ข่าว

การเมืองร้ายเหลือ
ป่วนทีมบอลอาชีพ
ไม่ให้ใช้สนามแข่ง

การเมืองร้ายเหลือ ป่วนทีมบอลอาชีพ ไม่ให้ใช้สนามแข่ง

10 มี.ค. 2554

การเมืองกับกีฬาแยกกันไม่ออก "พีระ ฟองดาวิรัตน์" รองผู้ว่า กกท.ฝ่ายสิทธิประโยชน์และกีฬาอาชีพ ชี้นักการเมืองไทยเป็นพิษร้ายของวงการลูกหนัง หลังหลายทีมประสบปัญหาไร้สนามแข่งขันและฝึกซ้อม เพราะเป็นคนละขั้วการเมือง ขณะที่ สทท.11 แถลงยิงสดไทยพรีเมียร์ลีก 68 แมทช์

 ที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา นายองอาจ ก่อสินค้า รักษาการเลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นประธานในการแถลงข่าวการถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ทางสทท.11 โดยมีนายพีระ ฟองดาวิรัตน์ รองผู้ว่าการ กกท.ฝ่ายสิทธิประโยชน์และกีฬาอาชีพ นายกฤษณพร เสริมพานิช อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และนายสรายุทธ มหวลีรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บจก.สยามสปอร์ตมีเดีย แมเนจเม้นท์ ร่วม ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ว่า สทท.11 มีกำหนดถ่ายทอดสดฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศทุกวันเสาร์-อาทิตย์ วันละ 1 คู่ รวมทั้งสิ้น 68 แมทช์ตลอดฤดูกาล
 โดยนายกฤษณพร กล่าวว่า เป็นการสนองนโยบายรัฐบาล เพราะแทบทั้งวันสถานีมีรายการที่ค่อนข้างเครียด และเราเองอยากให้วันเสาร์-อาทิตย์ เป็นวันของครอบครัว ดังนั้นจึงเน้นเรื่องการกีฬาเข้ามาตอบสนอง โดยเฉพาะช่วงเวลา 18.00-20.00 น. ถือเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนในครอบครัวได้อยู่ด้วยกัน และการถ่ายทอดสดครั้งนี้คาดหวังว่าจะช่วยทำให้กระแสของฟุตบอลไทยเกิดอย่างต่อเนื่อง
 ขณะที่นายพีระ กล่าวว่า กกท.พร้อมจะหางบประมาณเข้ามาเสริมอีกก้อนหนึ่งประมาณ 5-10 ล้านบาท เพื่อให้มีจำนวนแมทช์ถ่ายทอดสดผ่านทาง สทท.11 ที่เป็นฟรีทีวี สามารถเข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่มากกว่า 68 แมทช์ตลอดฤดูกาลอย่างที่เป็นอยู่


 นอกจากนี้รองผู้ว่าการ กกท. ยังกล่าวถึงกรณีมีหลายทีมประสบปัญหาไม่ได้รับความร่วมมือจาก อบจ.ในการเข้าใช้สนามแข่งขันและฝึกซ้อม ว่าที่ได้ลงไปสัมผัสมาแล้วคือ เชียงราย ยูไนเต็ด ซึ่งมีปัญหาเข้าใช้สนามกีฬากลางจังหวัดไม่ได้ ทั้งที่ในฤดูกาลที่ผ่านมาเมื่อครั้งเล่นดิวิชั่น 1 ไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น โดยเบื้องต้นพบว่าสโมสรอ้างว่า อบจ.ซึ่งอยู่คนละขั้วทางการเมืองเรียกร้องเงินจำนวน 3 ล้านเป็นค่าเช่าใช้สนามต่อเดือน ซึ่งการทำเช่นนี้เหมือนกับไม่อยากให้ใช้ในทางอ้อม แต่เมื่อสอบถาม อบจ.กลับบอกว่า สโมสรไม่เคยเข้ามาคุยโดยตรงกับฝ่ายบริหาร แต่ที่ผ่านมาใช้การเข้าทางอ้อมคุยกับคนดูแลสนาม ซึ่งถึงตรงนี้เมื่อเราไปตรวจสนามแม่ฟ้าหลวงที่ผ่านมาตรฐานเบื้องต้น ทำให้เชียงราย ยูไนเต็ด ไม่เจอปัญหาสนามแข่งขัน จึงกลายเป็นที่มาของการออกข่าวเกทับกัน
 "เรื่องนี้ผมกล่าวได้อย่างเต็มปากว่า เป็นเพราะปัญหาการเมืองทั้งสิ้น ซึ่งหากว่ากันตามปรัชญากีฬาแล้ว กีฬาต้องไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง แต่บ้านเรากลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น นักการเมืองหลายแห่งกำลังกลายเป็นปมปัญหา ซึ่งหวังว่าจะมีการปรับตัว เพราะเราคงไม่อยากเห็นนักการเมืองมาแอบอ้างเอากีฬาไปหวังผลการเมือง หรือมุ่งทำร้ายกันทางการเมืองอย่างที่เป็นอยู่ ไม่เช่นนั้นอนาคตของวงการฟุตบอล หรือกีฬาอาชีพในบ้านเราเจอปัญหาแน่"
 ขณะเดียวกันยังมีทีมพะเยา ในลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 อีกทีมที่เจอปัญหาเช่นกัน โดยสนามกีฬากลาง ซึ่ง อบจ.ของอีกฟากการเมืองดูแล ไม่ยอมให้เข้าใช้สนามแข่งขันและฝึกซ้อม โดยนำเอารถแทรกเตอร์เข้าไปปิดทางเข้า-ออกสนาม ทำให้ทีมต้องหันไปใช้สนามโรงเรียนฟากกว๊านวิทยาคม ซึ่งไกลกว่าสนามกลางถึง 30 กิโลเมตรแทน