ข่าว

ราชินีอนุเคราะห์พระ-เณรเหยื่อกระสุน

ราชินีอนุเคราะห์พระ-เณรเหยื่อกระสุน

10 มี.ค. 2554

ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ปัตตานี เผย “ราชินี”รับ “พระ-เณร” อ.โคกโพธิ์ เหยื่อกระสุนแก๊งป่วนใต้ เป็นคนไข้ส่วนพระองค์ ระบุอาการบาดเจ็บดีขึ้นตามลำดับ พร้อมหารือคณะสงฆ์กับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงวางมาตรการดูแลพระออกบิณฑบาตร แม่สามเณรสุดปิติ เผยเป็นพระมหากรุณาธิ

 (10มี.ค.) นายธีรชิต บวรนันทิวัฒน์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินินาถ ได้มีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานความช่วยเหลือด้วยการรับ พระสุชาติ อินทันแก้ว พระวัดปุราณประดิษฐ์ และสามเณรสกณธ์ เสมสันต์ วัดศรีมหาโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เป็นคนไข้ในพระบรมราชินูปถัมน์ หลังจากถูกลอบทำร้ายขณะบิณฑบาตจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่5 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยมีผู้แทนพระองค์เข้าเยี่ยมอาการของพระและเณรที่อยู่ระหว่างพักฟื้นที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์(มอ.)หาดใหญ่ และโรงพยาบาลปัตตานี

 นายธีรชิต กล่าวต่อว่า สำหรับอาการบาดเจ็บของพระสุชาติซึ่งรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ ขณะนี้มีอาการพ้นขีดอันตราย และดีขึ้นตามลำดับโดยรู้สึกตัว รวมถึงยกแขนทั้งสองข้างได้แล้ว แต่จากการถูกกระสุนของคนร้ายยิงเข้าที่จุดสำคัญบริเวณไขสันหลังทำให้ช่วงล่างของร่างกายตั้งแต่สะเอวลงไปขณะนี้ยังไม่มีอาการตอบสนองใดๆ โดยคณะแพทย์และพยาบาลยังคงติดตามและเฝ้าดูแลอาการอย่างใกล้ชิด

 ส่วนอาการของสามเณรสกณธ์ที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลปัตตานี ขณะนี้ก็มีสภาพดีขึ้นตามลำดับเช่นกัน แต่ยังต้องอยู่ในความควบคุมและดูแลของแพทย์และพยาบาลอย่างใกล้ชิด

 นางนฤมล เสมสันต์ มารดาของสามเณรสกณธ์ กล่าวว่า รู้สึกปลาบปลื้มและปีติเป็นล้นพ้นที่สมเด็จพระนางเจ้ฯาพระบรมราชินีนาถ พระราชพระราชทานความช่วยเหลือโดยรับสามเณรไว้เป็นคนไข้ส่วนพระองค์ และทันที่ที่ได้พบกับผู้แทนพระองค์ ที่เดินทางเข้าเยี่ยมอาการของเณรที่โรงพยาบาล สิ่งที่เห็นได้ชัดคือสีหน้าและท่าทีการตอบสนองของเณรที่ดีขึ้นกว่าหลายวันที่ผ่านมาอย่างมาก
 
 “ทันทีที่ทราบข่าวได้กระซิบข้างหูของสามเณณสกนธ์เบาๆว่าพระราชินีพระราชทานความช่วยเหลือ ทำให้สามารถเห็นปฏิกิริยาตอบสนองจากเณรทันทีทั้งขยับแขนและกระดกนิ้ว ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้แล้ว”นางนฤมล กล่าว

 นางนฤมล กล่าวต่อว่า สำหรับอาการล่าสุดของสามเณร หลังจากคณะแพทย์และพยาบาลได้นำตัวเข้าผ่าตัดกระดูกที่แตกจากคมกระสุนที่บริเวณใบหน้า ขณะนี้อาการบวมลดลงแล้ว และมีปฏิกิริยาตอบสนองที่ดีกว่าช่วงที่ผ่านมา

 เมื่อเวลา 18.00 น .ที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมทางดินหายใจ ชั้น 3 โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯ ให้ พล . อ . ณพล บุญทับ รองสมุหราชองครักษ์ ในฐานะผู้รับผิดชอบประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นตัวแทนพระองค์ เดินทางเข้าเยี่ยม และมอบเงินพระราชทานจำนวนหนึ่งให้แก่พระสุชาติ โดยมีอาการล่าสุดปลอดภัยแล้ว แต่ยังมีอาการเกี่ยวกับเส้นประสาท และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ มีน้ำในปอด  ผู้ป่วยไม่มีความรู้สึกตั้งแต่ช่วงระดับเอวลงมา เนื่องจากถูกยังเข้าที่กระดูกไขสันหลัง ทำให้ร่างกายท่อนล่างสูญเสียความรู้สึก

