ข่าว

 ชั้นนอกถอยไปชั้นในจะโชว์

ชั้นนอกถอยไปชั้นในจะโชว์

10 มี.ค. 2554

หลายคนที่ใช้เวลาสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ด้วยการไปเดินเล่นชมสินค้าตามห้างสรรพสินค้าทั้งหลาย เพราะนอกจากจะมีอากาศเย็นสบายด้วยเครื่องปรับอากาศแล้ว ยังมีสินค้าต่างๆ จัดโชว์เอาไว้อย่างสวยงามอีกด้วย ซึ่งคนที่เลือกพักผ่อนหย่อนใจด้วยวิธีการดังกล่าวนั้น ไม่รวมไปถึงค

 ผมเองเมื่อใดที่ต้องการซื้อข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว ก็จะมุ่งหน้าเดินไปที่แผนกสินค้านั้นๆ เพื่อซื้อแล้วก็กลับออกมา เพียงแค่บางครั้งเท่านั้นที่ผมอาจจะมีธุระ และต้องฆ่าเวลาสำหรับรอคอยด้วยเดินดูสินค้าอื่นๆ บ้าง ซึ่งแผนกที่ผมมักจะไปเดินชมสินค้ามากที่สุด คือแผนกเครื่องกีฬา แผนกของที่ระลึก และแผนกชุดชั้นในสตรี ตามลำดับ

 ในส่วนของแผนกชุดชั้นในสตรีนั้น ระยะหลังๆ อาจจะไม่มีโอกาสได้ไปเดินบ่อยครั้งนัก เพราะลูกเมียมักจะออกปากเตือนบ่อยครั้ง ด้วยเกรงคนอื่นจะเข้าใจว่าผมเป็นพวกจิตวิปริต ทั้งที่เหตุผลความจริงที่ผมชอบชมดูชุดชั้นในสตรีนั้น  

 ด้วยผมเห็นว่าเป็นของใช้ส่วนตัวที่เมื่อมีผู้ซื้อไปใช้แล้ว ผู้สวมใส่ส่วนใหญ่ที่มีวุฒิภาวะปกติสมบูรณ์ มักจะไม่ยอมให้คนอื่นแม้จะเป็นคนในครอบครัวก็ตาม ได้มาเห็นของใช้สวยงามที่ตนเองกำลังใช้  ก็แล้วทำไมเวลาซื้อจึงต้องเลือกเอาแบบที่สวยงามมีสีสันด้วยเล่า

 อีกทั้งชุดชั้นในสตรีส่วนใหญ่ จะเป็นเครื่องแต่งตัวที่มีการออกแบบ ที่มีทั้งสีสันรูปทรงและลายลูกไม้ต่างๆ สวยหรู แต่ต้องไม่เปล่งประกายความสวยงามในตัวเอง จนไปบดบังพื้นที่หรือเนื้อหนังที่ตัวเองทำหน้าที่ห่อหุ้ม พูดง่ายๆ ว่าเป็นเครื่องใช้ที่ต้องทำตัวเองให้สวย เพื่อดึงดูดความสนใจให้เกิดการซื้อ   

 แต่เมื่อถูกนำไปใช้งานแล้วต้องไม่สวยเด่นเกินกว่าอวัยวะที่ห่อหุ้ม เป็นได้เพียงแค่เครื่องปรุงแต่งเสริมพื้นที่บริเวณนั้นๆ ให้งดงาม ซ้ำร้ายยังมีโอกาสน้อยที่จะได้เห็นเจ้าของเอาความสวยงามหรูหราขณะใช้ออกมาโชว์สายตาผู้คน

 หญิงสาวในยุคสมัยผมเวลาที่จะสวมใส่กระโปรง มักจะมีกระโปรงชั้นในที่เรียกกันว่า “ปะติโค้ด” ซึ่งส่วนใหญ่มีสีขาวและมีลายลูกไม้ติดอยู่ที่ชายล่าง เวลาที่หญิงสาวคนใดเดินไปมาและมีขอบลูกไม้ของปะติโค้ด โผล่ยื่นออกมาจากชายกระโปรงจนมองเห็นได้แม้เพียงเล็กน้อย ก็จะถูกล้อเลียนว่า “ฟ้าแลบ” ซึ่งสร้างความอับอายให้แก่หญิงสาวรายนั้นเป็นอย่างมาก

 ขนาดภาพของดาราหนัง มาลิรีน มอนโร ยืนอยู่ตรงช่องระบายอากาศของรางรถไฟใต้ดิน และมีกระโปรงโดนลมเป่าปลิวบานแฉ่งขึ้นมา เห็นเนื้อหนังเพียงแค่ครึ่งขาอ่อน คนยุคนั้นยังถือว่าปลุกใจเสือป่าหวือหวา จนต้องพิมพ์ไปแจกแก่ทหารหาญ ที่สู้รบแนวหน้าในต่างแดนกันทีเดียว

 แต่เห็นทีว่าบรรดานักออกแบบชุดชั้นในจะอึดอัดใจ ที่สินค้าของตนเองไม่ถูกนำมาเผยแพร่โชว์แก่สายตาของคนทั่วไปเสียที ปัจจุบันเราจึงเห็นการสร้างแรงจูงใจให้หญิงทั้งสาวและไม่สาว  สวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ในรูปแบบของชุดชั้นในสมัยก่อน แต่ได้รับการปรุงแต่งเพียงเล็กน้อยเพื่อใช้เป็นชุดสวมใส่ภายนอก เช่น ใช้ผ้าที่ทั้งพลิ้วและบางลู่แนบเนื้อหนัง มีรูปทรงที่ทั้งปาดและเจียรจนไม่เหลือเนินเนื้อให้จินตนาการ ขอบเส้นต่างๆ ก็เอาลูกไม้มาแต่งทับในทำนองเดียวกันกับชุดชั้นในยุคเก่า จนเหมือนเอาชุดชั้นในออกมาใส่เดินโชว์กันตามถนนนั่นเอง   

 กลยุทธ์ทางการตลาดของนักออกแบบชุดชั้นในสมัยนี้ จึงถือว่าโดนใจผู้บริโภคและประสบความสำเร็จอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่หายไปจากความทรงจำก็คือ นอกจาก “ปะติโค้ด และ ฟ้าแลบ” จะหายไปแล้ว ความอายที่มีผู้อื่นเห็นเนื้อหนังและชุดชั้นในของหญิงสมัยใหม่ ก็หายไปพร้อมกันกับค่านิยม “ชั้นใน ใส่นอก” นี้ จนบางทีผู้สวมใส่อาจจะลืมไปว่า  ชุดที่สวยงามและเซ็กซี่ในความคิดของนักออกแบบนั้น อาจจะกลายเป็นเหยื่อที่ดึงภัยร้ายมาใส่ตัวเองก็เป็นได้ครับ

พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