ข่าว

ตกเขียวเลือกตั้งหรือไม่กล้าตัดสินใจ?

ตกเขียวเลือกตั้งหรือไม่กล้าตัดสินใจ?

10 มี.ค. 2554

ข้อวิจารณ์ว่า เป็นนายกฯ ที่ไม่กล้าตัดสินใจวนกลับมาหานายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อีกครั้ง ในกรณีการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ P-move

 กลุ่ม P-move ซึ่งเป็นเครือข่ายประชาชนประสบปัญหาสารพัดอย่าง รวมแล้วกว่า 500 กรณีปัญหา ได้มาปักหลักรวมตัวที่บริเวณใกล้ๆ ลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาให้ตั้งแต่เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์

 ใน 500 กรณีปัญหานั้น แบ่งได้หลักๆ เป็นปัญหาป่าไม้และที่ดิน ปัญหาที่อยู่อาศัยของคนไร้บ้านและคนจนเมือง และกรณีเขื่อนปากมูล ซึ่งเป็นปัญหาที่กินเวลายาวถึง 20 ปีแล้ว

 กรณีปัญหาป่าไม้และที่ดินนั้น รัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ประกาศในการแถลงนโยบายเมื่อปลายปี 2551 ว่า จะแก้ไขโดยการใช้ "โฉนดชุมชน" และ "ธนาคารที่ดิน"

 โฉนดชุมชน คือ การออกโฉนดให้เป็นกรรมสิทธิ์ของชุมชนที่ชาวบ้านเข้าไปครอบครองโดยไม่ถูกต้อง แต่มีข้อแม้ว่า จะต้องเป็นชุมชนที่อยู่มาไม่น้อยกว่า 3 ปี นับถึงเดือนมิถุนายน 2553 ไม่ใช่ชุมชนที่บุกรุกใหม่

 ส่วนธนาคารที่ดิน จะเป็นการตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อซื้อที่ดินของเอกชน เศรษฐีที่ซื้อที่ดินไว้เก็งกำไรโดยไม่ได้เข้าไปทำประโยชน์ กองทุนนี้จะเข้าไปเจรจาขอซื้อ แล้วให้ชาวบ้านผ่อนจ่าย

 เมื่อวันอังคารก่อน ครม.ได้นำกรณีปัญหาของชาวบ้าน P-move เข้าสู่การพิจารณา หลังจากเมื่อวันอังคารก่อนนำเข้าไปแล้ว แต่มติที่ออกมาผิดเพี้ยนไปจากข้อตกลงกับชาวบ้าน ขณะที่เรื่องเขื่อนปากมูลถูกตีกลับ

 ข้อเรียกร้องกรณีเขื่อนปากมูลที่ชาวบ้านขอคือ ให้มีการทดลองเปิดเขื่อนเป็นเวลา 5 ปี จากเดิมที่จะเปิดปีละ 4 เดือน เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสียไป

 เมื่อวันจันทร์ ชาวบ้านออกแรงกดดันด้วยการบุกมาประชิดข้างทำเนียบ เพื่อให้รัฐบาลนำเรื่องเข้า ครม.อีกครั้ง ทำให้รัฐบาลมอบหมายให้ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ มาเจรจา ข้อสรุปส่วนหนึ่งที่ชาวบ้านพอใจคือ เรื่องโฉนดชุมชน จะมีการให้สิทธิชั่วคราวกับ 34 ชุมชน ที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชนที่ สาทิตย์ เป็นประธานแล้ว

 เรื่องธนาคารที่ดิน จะเร่งรัดประกาศพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งธนาคารที่ดินภายใน 7 วัน และจัดตั้งธนาคารให้ได้ภายใน 30 วัน ซึ่งตอนนี้มีชาวบ้านที่ จ.ลำพูน ติดคุกอยู่ในคดีนี้ 9 คน ทั้งหมดมีอายุเกิน 50 ปี เป็นผู้หญิง 2 ราย ส่วนกรณีเขื่อนปากมูลจะให้นักวิชาการ 4 คน เข้าไปชี้แจงต่อ ครม.

 หลังจากเจรจา สาทิตย์ได้พาตัวแทนชาวบ้านไปพบกับนายกฯ ซึ่งนายกฯ ก็เห็นดีเห็นงามกับข้อสรุปเหล่านั้น

 อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.กรณีเขื่อนปากมูล กลับถูกตีกลับให้ไปศึกษาอีก 45 วัน ซึ่งชาวบ้านก็เตรียมใจไว้แล้ว เพราะใน ครม.มี นายอิสสระ สมชัย นักการเมืองจากอุบลราชธานี ผู้คัดค้านการเปิดเขื่อน นั่งอยู่ด้วย

 แล้ว 45 วัน มันจะทันกับการยุบสภาหรือ ?

