
มาร์คไม่แคร์"ชทพ."ดอกกินข้าว"ภท."
นายกฯ ไม่แคร์แกนนำ "ชทพ." ดอดกินข้าว"ภท." ชี้เร็วไปจะต่อรองเก้าอี้ รอดูผลโหวตเลือกตั้งก่อนคิดจับขั้วร่วมรบ. อีกครั้ง "โสภณ"แจง"ภท.-ชทพ."วงกินข้าวเมินชวน"ปชป." ยันรู้ใจแค่ 2 พรรค ปัดส่งสัญญาณผนึกพรรคร่วม "เทพเทือก" เมิน กกต. ชวนลงสัตยาบันเลือกตั้งสม
(10มี.ค.) ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคภูมิใจไทย (ภท.)และพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) มีนัดรับประทานอาหารร่วมกัน อาจมีนัยยะทางการเมืองหรือไม่ว่า “ ก็ได้ทานข้าวด้วยกัน ”
ผู้สื่อข่าวถามว่า การรับประทานอาหารดังกล่าวเหมือนกับว่าทั้งสองพรรคจับมือร่วมกันเพื่อต่อรองอะไรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่หรอกครับ เพราะแต่ละพรรคการเมืองเขาก็มีสิทธิ์ ที่จะปรึกษาหารือ พูดคุยกัน หรือจะจับมือกัน ไม่ได้มีปัญหาอะไร
เมื่อถามต่อว่า จะทำให้เขามีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น หลังการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะอำนาจการต่อรองนั้นจะอยู่ที่คะแนนเสียงของประชาชนให้มา
ส่วนความมั่นใจในคะแนนเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หากมีการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเองคิดว่าเราตั้งใจทำงาน และจะตั้งใจต่อไป แต่ไม่สามารถไปตอบแทนประชาชนได้ เพราะประชาชนจะเป็นผู้ให้คำตอบ เรามั่นใจว่าสิ่งที่เราได้ทำมา และการมีแนวทางทางการเมืองที่ยึดประโยชน์ของประชาชนและมีแนวนโยบายที่เป็นรูปธรรม จะได้รับการสนับสุนนจากประชาชน
เมื่อถามว่า ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล ภายหลังจากมีการเลือกตั้งแล้ว จะมีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ในการกลับมาจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันอีกครั้ง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่มีปัญหาอะไร ขณะนี้คิดว่าทุกพรรคได้มีการการเตรียมการสำหรับเลือกตั้ง และคงต้องรอดูผลหลังการเลือกตั้ง
เมื่อถามต่อว่า มองอย่างไรถึงโอกาสที่จะได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มันก็อยู่ที่ประชาชนครับ
"โสภณ"แจง"ภท.-ชทพ."วงกินข้าวเมินชวน"ปชป."
นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แกนนำพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทย เตรียมนัดทานข้าวกับพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.)ในวันที่ 14 มี.ค.นี้ ว่า ไม่มีสัญญาณการร่วมมืออะไร แต่ที่ไปกินข้าวกันเพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลดัวยกัน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นแกนนำอยู่ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยทานข้าวด้วยกันเป็นประจำอยู่แล้ว เมื่อถามว่าการไม่ชวนพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมด้วยอาจทำให้พรรคประชาธิปัตย์คลางแคลงใจหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า “ ไม่มี จะแคลงใจทำไม ไม่เกี่ยวกับเรื่องประชาธิปัตย์ คนรู้ใจกันกินข้าวด้วยกัน ”
เมื่อถามว่าในอนาคตจะทำให้ 2 พรรคมีโอกาสทำงานทางการเมืองด้วยกันหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า การเมืองเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว นอกจากพูดเป็นงิ้วเป็นลิเก แต่หลักทำงานไม่ใช่ใครมาก็ร่วม เพราะอยู่ที่อุดมการณ์ว่าร่วมกันได้หรือไม่ ดังนั้นไม่มีอะไรแน่นอนพูดไปบางทีก็ลืมคำพูดตัวเอง ยืนยันการกินข้าวเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ได้พูดเล่น เพราะคนรู้ใจกันกินข้าวด้วยกันเป็นเรื่องจริง โดยทั้ง 2 พรรคคุยกันทุกเรื่องเป็นปกติ เมื่อถามว่าแสดงว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่คนรู้ใจ นายโสภณ ยิ้มและกล่าวว่า “ รู้ใจกันสองพรรค ”
