
หนุ่มงัดบ้านลุงลักพระเครื่อง500องค์
ลุงพนักงานเมืองพัทยาสุดแค้นโดนไอ้หนุ่มข้างบ้านแอบงัดบ้านกวาดแผงเก็บพระเครื่องรุ่นดังกว่า500 องค์ไปขาย ตามจับตัวได้คาโต๊ะสนุ๊กฯโดนกระทืบอ่วม ก่อนลากคอไปตามเอาพระเครื่องที่ถูกขายคืนมาได้เพียงบางส่วน
เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา นายวิไล เพลียซุย อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 445 ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ทำงานตำแหน่งพนักงานประจำสำนักงานสาธารณะสุขและสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยา พร้อมกับลูกลาน ช่วยกันจับกุมตัว นายเดชศักดิ์ แซ่จัง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่47/2 ม.3 ต.เทพนิมิต อ.เขาสมิง จ.ตราด ผู้ต้องหาก่อเหตุลักทรัพย์พระเครื่อง ซึ่งอยู่ในสภาพสะบักสะบอมเพราะถูกรุมประชาทันต์มาส่งให้ ร.ต.อ.เฉลียว บุญคุ้ม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดี พร้อมกับนำกล่องใส่พระเครื่องจำนวน 4 กล่อง ภายในมีพระเครื่องทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่จากเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วประเทศ จำนวนกว่า300องค์เป็นของกลางที่ตามยึดคืนมาได้จากผู้ต้องหามายืนยัน
นายวิไล ผู้เสียหายเล่าว่า ตนมีบ้านพักอยู่ภายในซอยบ่อนไก่ ย่านพัทยาใต้โดยเมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 9มีนาคม2554 ที่ผ่านมา ตนได้ออกไปทำงานตำแหน่งเครื่องพ่นไล่ยุง อยู่ประจำสำนักงานสาธารณะสุขและสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยาตามปกติ โดยที่บ้านไม่มีคนอยู่หลังจากเลิกงานกลับมาประมาณ 15.30 น. ก็พบว่าบ้านโดนคนร้ายงัดจากหลังบ้านเข้ามารื้อค้นเอาทรัพย์สินมีค่า ซึ่งคนร้ายได้ยกกล่องใส่เก็บพระเครื่องที่เก็บไว้บนตู้หัวเตียงนอนจำนวน 4 กล่องภายในมีพระเครื่องที่ตนเก็บสะสมไว้ตั้งแต่รุ่นพ่อมีแต่รุ่นเก่าๆราคาแพงและรุ่นใหม่จำนวนมากกว่า 500 องค์พร้อมกับสร้อยคอที่เลี่ยมพระเครื่องไว้ชุดใหญ่มีพระเครื่องอาจารย์ชื่อดังที่มูลค่านับล้านบาทแหวนไว้ที่หิ้งพระหายไปจนหมดเกลี้ยง
นายวิไล กล่าวว่า ด้วยความเสียดายพระเครื่องมูลค่าราคามากมหาสารที่ตนเก็บสะสมไว้นั้นถูกโจรขโมยไปจึงออกตามหาตัวคนร้าย โดยสืบหาตัวคนร้ายจากคนใกล้ตัวก่อน จนทราบจากคนข้างบ้านว่าเห็น นายเดชศักดิ์ แซ่จัง ซึ่งเป็นหนุ่มวัยรุ่นข้างบ้านที่ตนสงสารเอ็นดูเพราะเคยมาร่วมเล่นกีฬาเตะตะกร้อกับลูกหลานของตนและตนเคยพาเข้าบ้านมากินข้าวรักเอ็นดูเหมือนกับลูกตนเอง ได้ฉวยโอกาสแอบเข้ามาในบ้านตนหลังตนออกไปทำงานและเพื่อนบ้านบอกว่าเป็น นายเดชศักดิ์ แซ่จัง หอบหิ้วสิ่งของออกไปจากบ้านตนด้วย ตนจึงระดมลูกหลายข้างบ้านตนพากันออกตามหาตัวนายเดชศักดิ์ แซ่จัง ไปที่บ้านพักก็ไม่เจอจึงไปตามที่โต๊ะสนุ๊กเกอร์อยู่แถวๆบ้าน ก็พบตัวนายเดชศักดิ์ แซ่จัง กำลังแทงสนุ๊กฯอยู่
