ข่าว

แบงก์รับทันควันขึ้นดอกเบี้ยกู้-ฝากกนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย0.25%สกัดเงินเฟ้อพุ่ง

แบงก์รับทันควันขึ้นดอกเบี้ยกู้-ฝากกนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย0.25%สกัดเงินเฟ้อพุ่ง

10 มี.ค. 2554

กนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ห่วงเงินเฟ้อมีแนวโน้มพุ่งขึ้นจากราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ ส่งสัญญาณดอกเบี้ยยังเป็นขาขึ้น แบงก์กรุงเทพนำร่องขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก 0.35% ส่วนเงินกู้ขึ้น 0.25%

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2554 มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% เป็น 2.5% มีผลทันที เป็นผลจากราคาน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้เพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อมากขึ้น โดย กนง.ได้ปรับตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปใหม่เพิ่มจาก 2.5-4.5% เป็น 3-5% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานยังคาดการณ์อยู่ในกรอบเดิมที่ 2-3%

 อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม กนง.มองว่า ราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นในขณะนี้ น่าจะเป็นสถานการณ์ชั่วคราว และไม่กระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งเศรษฐกิจไทย เพราะกำลังการผลิตส่วนเกินของโลกก็ยังมีอยู่อีกมาก ล่าสุดราคาน้ำมันก็เริ่มจะลงมาบ้างแล้ว แต่มีการหารือกันว่า หากราคาน้ำมันปรับสูงกว่า 120-130 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และยืนอยู่ในระดับนี้นานๆ อาจส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยได้

 นายไพบูลย์กล่าวด้วยว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังมีทิศทางขาขึ้น เพราะอัตราดอกเบี้ยแท้จริงขณะนี้ยังติดลบเกือบ 1% กนง.จึงมีความเห็นร่วมกันว่า ดอกเบี้ยนโยบายจำเป็นต้องปรับให้เข้าสู่ระดับปกติ ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ กรรมการบางคนเสนอให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายถึง 0.50% เนื่องจากจำเป็นต้องดูแลเรื่องเงินเฟ้อ และธปท.ก็มีหน้าที่ทำให้ประชาชนมั่นใจว่าเงินเฟ้ออยู่ในเป้าหมายที่กำหนด แต่เสียงส่วนใหญ่ยังมองว่าควรปรับแบบค่อยเป็นค่อยไป

 "เชื่อว่าการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไม่ได้ซ้ำเติมภาคธุรกิจ แต่หากปล่อยให้เงินเฟ้อปรับเพิ่มสูงขึ้น จะกลายเป็นต้นทุนของภาคธุรกิจที่มากกว่าต้นเงินการเงิน ดังนั้นหากดอกเบี้ยปรับขึ้นและช่วยให้เงินเฟ้อลดลงได้ ก็น่าจะเป็นผลดีต่อภาคธุรกิจโดยรวม" นายไพบูลย์กล่าว

 นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ทุกประเภท เป็นการปรับเพิ่มขึ้นทั้ง 2 ด้าน มีผลตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2554 โดยด้านเงินฝาก ทั้งประเภทสะสมทรัพย์และประจำ มีการปรับเพิ่มขึ้นสูงสุด 0.375% สำหรับเงินกู้ปรับขึ้นสูงสุด 0.25% โดยอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา หรือ เอ็มแอลอาร์ เพิ่มจาก 6.375% เป็น 6.625% อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี หรือ เอ็มโออาร์ เพิ่มจาก 6.625% เป็น 6.875% และอัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี หรือ เอ็มอาร์อาร์ เพิ่มจาก 7.00% เป็น 7.25%