ข่าว

ปณิธานหารือกาชาดสากลสุขภาพ"วีระ"

ปณิธานหารือกาชาดสากลสุขภาพ"วีระ"

10 มี.ค. 2554

“ปณิธาน” หารือกาชาดสากลเรื่องสุขภาพ “วีระ” แจงทุกฝ่ายห่วงอาการป่วย หลังเทียบอาการ “พนิช” ที่นอนคุกน้อยกว่าแต่ยังป่วย เชื่อกัมพูชาไม่ปล่อยให้ตายพราะเรื่องจะบานปลาย ปัดกั๊กช่องกม . ส่งตัวนักโทษเพราะไม่อยากข้ามหน้าครอบครัว ชี้รบ . เซ็นเองย่อมรู้ดีกว่าใคร

 (10มี.ค.)  นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับนายฌาคส์ สตรูน  ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคกรุงเทพของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศและคณะว่า ได้มีการพูดคุยถึงแนวทางการช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด และนางสาวราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ 2 คนไทยที่ถูกจำคุกอยู่ในประเทศกัมพูชา โดยนายฌาคส์ระบุว่า ได้ส่งตัวแทนไปเยี่ยมนายวีระและได้ประเมินเรื่องสุขภาพ ซึ่งมีความเห็นว่านายวีระมีปัญหาด้านสุขภาพจริง ดังนั้นเร็วๆนี้กาชาดจะส่งตัวแทนและแพทย์ไปเพิ่มเพื่อขอพบกับนายวีระอีกครั้ง ส่วนครอบครัวนายวีระจะต้องการอะไรเพิ่มจากคณะกรรมการกาชาดนั้นเป็นเรื่องของครอบครัวที่จะเสนอไปรัฐบาลไม่ได้เข้าไปยุ่งอะไร

 นายปณิธาน กล่าวว่า รัฐบาลมีความเป็นกังวลในเรื่องสุขภาพของนายวีระ โดยมีกรอบการประเมินใน 2-3 ประเด็นคือ1.การแจ้งจากสถานทูตไทยเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของนายวีระ 2.การรับฟังจากครอบครัวของนายวีระเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา 3.การประเมินสถานการณ์ข้างเคียงจากนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งถูกคุมขัง ในระยะเวลาน้อยกว่าแต่มีปัญหาสุขภาพพอสมควร ทั้งนี้ในส่วนของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศส่งตัวแทนไปดูแลพร้อมแก้ไขปัญหา ส่วนองค์กรสากลคงจะมีอีกช่องทางหนึ่ง โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือให้นายวีระมีการดูแลรักษาสุขภาพที่ดี และดูแลความเรียบร้อยต่างๆ ด้านมนุษยธรรม

 ผู้สื่อข่าวถามว่า อาการของนายวีระที่มีกระแสข่าวออกมาว่าป่วยหนัก ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายปณิธาน กล่าวว่า รายงานทางแพทย์ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคลในเรื่องของรายละเอียดเรื่องของโรค แต่เรามีความกังวลเนื่องจากประเมินว่าสภาพร่างกายของนายวีระนั้นหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรจะทำให้สุชภาพไม่ดีขึ้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเกิดเหตุสุดวิสัยกับนายวีระ จะทำให้เป็นปัญหาบานปลายระหว่างประเทศหรือไม่ นายปณิธานกล่าวว่าเป็นความเข้าใจตรงกัน ทางกัมพูชาเองก็เป็นกังวลเรื่องสภาพความเป็นอยู่และด้านมนุษยธรรม เมื่อเทียบกับมาตรฐานหรือคนอื่นๆเขาก็ได้มีการดูแลเต็มที่ แต่ขณะเดียวกันเราก็เป็นกังวลเพราะต่างถิ่น ลักษณะที่อยู่ในขณะนี้ไม่ว่าจะแข็งแรงขนาดไหนหากอยู่นานก็จะเป็นปัญหา เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นความเห็นต่างกัน

