
ตั้งวงถกแก้จราจรเมืองขอนแก่น พร้อมใช้ "บีอาร์ที"-คาดปีหน้าเริ่ม
ขอนแก่น-สภาเมืองขอนแก่น ร่วมถกแนวทางแก้ปัญหาจราจรเขตเมือง จี้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือทำงาน พร้อมแจง บีอาร์ที ระบบขนส่งมวลชนทางเลือกใหม่ของประชาชน ผ่านสภาเรียบร้อย และจะดำเนินการได้ในปี 2555 ไม่หวั่นปัญหารถสองแถว แนะหากสนใจสามารถร่วมลงทุนได้
นายพีระพล พัฒนพีระเดช นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าวในงานประชุมสภาเมืองขอนแก่นภาคพิเศษ ประจำปีงบประมาณ 2554 เรื่อง “ร่วมมือ ร่วมใจ ร่วมแก้ไขปัญหาจราจร” ที่ห้องภูพาน ชั้น 2 โรงแรมขอนแก่นโอเต็ล จ.ขอนแก่น ว่าการประชุมครั้งนี้เพื่อต้องการให้ทุกฝ่ายประสานและเข้ามาร่วมแก้ปัญหาจราจรเมืองอย่างจริงจัง เพราะปัจจุบันปัญหานี้กลายเป็นปัญหาสำคัญที่จะต้องเร่งแก้ไขเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
ในส่วนของรถ ”บีอาร์ที” ที่เป็นระบบขนส่งมวลชนทางเลือกใหม่ของประชาชนที่จะมาช่วยแก้ปัญหาจราจรเขตเมืองในอนาคตนั้น ขณะนี้ได้ผ่านสภาเมืองเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการคำนวณ การดำเนินการว่าจะต้องรู้ว่าวิ่งผ่านเส้นไหน ควรใช้รถกี่คัน และอาจมีการเวนคืนที่ดินบริเวณถนนด้วย โดยขั้นตอนนี้ใช้งบประมาณของเทศบาล 15 ล้านบาท เพื่อจะได้สรุปรายละเอียดนำเสนอแหล่งทุนหรือรัฐบาลต่อไป
นายธีรศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ รองนายกเทศมนตรี กล่าวว่า รถบีอาร์ที ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาจราจรเขตเมืองนั้นเป็นโครงการใหญ่ที่ใช้งบประมาณสูงถึง 700 ล้านบาท โดยกำหนดวิ่งวนเป็นวงกลมบนถนนสายหลักตามหัวเมืองสู่ย่านการค้า ธนาคาร ห้างสรรพสินค้า โดยจะทำที่จอดรถบีอาร์ทีใน 4 มุมเมือง คาดโครงการนี้จะดำเนินการได้ปี 2555 ส่วนรถสองแถวหรือผู้ประกอบการอื่นๆ ที่สนใจสามารถเข้ามาเป็นผู้ร่วมลงทุนได้
"ตอนนี้ชัดเจนแล้วจุดศูนย์กลางเศรษฐกิจที่เชื่อมจากพม่าจะผ่าน จ.ตาก มาขอนแก่น ก่อนทะลุมุกดาหารไปประเทศลาว เวียดนาม ขณะเดียวกันจะมีเส้นทางใหม่เกิดขึ้นจากประเทศจีนที่ทำถนนเชื่อมผ่านประเทศลาวผ่าน จ.เลย ผ่านขอนแก่น เพื่อล่องใต้สู่มาเลเซีย สิงคโปร์ ซึ่งตรงนี้หากโครงการบีอาร์ทีแล้วเสร็จก็จะทำให้แก้ปัญหาการจราจรเขตเมืองได้"
พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร รอง ผบ.ตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า รถบีอาร์ทีจะเป็นรถที่วิ่งเวียนบริการเฉพาะในเมือง จะไม่ส่งผลกระทบต่อรถสองแถวที่ขนประชาชนจากชานเมืองเข้ามาในเมือง คือจะไม่วิ่งทับเส้นทางกัน การให้บริการรถบีอาร์ทีจะทำให้ประชาชนสะดวกและมีทางเลือกมากขึ้น ส่วนเรื่องค่าโดยสารต้องขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของภาครัฐว่าจะเข้ามาช่วยมากน้อยแค่ไหน



