
ไฟไหม้โรงกลั่นน้ำมันลิเบียจับนักข่าว
การปะทะกันระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายต่อต้านในลิเบียทำให้โรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่งเกิดไฟไหม้ ขณะที่กองกำลังฝ่ายรัฐบาลลิเบียทำร้ายและกักตัวทีมข่าวของ BBC ไว้นานถึง 21 ชั่วโมง
(10มีนาคม) นายชูกรี กาเนม รัฐมนตรีน้ำมันของลิเบีย ได้แถลงต่อผู้สื่อข่าวในกรุงทริโปลีว่า การปะทะกันระหว่างกองกำลังที่ภักดีต่อพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี่ และฝ่ายต่อต้าน ได้ทำให้โรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่ง เกิดไฟไหม้ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สร้างความเสียหายซ้ำเติมให้กับอุตสาหกรรมพลังงานของลิเบีย ที่กำลังใกล้เป็นอัมพาตอยู่ในขณะนี้
นายกาเนม กล่าวว่า ความรุนแรงที่ดำเนินอย่างต่อเนื่อง ได้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับภาคการผลิตน้ำมัน ที่ผลผลิตลดลงเกือบวันละ 1 ล้านบาร์เรล หรือจากเดิมที่ผลิตได้เกือบ1.6 ล้านบาร์เรล เหลือเพียงแค่ 5 แสนบาร์เรลเท่านั้น แต่สาเหตุหลายประการที่ทำให้การผลผลิตลดลงไปมากนั้น ได้รวมถึงการไหลออกแรงงานในภาคอุตสาหกรรมน้ำมันจำนวนมาก นับตั้งแต่เริ่มการปะทะกันด้วย
นายกาเนม กล่าวด้วยว่า นับตั้งแต่เริ่มมีปัญหา ชาวต่างชาติจำนวนมากต่างตื่นตระหนก และต้องการจะเดินทางออกจากลิเบีย ไม่เว้นแม้แต่ชาวลิเบียเอง พวกเขาเริ่มนึกถึงครอบครัวและต้องการออกจากลิเบีย ส่วนเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นที่โรงกลั่นน้ำมันในเขตซิดร์ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าว AP ในเมืองราส ลานุฟ ใกล้กับแนวหน้าที่มีการปะทะเดือด รายงานว่า เห็นระเบิดในบริเวณโรงกลั่นน้ำมันในเขตซิดร์ และเห็นกลุ่มควันหนาทึบ 3 กลุ่ม พวยพุ่งขึ้นมา ที่เชื่อว่า จะมาจากน้ำมันที่กำลังเผาไหม้ ด้านโฆษกของฝ่ายต่อต้าน ระบุว่า กระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายรัฐบาล ไปโดนท่อส่งน้ำมันที่ส่งจากฐานขุดเจาะน้ำมันในทะเลทราย เข้าไปที่โรงกลั่นน้ำมันซิดร์ นอกจากนี้ บริเวณคลังเก็บน้ำมันก็ถูกโจมตีทางอากาศด้วย
ฝ่ายต่อต้านได้กล่าวโทษกองกำลังที่ภักดีต่อพันเอกกัดดาฟีว่า มีเป้าหมายถล่มโรงกลั่นน้ำมันเพื่อเป็นการเตือนไปยังชาติยุโรปว่า เหตุการณ์ความไม่สงบในลิเบีย จะส่งผลกระทบหนักต่อการส่งออกน้ำมัน แต่รัฐมนตรีน้ำมัน อ้างว่า มีเพียงถังน้ำมันดีเซลขนาดย่อมเท่านั้น ที่ติดไฟและไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันส่วนใหญ่แต่อย่างใด
นายกาเนม ยังแสดงท่าทีไม่สนใจเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการประชุมฉุกเฉินของกลุ่มประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก หรือ โอเปค โดยระบุว่า เขาได้ยินข่าวลือว่ามีสมาชิกบางประเทศที่เรียกร้องให้มีการออกมาตรการรับมือ ด้วยเพราะประชาชนกำลังตื่นตระหนกต่อสถานการณ์ในตลาดน้ำมัน ที่ราคาดีดตัวสูงขึ้น ซึ่งเขาเห็นว่า สมาชิกโอเปคบางประเทศ อาจหันไปใช้ทางเลือกเพิ่มการผลิตน้ำมัน แต่ภายใต้ข้อตกลงในกลุ่มโอเปคไม่ควรจะให้เพิ่มการผลิตน้ำมัน จนกว่าจะมีการประชุมหารือกัน และตัดสินใจเกี่ยวกับโควต้าใหม่เสียก่อน
