
มาร์คไม่ประมาทรับเสี่ยงไม่มีเลือกตั้ง
มาร์ค ไม่ประมาท รับไทยยังเสี่ยงไม่มีการเลือกตั้ง เหตุปีที่แล้วบางพรรคทำป่วน มีทั้งพรรคการเมือง - มวลชน - กองกำลัง โยน กกต.ช่วยดูความเรียบร้อยในการเลือกตั้ง ย้ำสัมพันธ์ กองทัพ ยังปึ้ก ป้องจนท.โดนกล่าวหาตลอดช่วงสลายเสื้อแดง "เทพเทือก" เมิน กกต. ชวน
(10มี.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการสร้างบรรยากาศการเลือกตั้งที่ทำให้เกิดความเป็นธรรมและสงบ ว่า ตนคิดว่าทำได้ แต่ทุกฝ่ายต้องเหนื่อยหน่อย รวมถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งในวันที่ 11 มีนาคมนี้ จะเข้าไปพูดคุยกัน ถ้าเวลาไม่พอตนก็อยู่ต่อและคุยได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีมองว่าประเทศอยู่ในความเสี่ยง และอาจจะไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราไม่ประมาท แต่มั่นใจว่าบ้านเมืองเดินมาอย่างนี้ จะเดินต่อตามวิถีทางของรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ว่าเราประมาทไม่ได้ เพราะมีคนบางกลุ่มซึ่งเขาก็พยายามที่จะก่อตัวสร้างความวุ่นวายได้ และอย่าลืมปัญหาหนัก ๆ ที่ผ่านมา ไม่ต้องใช้คนเยอะในการสร้างปัญหา เป็นเพียงคนกลุ่มน้อย อย่างเช่น การชุมนุมของเสื้อแดง คนส่วนใหญ่ที่มาชุมนุมไม่ได้สร้างปัญหา แต่ว่าคนส่วนน้อยอาศัยมวลชนเหล่านี้ สร้างความวุ่นวายเพื่อประโยชน์ของตนเอง
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ปัจจัยเสี่ยงจะอยู่ตรงไหนระหว่างการเคลื่อนไหวนอกสภาหรือการเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราก็ทราบกันดีอยู่แล้ว เพราะการอภิปรายเมื่อปีที่แล้ว ตอนอภิปรายมีการเอาข้อเท็จจริงมากางชัดเจน ซึ่งเขาเองก็ยอมรับ ว่าเขามีพรรคการเมือง มีมวลชน และมีกองกำลัง ซึ่งลักษณะการเมืองที่เดินขนาน 3 ฝ่าย ตรงนี้เป็นอันตรายอย่างมาก ตรงนี้รัฐบาลต้องยืนยันไม่ยอมให้เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า กกต. ควรที่จะเข้ามาเพื่อสร้างความสงบเป็นธรรมในการเลือกตั้งอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่า กกต. สามารถที่จะวางแนวทางให้ชัดเจน ว่าขอบเขตของการทำงานของพรรคการเมือง นักการเมือง และพฤติกรรมอะไรที่ถือว่าเป็นการขัดต่อกระบวนการการเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตย ควรกำหนดให้ชัด แต่ต้องดูอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ในกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามว่า นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ด้านกิจการพรรคการเมือง อ้างว่าหากมีการพูดคุยเรื่องพรรคการเมืองที่มีส่วนขัดขวางการเลือกตั้งต้องยื่นเรื่องอย่างเป็นทางการ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่เราจะไปพูดคุย ไม่ใช่เรื่องของการไปร้องเรียนเฉพาะเรื่อง แต่ต้องการให้เห็นภาพรวม และถ้า กกต.จะแนะนำพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่เห็นว่าบรรยากาศหรือการเลือกตั้งจะไม่เรียบร้อยจะให้รัฐบาลทำอย่างไรก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมืออยู่แล้ว แต่เบื้องต้นต้องมีแนวคิดที่ปรากฏชัดเจนเสียก่อน ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของกกต.