 ส่วนอาการป่วยด้วยโรคหัวใจของนายวาเด็ง ปูเต๊ะ  อายุ 95 ปี พระสหายแห่งสายบุรี ซึ่งเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ตั้งแต่วันที่ 27 ก . พ . ที่ผ่านมา นั้น ล่าสุดอาการยังคงทรงตัว โดยทางคณะแพทย์ได้ทำการเคลื่อนย้าย นายวาเด็ง  ปทำการพักรักษาตัวที่หอผู้ป่วยไอซียู ชั้น 4 อาคาร 100 ปี ซึ่งสามารถป้องกันอาการติดเชื้อ และการรบกวนจากคนไข้ รวมทั้งญาติๆ

นอภ.เบตงกำชับรปภ.พระขณะออกบิณฑบาต

 นายดลเดช พัฒนรัฐ นายอำเภอเบตง จ.ยะลาได้วิทยุด่วนสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และกำลังภาคประชาชนที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่พระภิกษุสงฆ์ จากวัดพุทธาธิวาส วัดจันทร์ธาดาประชาราม และวัดจันทรัตน์จำนวน 20 รูป ที่ออกบิณฑบาตภายในและนอกเขตเทศบาลเมืองเบตง โดยให้มีการรักษาความปลอดภัย แก่พระภิกษุสงฆ์อย่างเข้มงวด ขณะที่ประชาชนชาวไทยพุทธในพื้นที่ยังคงออกมาทำบุญตักบาตรกันตามปกติ

 นาย ดลเดช พัฒนรัฐ นายอำเภอเบตง กล่าวว่า ในส่วนของ อ.เบตง ในการดูแลรักษาความปลอดภัยแก่พระภิกษุสงฆ์ และชุมชนชาวไทยพุทธนั้น ทาง ฝ่ายปกครองอำเภอเบตงได้ร่วมกับหน่วยกำลังทหาร ตำรวจ และกำลังภาคประชาชน ประชุมวางแผนในการรักษาความปลอดภัยพระภิกษุสงฆ์ ขณะออกบิณฑบาต หรือรับกิจนิมนต์ไปพื้นที่ใดให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบเพื่อง่ายต่อการรักษาความปลอดภัย

 ขณะเดียวกัน ในช่วงเช้านอกจากจะมีกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ แล้ว จะมีกองกำลังภาคประชาชน มาทำหน้าที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยควบคู่กับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ อีกด้วย ส่วนในพื้นที่ 4 ตำบล ได้มีหน่วยเฉพาะกิจร้อย ม.4 และร้อย ม.3 ฉก.ยะลา 16 ประสานงานกับทางฝ่ายปกครอง ซึ่งได้มอบหมายให้ปลัดอำเภอไปสำรวจว่าวัดในแต่ละตำบล ซึ่งมีอยู่จำนวนไม่มาก มีพระภิกษุสงฆ์ได้ออกบิณฑบาตในพื้นที่ใดและต้องจัดให้มีกำลังเจ้าหน้าที่ไปคุ้มครองรักษาความปลอดภัยด้วย หรือกรณีพระภิกษุสงฆ์ มีกิจนิมนต์ของสงฆ์จะต้องไปในพื้นที่ต่างๆ ก็ขอให้มีการประสานกับหน่วยกำลังในพื้นที่

สุเทพหนุนอดุลย์เด้งผบก.นราธิสาส

 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึง กรณีที่พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว   ที่ปรึกษา สบ.10 ที่ได้รับการมอบหมายให้ดูแลพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ ผบช.ศชต. เซ็นคำสั่งย้ายผู้บังคับการจังหวัดนราธิวาสถือว่าแก้ปัญหาที่ถูกทางหรือยังว่า  เป็นเรื่องของพล.ต.ท.อดุลย์ ที่เขาได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอชายแดนภาคใต้ เมื่อเขาลงไปดูและเห็นปัญหาก็คิดว่าต้องมีการลงโทษ ตนยังถือว่าเป็นเรื่องที่เหมือนกับว่าเขาดำเนินการเพื่อเป็นการตักเตือนบอกว่าต้องเข้มแข็งกันหน่อย

 รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า เมื่อรู้ข่าวสถานการณ์ความไม่สงบ ตนได้สอบถาม พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิศรี ผบ.ตร.ก็ได้พูดกับผบ.ตร.ไปแล้ว โดยผบ.ตร.จะลงไปด้วยตนเองในวันสองวันนี้ ซึ่งตนได้ให้แนวทางไปกว้าง ๆ ว่า กำลังเจ้าหน้าที่ทหารที่ลงไปในทำงานในพื้นที่ต่างๆ เขาต้องดูแลในตำบล หมู่บ้านในพื้นที่ป่าเขาทั้งหลาย ส่วนในเมืองตำรวจกับฝ่ายปกครองและจังหวัดต้องร่วมมือกัน รวมทั้งการตั้งด่านตรวจ เพราะพื้นที่สะดวกกว่าเสี่ยงภัยน้อยกว่า แต่ว่าต้องไม่ละเลยจัดระบบให้ดี โดยมีทั้งอาสาสมัคร จัดเวรยามให้เข้มงวด ตั้งด่านตรวจที่ดีอย่างเป็นระบบต้องทำให้ได้ ไม่ใช่ว่าพอเขามาก่อเหตุแล้วก็วิ่งหนีกลับเข้าป่าไปได้ผ่านด่านทั้งหลายไปได้อย่างไร และอยู่ ๆ เขาก็มาวางระเบิดที่พักของตำรวจเอง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มส.ว.หรือส.ส.ที่ใกล้ชิดประชาชน เวลาออกมาพูดอะไรรัฐบาลก็ไม่รับฟัง หาว่ามีอคติ ทำให้แก้ปัญหาไม่ได้  นายสุเทพ  กล่าวว่า  ตนรับฟังตลอดไม่ว่าส.ว.หรือส.ส. แม้แต่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน  โต๊ะครู  โต๊ะอิหม่าม เมื่อตนลงพื้นที่ก็ลงไปหาและรับฟังทั้งนั้น เพียงแต่กรณีของส.ส.ตนตำหนิว่ายังมีช่องทางที่จะพูดจากัน ไม่ใช่ออกมาให้สัมภาษณ์ต่อว่าต่อขานจนกลายเป็นความเข้าใจผิดกันเท่านั้น

หมายจับมือคาร์บอมบ์แฟลตตร.นราฯ1ราย

 ความคืบหน้าเหตุคนร้ายวางระเบิดคาร์บอมบ์แฟลต 5 ชั้น ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และรถยนต์เก๋งรถยนต์กระบะได้รับความเสียหายจำนวน 14 คัน

 ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 10 มี.ค.54 ทางพนักงานสอบสวนและชุดคลี่คลายคดี ได้ร่วมประชุมสรุปสถานการณ์ที่เกิดเหตุ ระบุว่ากลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้มีจำนวน 2 คน และได้เชิญตัว จ.ส.ต.สานิตย์ ขวัญสุข ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ศรีสาคร ซึ่งเป็น 1 ในพยานที่จดจำรูปพรรณสัญฐานและใบหน้าของคนร้ายได้ มาให้ปากคำและให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส สเก็ตช์ภาพ 1 ใน 2 คนร้ายตามคำบอกเล่า และเจ้าหน้าที่ได้นำไปเปรียบเทียบกับรูปภาพในแฟ้มทำเนียบประวัติบุคคลที่ก่อคดีความมั่นคง ซึ่งเจ้าหน้าที่ขอสงวนชื่อและนามสกุล พร้อมขออนุมัติศาล จ.นราธิวาส ออกหมายจับแล้วในวันนี้

 บุคคลในภาพสเก็ตช์เป็นบุคคลนอกพื้นที่ จ.นราธิวาส และเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายคดี ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการแจกจ่ายภาพสเก็ตช์ดังกล่าวไปยังสถานีตำรวจภูธรทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้แต่ละสถานีฯทำการแจกจ่ายไปอีกทอดหนึ่งให้กับเจ้าหน้าที่กองกำลังฝ่ายต่างๆที่ปฏิบัติหน้าที่ตามจุดตรวจ เพื่อทำการจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 ส่วนกรณีรถยนต์เก๋งและรถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสาคร จำนวน 14 คัน ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุดังกล่าวนั้น นายเดชรัฐ สิมศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบความเสียหายของทรัพย์สินจากเหตุความไม่สงบกำลังตรวจสอบในรายละเอียดของคู่สัญญาในกรมธรรม์ประกันภัยว่าเป็นเพราะเหตุใดบริษัทประกันภัย จึงไม่ยอมจ่ายเงินสินไหมให้กับตำรวจผู้เป็นเจ้าของรถที่เสียหายทั้ง 14 คันดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อจะได้หาทางเยียวยาช่วยเหลือกับผู้เสียหายต่อไป