บรรดารัฐมนตรีน้ำมัน จากชาติในตะวันออกกลาง และผู้บริหารบริษัทน้ำมัน ต่างระบุว่า มีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการของโลกอยู่แล้ว แม้การส่งออกจะถูกรบกวนด้วยสาเหตุจากความไม่สงบในลิเบีย ที่เป็นสมาชิกโอเปคก็ตาม แต่ตลาดจะไม่ขาดแคลนน้ำมัน ส่วนราคาน้ำมันที่ทะยานขึ้น เป็นเพียงผลทางจิตวิทยาเท่านั้น
กองกำลังกัดดาฟีทำร้ายและกักตัวทีมข่าวBBC
เว็บไซต์ BBC รายงานว่า กองกำลังรักษาความมั่นคงของพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบียได้จับกุมและทำร้ายทีมข่าวของ BBC จำนวน 3 คน ที่พยายามจะเข้าไปในเมืองซอวิยา ที่อยู่ทางตะวันตกของประเทศ และกำลังมีการสู้รบกันอย่างดุเดือด เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงได้ใช้ทั้งกำปั้น เข่าและปืนไรเฟิลเล่นงานทีมข่าวทั้ง 3 คน พวกเขายังได้เห็นการล่วงละเมิดคนที่ถูกจับอื่น ๆ ด้วยการเอาผ้าคลุมศีรษะเลียนแบบการประหารชีวิตนักโทษ ตามรูปแบบของกองทัพและตำรวจลับลิเบีย
หลังจากถูกกักตัวอยู่นาน 21 ชั่วโมง ทีมข่าวทั้งหมดได้เดินทางออกจากลิเบีย ในขณะที่กองกำลังที่ภักดีต่อพันเอกกัดดาฟี ได้ใช้รถถังและปืนใหญ่ระดมยิงอย่างหนัก เพื่อหวังจะยึดเมืองซอวิยา ที่อยู่ห่างจากกรุงทริโปลี เพียง 50 กิโลเมตร คืนจากฝ่ายต่อต้าน
ทีมข่าวของ BBC ประกอบด้วย ก็อคเทย์ โครัลทาน , เฟรัส คิลลานี่ ผู้สื่อข่าวภาษาอาระบิค และคริส ค็อบบ์ สมิธ ระบุว่า พวกเขาได้แสดงบัตรประจำตัว ตอนที่ถูกจับกุมที่ด่านตรวจของทหารลิเบีย เมื่อวันจันทร์ ซึ่งพวกเขาก็เหมือนผู้สื่อข่าวจำนวนมาก ที่ต้องการเข้าไปในเขตหวงห้ามของรัฐบาล โดยเฉพาะเมืองซอวิยา หลังจากถูกจับ พวกเขาถูกนำตัวไปที่ค่ายทหารในกรุงทริโปลี ถูกปิดตาและถูกทำร้าย
คริส ค็อบบ์ สมิธิ หนึ่งในทีมข่าว เปิดเผยว่า พวกเขาถูกนำไปยืนเรียงหันหน้าเข้าหากำแพงตอนนั้น เขาเห็นผู้ชายแต่งกายนอกเครื่องแบบ และถือปืนกลเบา ที่ถูกนำไปจ่อที่คอของทุกคน ส่วนเฟรัส คิลลานี่ ซึ่งมีเชื้อสายปาเลสไตน์ ถูกแยกตัวไปทำร้ายเดี่ยว และบอกว่า ไม่ชอบการนำเสนอข่าวการลุกฮือขึ้นประท้วงในลิเบียของ คิลลานี่ และยังกล่าวหาว่าเขาเป็นสายลับอีกด้วย ส่วนโครัลทาน ซึ่งเป็นช่างภาพบอกว่า ทุกคนนึกว่าจะต้องตายเสียแล้ว
ในหว่างที่ถูกจับ พวกเขาได้เห็นหลักฐานการทรมานคนอื่น ๆ ที่ส่วนใหญ่มาจากเมืองซอวิยา ส่วนใหญ่ถูกเอาผ้าคลุมศีรษะ สวมกุญแจมือ ทุกคนมีสภาพมือบวม , กระดูกซี่โครงหักและร้องตะโกนด้วยความเจ็บปวด ในจำนวนนี้ มีอยู่ 4 คน ที่อาการหนักที่สุด ทั้งที่ใบหน้าและตามร่างกาย ซึ่งคิลลานี่ บอกว่า เขาต้องช่วยให้คนเหล่านี้ ได้ดื่มน้ำ นอน ถ่ายปัสสาวะ และย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
BBC ได้ออกแถลงการณ์ประนามการปฏิบัติที่เลวร้ายต่อทีมข่าวอย่างรุนแรง และระบุว่าความปลอดภัยของทีมงาน มีความสำคัญเป็นอันดับแรก เมื่อพวกเขาต้องไปทำงานในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก และเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทีมข่าว BBC และองค์กรอื่น ๆ ต่างได้รับอนุญาตให้เข้าไปรายงานสถานการณ์ในลิเบีย และแม้จะถูกทำร้าย แต่ BBC ก็ยังจะเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นในลิเบียเพื่อให้ผู้ชมทั้งในและต่างประเทศได้ติดตามต่อไป