ย้ำสัมพันธ์“กองทัพ ”ยังแน่นปึ้ก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่การตอบโต้ระหว่างนาย จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส. พรรคเพื่อไทย กับผู้นำเหล่าทัพว่า ก็ว่าไปตามความเป็นจริง ประเด็นนี้เจ้าหน้าที่ถูกกล่าวหาตลอด ทั้งที่ความจริงเรื่องนี้เคยอภิปรายไม่ไว้วางใจมาแล้ว หน่วยงานต่างก็ตรวจสอบอยู่ และฝ่ายค้านก็พูดมาตลอด ซึ่งแปลกที่เมื่อเวลาคนทำงานสอบมีข้อมูลอะไรที่เป็นคุณกับตัวเองก็เอาไปอ้างอิง พอมีอะไรที่ไม่เป็นคุณกับตัวเองก็เอาไปฟ้องร้องบ้าง กล่าวหาบ้าง ไม่ได้เปิดโอกาสให้ทุกสิ่งทุกอย่างว่าไปตามกระบวนการตามความเป็นจริง ตนคิดว่าคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวหา เขาก็มีสิทธิที่ออกมาพูดชัดเจนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
ส่วนการที่นายจตุพร ออกมาอ้างว่าได้ข้อมูลมาจากรัฐบาลเพื่อต้องการหักหลังกองทัพ ที่เข้าปฏิบัติการในช่วงสลายการชุมนุม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ใครไปหักหลังใคร นายจตุพรก็มีข้อมูลแบบนี้มาตลอด และไม่จริงซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า”
ผู้สื่อข่าวถามว่า การกระทำเช่นนี้คือการตั้งใจให้เกิดความแตกแยกระหว่างรัฐบาลกับกองทัพหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ดูเหมือนจะเป็นความตั้งใจที่จะทำให้เกิดความแตกแยกในทุกเรื่อง นี่คือความแตกต่าง นายจตุพรเป็น ส.ส.ฝ่ายค้าน และขณะที่รัฐบาลต้องการให้ประเทศเดินข้างหน้า แต่ฝ่ายค้านก็จะหยิบประเด็นการเมือง และขยายความขัดแย้ง จึงอยากให้ประชาชนได้พิจารณาว่า ต้องการพรรคการเมืองที่จะมาแก้ไขปัญหาของประชาชน ที่ขณะนี้เดือดร้อนเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก หรือจะให้พรรคการเมืองมาทำให้เกิดความขัดแย้ง เบี่ยงเบนไปจากการแก้ไขปัญหาของประชาชน และทำให้การแก้ไขปัญหาของประชาชนยากขึ้น ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลถ้าสังคมอยู่ในวังวนความขัดแย้งปัญหาก็จะแก้ยากขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกลุ่มคนยุให้เกิดความแตกแยกเพื่อยั่วให้กองทัพออกมาปฏิวัติหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็มีคนที่มีทฤษฎีอย่างนั้นอยู่ ตนยืนยันว่าบางคน บางฝ่ายก็อาจต้องการทำให้เกิดความวุ่นวาย แต่ประชาชนส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด ไม่มีใครต้องการอย่างนั้น อยากให้ประชาชนได้พิจารณาว่าตกลงเราอยากได้นักการเมือง พรรคการเมืองที่มาสร้างความแตกแยก หรือจะเอานักการเมือง พรรคการเมืองมาแก้ปัญหา
เมื่อถามว่า ทางกองทัพและรัฐบาลยังมีความสัมพันธ์กันดี นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไรเลย มีความเข้าใจกันดี เพราะทุกคนทำตามบทบาทและหน้าที่ของตนเอง ตนทำงานมา 2 ปี ความคิดเห็นบางเรื่องอาจจะไม่ตรงกัน แต่ก็ตระหนักในบทบาทหน้าที่ตัวเอง ทุกอย่างจะเรียบร้อย เราต้องหนักแน่น มิเช่นนั้นทุกฝ่ายจะเสียหายกันหมด
ผู้สื่อข่าวถามว่าเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นการพยายามที่จะทำลายกองทัพมากขึ้นหรือไม่ และรัฐบาลจะปกป้องฝ่ายปฏิบัติอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างรัฐบาลจะชี้แจงข้อเท็จจริง และตนคิดว่าการจะปกป้อง คือการเอาความจริงมา เราก็เข้าใจดีว่าเขามีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาอย่างไร เราจะชี้แจง และไม่ต้องการให้เวทีของสภา เป็นเวทีที่นำไปสู่ความแตกแยก แต่ว่าถ้าฝ่ายค้านพยายามทำเช่นนั้น รัฐบาลก็จะชี้แจงข้อเท็จจริง
