ข่าว

นัดสั่งคดีพธม.ล้อมสภา-ยึดทำเนียบ28มิ.ย.

นัดสั่งคดีพธม.ล้อมสภา-ยึดทำเนียบ28มิ.ย.

10 มี.ค. 2554

อัยการนัดสั่งคดี “แกนนำและแนวร่วมพันธมิตรฯ ชุมนุมล้อมสภา – ยึดทำเนียบ"ปี 51 พร้อมคดีสนธิ แกนนำ พธม. หมิ่น “เนวิน – ทักษิณ” 28 มิ.ย.นี้ หลังตร.ส่งสำนวนสมควรสั่งฟ้อง 4 สำนวนรวด

 (10มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ. วีรวิทย์ จันทร์จำเริญ รอง ผบก.น. 1 ในฐานะพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้นำสำนวนการสอบสวนจำนวน 6 ลัง 32 แฟ้ม ความหนา 8,000 หน้า พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องแกนนำและแนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ส่งมอบให้นาย กายสิทธิ์ พิศวงปราการ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องคดี พร้อมกัน 4 สำนวน ประกอบด้วย

 สำนวนแรกพนักงานสอบสวน มีความเห็นสมควรสั่งฟ้อง นาย สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กับพวกที่เป็นแกนนำและแนวร่วมพันธมิตรฯ รวม 21 คน ข้อหา “ ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีการอื่นใดอันมิใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือ กระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน , เป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่ง อย่างใดทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยผู้กระทำมีอาวุธ และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิกมั่วสุม , ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป , ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215, 216, 309 และ 310 กรณีนำกลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อมอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 5 -7 ต.ค.51

 สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 21 คน ประกอบด้วย  1. นายสนธิ ลิ้มทองกุล  2. นายพิภพ ธงไชย  3. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์  4. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข  5. นายสุริยะใส กตะศิลา  6. นายอมร อมรรัตนานนท์ 7. นายสำราญ รอดเพชร  8. นายศิริชัย ไม้งาม  9. นายสาวิทย์ แก้วหวาน  10. นายพิชิต ไชยมงคล 11. นายอำนาจ พละมี 12. นายวีระ สมความคิด 13. นายกิตติชัย ใสสะอาด  14. นายประยุทธ วีระกิตติ 15. นายสุชาติ ศรีสังข์ 16. นายสมบูรณ์ ทองบุราณ 17. นายศุภผล เอี่ยมเมทาวี  18. นางสาวอัญชะลี ไพรีรัก  19. นายพิเชฏฐ พัฒนโชติ 20. นางมาลีรัตน์ แก้วก่า 21. นายประพันธ์ คูณมี

 สำนวนที่ 2 พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ส่งสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง พล.ต. จำลอง ศรีเมือง นาย สนธิ ลิ้มทองกุล นาย สมศักดิ์ โกศัยสุข นาย พิภพ ธงไชย นาย สุริยะใส กตะศิลา และนาย สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ กรณีนำกลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 - 31 ส.ค. 51

 สำนวนที่ 3 พนักงานสอบสวนมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายสนธิ ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณีปราศรัยกล่าวหานาย เนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เป็นไอ้ห้อยไอ้โหน เกี่ยวข้องกับการทุจริต และสำนวนที่ 4 พนักงานสอบสวนมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายสนธิคดีหมิ่นประมาทฯ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีปราศรัยกล่าวหาทำนองว่าเป็นคนทุจริตและหลบเลี่ยงการจ่ายภาษี ทั้ง 2 คดีเกิดขึ้นบนเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรฯระหว่างการชุมนุมต่อเนื่อง 193 วัน เมื่อปี 2551

 โดยวันนี้ นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความพันธมิตรฯ เดินทางเข้าพบพนักงานอัยการพร้อมด้วยนาย สมบูรณ์ ทองบุราณ และนาย สุชาติ ศรีสังข์ สองผู้ต้องหาคดีปิดล้อมอาคารรัฐสภา ส่วน นายสนธิ ติดภารกิจต้องพบแพทย์เพื่อติดตามผลการรักษาตัวหลังถูกลอบยิง ขณะที่แกนนำและแนวร่วมพันธมิตรฯคนอื่นติดภารกิจ จึงแจ้งอัยการขอเลื่อนนัดเข้าพบออกไปก่อน โดยนายกายสิทธิ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา พิจารณาแล้วอนุญาตให้ผู้ต้องหาที่เหลือทยอยเข้ารายงานตัวภายในวันที่ 28 เม.ย.นี้ และนัดฟังคำสั่งคดีพร้อมกันในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น.