มั่นใจแจงศึกอภิปรายได้ทุกเรื่อง
นายโสภณ กล่าวถึงความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ว่า ทุกเรื่องที่เป็นนโยบายของตัวเอง หรือสิ่งไหนเป็นอำนาจของรัฐมนตรีสามารถตอบได้แน่นอน ไม่มีอะไร สบายมาก แต่บางเรื่องก็เป็นงานประจำของข้าราชการที่ต้องรับผิดชอบ
"เทพเทือก"เมินลงสัตยาบันเลือกตั้งสมานฉันท์
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่ นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เตรียมเสนอให้นายกรัฐมนตรี เร่งแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการจัดการเลือกตั้งว่า รายละเอียดเรื่องที่จะทำ วันที่ 11 มี.ค.นายกรัฐมนตรีก็จะไปพบกับกกต. และจะเกิดความชัดเจนขึ้น ส่วนเรื่องการดูแลรักษาความสงบของการเลือกตั้ง ถึงแม้จะยุบสภาแล้วพวกตนก็ต้องรักษาการอยู่และข้าราชการทุกฝ่ายทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจและทหารยังจะต้องทำหน้าที่ ที่จะต้องดูแลบ้านเมืองให้ดีที่สุด ใครทำผิดก็จับกุมดำเนินคดีว่าไป
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ กกต.จะเสนอโครงการสมานฉันท์ โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคนมาลงนามร่วมกันว่าจะไม่เกิดเหตุรุนแรงลอบฆ่าหัวคะแนนหรือผู้สมัคร นายสุเทพ กล่าวว่า “ไอ้ที่จะให้มาลงนามกันมันช่วยอะไรไม่ได้ จตุพรท้าสาบานทุกวันธูปหมดประเทศแล้วถ้าไปทำอย่างนั้น มันไม่สามารถเชือ่ได้หรอก เอาเป็นว่าพี่น้องประชาชนก็จับตามองว่าคนที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ ให้พี่น้องประชาชนแสดงอาการต่อต้านไอ้พวกหัวใจไม่เป็นประชาธิปไตย มาใช้ความรุนแรง ประชาชนก็ต่อต้านคอยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองก็ดำเนินการรักษากฎหมายให้เคร่งครัด ผิดก็จับ” นายสุเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่ายังจะมีการเลือกตั้ง เพราะนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา พรรคภูมิใจไทยออกมาวิเคราะห์ว่าอาจจะมีการยึดอำนาจ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พูดเรื่องยึดอำนาจนี่ก็เหนื่อย แต่ละฝ่ายมีเป้าหมายของตัวเอง คนบางพวกพยายามที่จะทำลายภาพของทหาร คนบางพวกมองว่าประเทศไทยถึงทางตัน หมดความอดทนเลยเรียกทหารมาปฏิวัติ เมื่อเป็นอย่างนี้เราต้องมั่นคง เราได้พิสูจน์แล้วว่าบ้านเมืองเดินในแนวทางประชาธิปไตยดีที่สุด ให้ประชาชนส่วนใหญ่เป็นคนกำหนดอนาคตของประเทศไทย มันอาจจะขลุกขลักไม่ราบรื่นบ้างก็ต้องอดทน
“ผมคลุกคลีกับบรรดาผู้นำของกองทัพ บรรดาทหารทั้งหลายไม่มีใครอยากที่จะไปทำปฏิวัติ ไม่มีใครต้องการยึดอำนาจ ผมยืนยัน ผมอยู่กับเขาทานข้าวหม้อเดียวกันมาเป็นเวลาหลายเดือนที่ต้องอยู่ในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ผมเข้าใจทุกอย่าง ทุกคนเขาต้องการเป็นทหารอาชีพ ไม่อยากมายุ่งกับการบ้านการเมือง ไม่ใช่หน้าที่ไม่ใช่ความถนัดของเขา แต่ถ้าเพื่อให้บ้านเมืองอยู่รอด ถ้าคนอื่นทำไม่ได้เขาก็จำเป็น เหมือนคราวที่แล้วทำไมทหารต้องออกมาช่วยก็เพราะตำรวจไม่ทำ สั่งไม่ได้เลยตอนนั้น ผมก็ต้องไปขอกำลังทหารมาช่วย ยืนยันว่าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เองก็ไม่ได้นิยมเผด็จการ เป็นอุดมการณ์ของพรรคชัดเจนว่าเราไม่เกินในแนวทางเผด็จการ แต่เดินในแนวทางประชาธิปไตย การเมืองของประเทศไทยต้องประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข” นายสุเทพ กล่าว



