
"แค่มีกิ๊ก บานปลายกลายเป็นโศกนาฏกรรม"
"กิ๊ก" ฟังดูอาจเป็นเรื่องขำๆ แต่สำหรับพวกที่นิยมการมีกิ๊กคงต้องแอบเก็บกันให้มิดชิด จนถึงขั้นขำไม่ออกกันเลยทีเดียว
เพราะที่ผ่านมา "กิ๊ก" นี่แหละกลายเป็นตัวปัญหาในหลายครอบครัว ที่อาจบานปลายไปใหญ่โตจนเกิดเป็นปัญหาสังคม ไปจนถึงขั้นการเกิดโศกนาฏกรรมจากความหึงหวง ที่ปรากฏเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ไม่เว้นแต่ละวัน ในโอกาสวันครอบครัว 14 เมษายนนี้ "คม ชัด ลึก" จึงพาไปรับฟังความรู้สึกและข้อเสนอแนะจากคนในสังคม ที่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการยับยั้งความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต
เริ่มต้นที่ ภรภัทร เพ่งไพฑูรย์ ผอ.สำนักส่งเสริมสถาบันครอบครัว สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ความเห็นว่า ปัญหาเหล่านี้เริ่มขึ้นจากสถาบันครอบครัว สภาพแวดล้อมในครอบครัว ที่ยังขาดความรักความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย รวมถึงปัญหาความรุนแรงที่มีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้น
"เราต้องพยายามให้ความรู้แต่ละครอบครัวให้เป็นครอบครัวที่เข้มแข็ง มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างสมดุล คือการมีปัจจัย 4 เพียงพอ มีอาชีพที่สามารถประทังชีวิตและมีรายได้เลี้ยงดูครอบครัวได้ สำหรับเด็กควรส่งเสริมในด้านของการศึกษา พ่อ-แม่ ต้องเข้าใจวุฒิภาวะและธรรมชาติของเด็กในแต่ละช่วงวัย ให้เวลาในการแนะนำพูดคุยเป็นที่ปรึกษาและเป็นเพื่อนที่ดี ให้เด็กรู้สึกมีที่พึ่งพิงที่สามารถพูดคุยได้ และให้คำแนะนำได้ในยามที่เกิดปัญหา รวมทั้งสมาชิกในครอบครัวต้องรู้จักปรับตัวเข้าหากัน ทบทวนความสัมพันธ์ในครอบครัวว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต" ภรภัทร แนะนำ
ด้าน พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผอ.สำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าเป็นธรรมดาที่ความรุนแรงเกิดขึ้นแล้ว คนที่เกี่ยวข้องย่อมไม่สบายใจ โดยเฉพาะสมาชิกในครอบครัวของทั้งสองฝ่าย ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากความเห็นที่แตกต่างในแง่ของความคิด ที่เกิดขึ้นในการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ วิธีการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้อง นำไปสู่เรื่องของความรุนแรงที่เกิดจากการจัดการอารมณ์ที่แตกต่างกัน
"การกระทำทั้งหลายของเด็กล้วนมาจากการเลี้ยงดูของครอบครัว และมีการศึกษาเข้ามาช่วยในการพัฒนา ดังนั้นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ภายในครอบครัวต้องมีการอยู่ร่วมกันแบบประนีประนอม เห็นอกเห็นใจกัน พ่อ-แม่ ต้องเป็นตัวอย่างที่ถูกต้องในการควบคุมอารมณ์ และสอนให้เด็กยอมรับความแตกต่าง สอนให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าก่อน ในส่วนของโรงเรียนต้องมองเห็นวิธีการแก้ปัญหาเด็ก ให้มีการพัฒนาสติปัญญาที่ดี และต้องมีความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ ยอมรับปัญหาและสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในชิวิตได้ นอกจากนี้สิ่งที่อยู่รอบตัวทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีผลต่อการหล่อหลอมความคิดของเด็กด้วย"
คุณแม่ยังสาวอย่าง "เก๋" จิรวรรณ เหลืองอมรเลิศ บอกว่าเห็นข่าวประเภทนี้มากขึ้นทุกวันตามสื่อต่างๆ คิดว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้น่าจะเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ขาดสติและขาดความยั้งคิด ทำให้รู้สึกเห็นใจครอบครัวของผู้ถูกกระทำและครอบครัวของผู้กระทำด้วย
"การที่เราจะรักใครสักคน ต้องระลึกไว้เสมอว่าไม่มีทางที่จะได้อยู่ร่วมกันตลอดไป วันหนึ่งก็ต้องพลัดพรากจากกัน การที่เราจะรักคนอื่นได้นั้นต้องมีสติที่จะรักตัวเองก่อน ต้องรู้จักมองตัวเอง รู้จักคิดพิจารณาถึงผลจากสิ่งที่เรากระทำ ความรักเป็นการเสียสละอย่างหนึ่ง ทุกคนมีสิทธิ์เลือกที่จะเลือกรักใครก็ได้ ซึ่งควรเคารพสิทธิ์นั้น การที่เรารักเขาแต่เขาไม่ได้รักเรา การฆ่ากันก็ไม่ทำให้เขากลับมารักเราได้อยู่แล้ว ตามหลักพุทธศาสนาของเรา แค่การฆ่าสัตว์ก็เป็นบาปแล้ว ก็ยิ่งฆ่าคนยิ่งเป็นบาปมหันต์ มันเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ถ้าเราอยากให้คนอื่นรักเรา ก็ควรทำตัวให้น่ารัก" คุณแม่ลูกอ่อน ให้ความเห็น
หันมาฟังความคิดเห็นของเด็กรุ่นใหม่ อย่าง "มะปราง" กิติวิชญา วัชโรทัย สาวเศรษฐศาสตร์ จากรั้วจามจุรี ที่บอกว่าทุกครั้งที่เห็นข่าวความรุนแรงจากสื่อต่างๆ ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ รวมถึงหนังสือพิมพ์ จะรู้สึกไม่ดีเลย ปัจจุบันสังคมเปลี่ยนแปลงไปมาก บางครั้งแค่เรื่องเล็กน้อยกลับลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่โตไปมาก
"คิดว่าการที่จะมีความรัก เราไม่ควรทุ่มเทความรักทั้งหมดไปในแบบคู่รักเท่านั้น เราควรเฉลี่ยใจที่จะรักครอบครัว รักเพื่อน และที่สำคัญคือต้องรักตัวเอง โดยส่วนตัวคิดว่าความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม เป็นสิ่งที่ดีถ้าเราใช้มันในทางที่ดี แต่ด้วยสภาพสังคมปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปมาก การจะกลับไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องลำบาก จึงคิดว่าสิ่งน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะไม่ทำให้เกิดความรุนแรงแบบนี้ขึ้นอีก คือการปลูกฝังเรื่องเหล่านี้ในเด็กและเยาวชน ควรส่งเสริมให้มีการเรียนรู้และทำความเข้าใจในเรื่องที่เกิดขึ้น สอนให้เด็กรู้จักรักตัวเองและมีจิตสำนึกที่ดี คิดดี พูดดี ทำดี เชื่อว่าผลที่ออกมาก็จะดีตามไปด้วยแน่นอน"
เอาเป็นว่า รักได้แต่ต้องมีสตินะคะ...