นายวิไล กล่าวว่า ตนสอบถามทีแรกไม่ยอมรับแต่พอถามเค้นไปมาก็ยอมรับสารภาพว่าก่อเหตุงัดบ้านและขโมยพระเครื่องของตนไปจริงและนำไปเร่ขายให้กับแผงเซียนพระเครื่องบนห้างไมค์ชอปปิ้งมอลล์ย่านถนนเลียบชายหาดพัทยาแล้ว ได้เงินมา 2,700 บาท เมื่อลูกหลายตนได้ยินก็เกิดอารมณ์โมโหแทนตนพากันรุมประชาทันต์ระบายอารมณ์โมโหจนนายเดชศักดิ์ แซ่จัง ได้รับบาดเจ็บ ปากแตกหน้าตาบวมช้ำ
นายวิไล กล่าวว่า บอกต่อว่าจากนั้นตนกับลูกหลานจึงให้ นายเดชศักดิ์ แซ่จัง พาไปตามเอาพระเครื่องที่นำไปขายคืนเพราะเสียดายพระเครื่องที่ถูกขโมยไปขายอย่างมาก แต่เมื่อไปพบเซียนพระที่เช่าซื้อพระต่อจากนายเดชศักดิ์ แซ่จังไปนั้นก็ได้พระเครื่องกลับคืนมาเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น ส่วนพระเครื่องที่หายไปมีแต่รุ่นดังที่ตนเก็บรักษามานาน อย่างเช่น หลวงพ่อโสธร กริ่งรุ่น1 , หลวงพี่เอีย วัดบ้านดอน รุ่นแรก , พระปิดตาอาจารย์ทวน เกาะล้าน ฯลฯ ซึ่งแต่ละองค์นั้นเป็นของแท้รุ่นแรก มูลค่าหลายล้านบาท หรืออาจประเมินราคาไม่ได้หายไปหมด
นายวิไล กล่าวว่า เซียนพระคนที่รับซื้ออ้างว่ารับซื้อมาก็เหลือเพียงเท่าที่ตนได้คืนมาเท่านั้นส่วนรุ่นอื่นๆไม่รู้มีใครซื้อไปก่อนหรือไม่ พร้อมกับให้พระเครื่องของกลางที่เหลืออยู่กลับคืนมาทั้งหมด หลังจากที่ตนได้พระบางส่วนคืนมาแล้วก็หมดความหวังจะได้พระรุ่นดังๆที่หายไปกลับคืนมาพระตกอยู่ในมือเซียนพระไปแล้ว ตนจึงจับกุมตัว นายเดชศักดิ์ แซ่จัง ผู้ก่อเหตุมาส่งให้ตำรวจดำเนินคดีและยังหวังว่าตำรวจจะช่วยพาตัวผู้ก่อเหตุรายนี้ไปตามนำพระเครื่องของตนที่เหลือกลับคืนมาให้
ด้าน นายเดชศักดิ์ ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่า เข้าไปก่อเหตุขโมยพระเครื่องจากบ้านของลุงวิไล จริงส่วนสาเหตุที่ทำอ้างว่า ต้องการนำเงินไปจ่ายค่าห้องเช่าและนำไปเล่นการพนันแทงสนุกเกอร์และเล่นไพ่ เพราะติดการพนันมาก ไม่คิดว่าพระที่ขโมยมานั้นจะมีราคาแพงมากอย่างที่ ลุงวิไล บอกตนจึงขายเหมาให้กับเวียนพระไปได้เงินมาเพียง 2,700 บาทเท่านั้น ส่วนเงินที่ได้มานั้นก็ใช้ไปจนเกือบหมดแล้ว จนมาถูกจับดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาว่า ลักทรัพย์หรือรับของโจร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