 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าทั้ง2คน ทางรัฐบาลขออภัยโทษให้ทั้งหมดเลยหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า เป็นเรื่องของทางครอบครัว หากเขาขอไปทางเราก็ประสานในเรื่องของหลักฐานและข้อมูลตามการร้องขอ ซึ่งเรื่องคดีก็เป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องของครอบครัวที่รัฐบาลร้องขอไม่ได้ ส่วนเรื่องระยะเวลานั้นยังไม่สามารถบอกได้เพราะ อยู่ในระหว่างการควบคุมประกอบกับคดีขณะนี้ยังไม่ชัดเจนน่าจะอยู่ในขั้นตอนการพิจารณารายละเอียด

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่เครือข่ายคนไทยฯไปยื่นอุทธรณ์ให้กับนางสาวราตรี จะเป็นเงื่อนไขหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ทราบ เป็นเรื่องส่วนบุคคลและเรื่องของแต่ละกลุ่มจากการพูดคุยที่ผ่านมาก็ไม่มีรายละเอียดใดๆ ซึ่งทางกัมพูชาจะดูและพิจารณาเอง

 นายปณิธาน ยังกล่าวถึงการขอโอนตัวนักโทษตามสนธิสัญญาโอนตัวนักโทษว่า เรื่องของสนธิสัญญามีรายละเอียดมาก ต้องนำมาเทียบเคียงกัน มีเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศอยู่หลายฉบับ ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะทำได้มากน้อยขนาดไหน และบางกรณีก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของอธิปไตยจึงยังไม่ชัดเจน ส่วนข้อสังเกตที่ว่าเหตุใดรัฐบาลไม่เคยระบุถึงช่องทางการใช้สนธิสัญญาก่อนหน้านี้เลยว่า ในตอนแรกรัฐบาลต้องการให้การต่อสู้คดีเป็นไปตามความต้องการของครอบครัวก่อน หากจะไปเสนอเลยจะดูเหมือนการบีบบังคับ และดูไม่เหมาะสมเพราะขณะนั้นเข้าใจว่านายวีระมีความต้องการที่จะอุทธรณ์สู้คดี ทั้งนี้ยืนยันว่าเมื่อรัฐบาลเป็นผู้ลงนามในสนธิสัญญาเองย่อมเข้าใจถึงกฎเกณฑ์ต่างๆเป็นอย่างดี ซึ่งจากนี้ไปจะมาพิจารณากันว่ามีเงื่อนไขที่จะสามารถเข้าสู่หลักเกณฑ์ใดได้บ้าง

 สำหรับประเด็นอื่นที่ได้หารือกับผู้แทนกาชาดนั้น นายปณิธานกล่าวว่า หลังจากที่เขาเคยได้พูดคุยกับ นายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเขาได้มาแจ้งให้นายกฯ ทราบว่ามีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือมนุษยธรรมในเมืองไทย เมื่อเขามารับตำแหน่งจึงอยากจะทำต่อในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภาคใต้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางกาชาดและหน่วยงานต่างๆจะหารือกัน เพื่อส่งเสริมทางด้านมนุษยธรรมความช่วยเหลือต่างๆ ที่ทางสำนักงานกาชาดได้ทำอยู่แล้ว โดยขณะนี้ได้มีการยกระดับกิจกรรม และไปพบกับหน่วยงานความมั่นคง ตำรวจ กระทรวงยุติธรรม เรียบร้อยแล้ว และขณะนี้จะขอพบกันหน่วยงานความมั่นคงภายใต้สังกัดสำนักนายกฯ และได้ขอให้ประสานเพื่อที่จะพบกับสภาความมั่นคง ซึ่งเป็นงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่จะไปสร้างขีดความสามารถในเรื่องความยุติธรรม ความเชี่ยวชาญทางด้านทักษะต่างๆ นอกจากนี้