
เรื่องที่ใครๆ ก็รู้...แต่ไม่แก้ไข
ผมเคยเขียนถึงเรื่องศีลธรรมอันดีที่ตำรวจพึงมีมาหลายครั้ง เพราะเชื่อมั่นว่า องค์กรที่มีหน้าที่รักษากฎหมายจำเป็นต้องเพรียบพร้อมด้วยคุณสมบัติข้อนี้
แต่ก็ยังมีข่าวบั่นทอนความเชื่อมั่นให้ลดน้อยถอยลงทุกที จะกล่าวหาว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติละเลยก็คงกระไรอยู่ เพียงแต่การเพิกเฉยบางทีก็ไม่ต่างอะไรกับการผลักบุคลากรพ้นจากกรอบอันพึงปฏิบัติ
การที่ ร.ต.อ.ชัยธัช แจ่มเมือง รอง สว.อก.สน.ชนะสงคราม บุกปล้นร้านทองในซอยราชวิถี และยิงตำรวจเฝ้าร้านทองโดยไม่ลังเล แสดงให้เห็นถึงเจตจำนงอันแรงกล้าที่จะหันหลังให้กฎหมายที่ตัวเองถืออยู่
ร.ต.อ.ชัยธัชเคยเป็นพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง มีปัญหาเกี่ยวกับการทำสำนวนคดี จนถูกย้ายมาทำหน้าที่รองสารวัตรอำนวยการ โดยเหตุแห่งความผิดพลาดยังไม่ได้รับการแก้ไข
นี่อาจเป็นตัวอย่างหนึ่งถึงการปล่อยปละละเลยของผู้ใต้บังคับบัญชาได้หรือไม่?
หนี้สินที่กู้จากธนาคารกว่าล้านบาท เคยมีใครหาคำตอบบ้างว่า เกิดจากสาเหตุใด เงินส่วนนี้ถูกนำไปใช้อะไรบ้าง ถึงแม้จะย้ายพ้นหน้าที่พนักงานสอบสวน ที่อาจจะให้คุณให้โทษต่อสำนวนคดีแล้ว แต่เหตุปัจจัยยังคงอยู่ ปัญหาก็คงไม่หมดไป
หลายต่อหลายครั้งที่สังคมไทยรับรู้ข่าวตำรวจเครียดยิงตัวตาย หลายต่อหลายหนที่เราได้เห็นข่าวตำรวจเครียดยิงลูกเมีย หรือแม้แต่ผู้บังคับบัญชา
องค์กรตำรวจขาดการสื่อสารสองทิศทางอย่างนั้นหรือ หรือแค่ต่างคนต่างอยู่ ไม่รับรู้ทุกข์สุขของแต่ละคน เป็นการสื่อสารทางตรงจากบนลงล่างอย่างเดียว ถึงเวลาก็รับคำสั่งแล้วปฏิบัติตาม
ก่อน ร.ต.อ.ชัยธัชจะลงมือปล้นคงวางแผนเอาไว้อย่างดี ไหนจะโทรศัพท์เช็ก 191 ว่ามีตำรวจเฝ้าร้านทองเป้าหมายหรือไม่ แถมวางแผนเอาไว้ว่า ถ้าได้ทองแล้วก็จะขี่รถจักรยานยนต์มาจอดฝั่งตรงข้าม หลบเข้าพื้นที่ สน.นางเลิ้ง พื้นที่รับผิดชอบเก่า
ผมเชื่อว่าแผนนี้คงไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน คงตรึกตรองเอาไว้อย่างถ้วนถี่ เวลาอย่างนี้ไม่มีใครระแคะระคายเลยหรือ เพื่อนพ้องน้องพี่หายไปไหนในเวลาเช่นนี้
ผมคิดว่า บางทีแค่เราเอาใจใส่เพื่อนร่วมงานสักหน่อย ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบด้วยความห่วงใย เพียงแค่นี้ก็อาจช่วยให้ปัญหาบรรเทาเบาบางลงได้
คนบางคนแค่อยากระบาย หรือให้คนรอบข้างสนใจตนเองบ้าง เรื่องร้ายๆ อาจจะไม่เกิดขึ้น?!!
อนลัส
[email protected]



