ข่าว

พรบ.คุมม็อบผ่านสภาพท.ไม่ร่วมตั้งกมธ.

พรบ.คุมม็อบผ่านสภาพท.ไม่ร่วมตั้งกมธ.

10 มี.ค. 2554

(10มี.ค.) ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 12.15 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะที่เสนอโดยครม. และเสนอโดยน.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ ส.ส.ลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ต่อจากการประชุมเมื่อวันที่ 9 มี.ค.

  
โดยมีมติรับหลักการในวาระที่ 1 ด้วยคะแนน 229 ต่อ 85 เสียง และไม่ลงคะแนน 7 เสียง มีสาระสำคัญกำหนดหน้าที่ของการชุมนุมในที่สาธารณะและผู้ที่เข้าร่วมชุมนุม และกำหนดหลักเกณฑ์ในการชุมนุม   ซึ่งผู้ที่จะจัดการชุมนุมต้องแจ้งให้สถานีตำรวจที่อยู่ในเขตความรับผิดชอบรับทราบไม่น้อยกว่า 72 ชั่วโมงก่อนที่จะมีการชุมนุม   และสามารถแจ้งขอกำลังเจ้าหน้าที่ให้ช่วยรักษาความปลอดภัยได้

 อย่างไรก็ตามก่อนที่จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ปรากฎว่า นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายว่า พรรคเพื่อไทยมีมติไม่ส่งส.ส.เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการ เพราะกฎหมายดังกล่าวดึงโครงสร้างอำนาจศาลเข้ามาเกี่ยวข้อง และโควตารายชื่อกรรมาธิการของรัฐบาลเป็นตำรวจมีแนวโน้มเป็นเผด็จการ ดังนั้นขอเรียกกฎหมายฉบับนี้ว่าเป็น “ พ.ร.บ.สุเทพ เทือกสุบรรณ ” ทำให้นายสุเทพลุกขึ้นชี้แจงว่า พูดแบบนี้เป็นการประสงค์ร้าย กฎหมายฉบับนี้มีไว้คุ้มครองสิทธิของประชาชน ที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยทำร้ายประชาชน ทำให้นายสมคิด บาลไธสง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย ประท้วงด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดว่า “ รัฐบาลจะไม่ฆ่าประชาชนได้อย่างไร แล้ว 91 ศพใครเป็นคนฆ่า ”  ทำให้นายสุเทพ ลุกขึ้นตอบโต้ว่า ใครฆ่าประชาชนขอให้อดทนรอในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจในสัปดาห์หน้า ตนจะเอารูปว่าให้ดูว่าใครถือปืนอาก้ายิงประชาชนมาเปิดให้ดู  

 ต่อมาบรรยากาศการประชุมถกเถียงกันไปมาระหว่างส.ส.พรรคเพื่อไทยกับส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ หลังจากพรรคเพื่อไทยไม่ขอร่วมสังฆกรรมเข้าเป็นกรรมาธิการฯ ในที่สุดท้ายนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้ตัดบทเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญทั้งหมด 26 คน โดยเว้นสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยเอาไว้ และแปรญัตติภายใน 7 วันตามข้อบังคับ

 จากนั้นได้เข้าสู่วาระรับทราบรายงานผลการพิจารณาของกมธ.ชุดต่างๆ โดยเมื่อถึงวาระรับทราบรายงานผลการศึกษาของกมธ.การเงิน การคลัง กรณีผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการปิดสนามบินสุวรรณภูมิของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่มีนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน ปรากฏว่ามีกมธ.เพียง 1 คนที่ขึ้นบังลังก์เพื่อมารายงานผลการศึกษา ทำให้นายสามารถกล่าวว่า เมื่อคณะกมธ.ไม่มีความพร้อมที่จะรายงานผลการศึกษา ตนขอสั่งปิดการประชุมไปในเวลา 13.22 น.