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการมองว่ามีกระบวนการที่จะทำรัฐประหารขณะนี้มีประสิทธิภาพที่จะทำหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คนที่พูดเรื่องนี้พูดมาหลายครั้งแล้วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และสื่อก็มีการวิเคราะห์กันอยู่ ซึ่งประเทศต้องเดินหน้าตามวิธีทางประชาธิปไตย รัฐบาลก็ตัดสินใจในแต่ละเรื่องที่เป็นเรื่องสำคัญทางการเมือง บนพื้นฐานการรักษาประชาธิปไตยแบบนิติรัฐ และตนก็จะเดินหน้าทำอย่างนั้นต่อ
เมื่อถามย้ำว่า กลุ่มคนเหล่านี้มีศักยภาพหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบเลยว่าจะมีกลุ่มคนเหล่านั้นจริงหรือไม่ มีแต่คนที่อยากให้มี แต่ว่าจะมีจริงหรือเปล่าก็อีกเรื่องหนึ่ง
"เทพเทือก"เมินลงสัตยาบันเลือกตั้งสมานฉันท์
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่ นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เตรียมเสนอให้นายกรัฐมนตรี เร่งแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการจัดการเลือกตั้งว่า รายละเอียดเรื่องที่จะทำ วันที่ 11 มี.ค.นายกรัฐมนตรีก็จะไปพบกับกกต. และจะเกิดความชัดเจนขึ้น ส่วนเรื่องการดูแลรักษาความสงบของการเลือกตั้ง ถึงแม้จะยุบสภาแล้วพวกตนก็ต้องรักษาการอยู่และข้าราชการทุกฝ่ายทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจและทหารยังจะต้องทำหน้าที่ ที่จะต้องดูแลบ้านเมืองให้ดีที่สุด ใครทำผิดก็จับกุมดำเนินคดีว่าไป
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ กกต.จะเสนอโครงการสมานฉันท์ โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคนมาลงนามร่วมกันว่าจะไม่เกิดเหตุรุนแรงลอบฆ่าหัวคะแนนหรือผู้สมัคร นายสุเทพ กล่าวว่า “ไอ้ที่จะให้มาลงนามกันมันช่วยอะไรไม่ได้ จตุพรท้าสาบานทุกวันธูปหมดประเทศแล้วถ้าไปทำอย่างนั้น มันไม่สามารถเชือ่ได้หรอก เอาเป็นว่าพี่น้องประชาชนก็จับตามองว่าคนที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ ให้พี่น้องประชาชนแสดงอาการต่อต้านไอ้พวกหัวใจไม่เป็นประชาธิปไตย มาใช้ความรุนแรง ประชาชนก็ต่อต้านคอยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองก็ดำเนินการรักษากฎหมายให้เคร่งครัด ผิดก็จับ” นายสุเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่ายังจะมีการเลือกตั้ง เพราะนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา พรรคภูมิใจไทยออกมาวิเคราะห์ว่าอาจจะมีการยึดอำนาจ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พูดเรื่องยึดอำนาจนี่ก็เหนื่อย แต่ละฝ่ายมีเป้าหมายของตัวเอง คนบางพวกพยายามที่จะทำลายภาพของทหาร คนบางพวกมองว่าประเทศไทยถึงทางตัน หมดความอดทนเลยเรียกทหารมาปฏิวัติ เมื่อเป็นอย่างนี้เราต้องมั่นคง เราได้พิสูจน์แล้วว่าบ้านเมืองเดินในแนวทางประชาธิปไตยดีที่สุด ให้ประชาชนส่วนใหญ่เป็นคนกำหนดอนาคตของประเทศไทย มันอาจจะขลุกขลักไม่ราบรื่นบ้างก็ต้องอดทน
“ผมคลุกคลีกับบรรดาผู้นำของกองทัพ บรรดาทหารทั้งหลายไม่มีใครอยากที่จะไปทำปฏิวัติ ไม่มีใครต้องการยึดอำนาจ ผมยืนยัน ผมอยู่กับเขาทานข้าวหม้อเดียวกันมาเป็นเวลาหลายเดือนที่ต้องอยู่ในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ผมเข้าใจทุกอย่าง ทุกคนเขาต้องการเป็นทหารอาชีพ ไม่อยากมายุ่งกับการบ้านการเมือง ไม่ใช่หน้าที่ไม่ใช่ความถนัดของเขา แต่ถ้าเพื่อให้บ้านเมืองอยู่รอด ถ้าคนอื่นทำไม่ได้เขาก็จำเป็น เหมือนคราวที่แล้วทำไมทหารต้องออกมาช่วยก็เพราะตำรวจไม่ทำ สั่งไม่ได้เลยตอนนั้น ผมก็ต้องไปขอกำลังทหารมาช่วย ยืนยันว่าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เองก็ไม่ได้นิยมเผด็จการ เป็นอุดมการณ์ของพรรคชัดเจนว่าเราไม่เกินในแนวทางเผด็จการ แต่เดินในแนวทางประชาธิปไตย การเมืองของประเทศไทยต้องประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข” นายสุเทพ กล่าว



