปัญหานี้จะต้องรีบแก้ไขให้ถูกทางด้วยการวางแผนทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการเพิ่มสวัสดิการและอัตราพี่เลี้ยงให้เหมาะสม หรือติดกล้องวงจรปิดมากขึ้นเพื่อช่วยสอดส่องพฤติกรรมของพี่เลี้ยงเด็กว่าหันไประบายอารมณ์หงุดหงิดจากการต้องทำงานเกินกำลังโดยไม่มีวันหยุดพักผ่อน กับเด็กพิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองหรือฟ้องร้องกับใครได้

 ส่วนแผนระยะกลางเพื่อแก้ปัญหานี้ก็คือการเพิ่มคุณภาพพี่เลี้ยงด้วยการจัดอบรมเฉพาะด้าน โดยเฉพาะต้องรู้วิธีสอนเด็กพิการให้ช่วยเหลือตัวเองได้ ขณะที่แผนระยะยาวนั้นจะต้องมุ่งไปที่การปรับเปลี่ยนทัศนคติและค่านิยมของสังคมให้ตระหนักว่าคนพิการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ทุกคนซึ่งรวมไปถึงคนพิการด้วยกันมีหน้าที่ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันเพื่อให้สามารถอยู่ในชุมชนได้ โดยรัฐให้ความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายเท่านั้นไม่ใช่แบกรับภาระเองเช่นทุกวันนี้