 ในการเรียกร้องของชาวบ้านครั้งนี้ ดูเหมือนว่าเขื่อนปากมูลจะเป็นเรื่องหลัก แต่ในความเป็นจริงเรื่องร้อนไม่แพ้กัน คือ กรณี "โฉนดชุมชน" กับ "ธนาคารที่ดิน" ซึ่งทั้ง 2 กรณีผ่าน ครม.แล้ว กลับออกมาเป็นคนละเรื่องคือ จัดให้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (เอ็มโอยู) ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 ปัญหาเรื่อง "โฉนดชุมชน" ที่ชาวบ้านมาเรียกร้องเป็นการขอสิทธิชั่วคราวให้แก่ชุมชนที่ผ่านคณะกรรมการชุดนายสาทิตย์ เมื่อเดือนตุลาคม 2553 ที่ได้เห็นชอบมอบโฉนดชุมชนให้แก่ 35 ชุมชน จากที่ขอมาทั้งหมด 180 กว่าชุมชน แต่เพิ่งมอบไปได้เพียง 1 ชุมชนเท่านั้น คือ ชุมชนคลองโยง จ.นครปฐม

 ส่วนที่เหลืออีก 34 ชุมชน ปรากฏว่าครึ่งหนึ่งคือ 17 ชุมชนนั้น ดูเหมือนอนาคตจะมืดมน เนื่องจากเป็นที่ดินของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่ง สุวิทย์ คุณกิตติ เจ้ากระทรวง แสดงท่าทีชัดเจนว่าจะไม่เดินหน้าต่อ

 การประชุม ครม.นัดล่าสุด สุวิทย์ก็ไม่เข้า วันเซ็นเอ็มโอยูกับชาวบ้านก็ไม่มา ส่งเพียงตัวแทนไปเซ็น โดยบอกว่า ถึงจะส่งไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะส่งมอบพื้นที่ให้ชุมชน

 น่าแปลกใจว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล แต่นายกฯ กลับไม่สามารถสั่งให้สุวิทย์ ให้ความร่วมมือ

 เช้าวันที่ 9 มีนาคม รัฐบาลจัดให้ 8 กระทรวงที่เกี่ยวข้องมาทำพิธีลงนามความเข้าใจ เพื่อเดินหน้าออกโฉนดชุมชน โดยมีรัฐมนตรีมาลงนาม และนายกฯ มานั่งเป็นสักขีพยาน ต่อหน้าชาวบ้าน

 "การเซ็นเอ็มโอยูวันนี้ เท่ากับทุกกรณีปัญหากลับไปเหมือนเดิม คือ นายกฯ ให้เป็นเรื่องที่แต่ละหน่วยงานต้องไปทำต่อ ทั้งที่ที่ผ่านมาก็เห็นชัดแล้วว่าหลายหน่วยงานไม่ยอมทำ แล้วยิ่งใกล้เลือกตั้งก็จะยิ่งเกียร์ว่าง ตอนนี้กลายเป็นว่าชาวบ้านไม่ได้อะไรเลย ทั้งเรื่องโฉนดชุมชนและเรื่องธนาคารที่ดิน" ประยงค์ ดอกลำไย แกนนำกลุ่ม P-move กล่าว

 นอกจากไม่แก้ปัญหาแล้ว ชาวบ้านยังถูกใช้เป็นเครื่องมือหาเสียงของประชาธิปัตย์อีกด้วย

 แน่นอนว่าพิธีกรรมในวันนี้จะเป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์จะนำไปใช้หาเสียงการเลือกตั้งครั้งต่อไป

 "จะเร่งรัดออกโฉนดชุมชนต่อไป คาดว่าภายในปีนี้จะสามารถดำเนินการได้ไม่น้อยกว่า 100 ชุมชน" นายกฯ อภิสิทธิ์ ว่าอย่างนั้น

 นี่ใช่การ "ตกเขียว" คะแนนเสียงหรือไม่..ก็อาจจะใช่ แต่อีกส่วนมันเป็นเรื่องของการไม่กล้าตัดสินใจของนายกฯ ด้วยหรือไม่ ?

 และตราบใดที่นายกฯ ไม่กล้าตัดสินใจเดินหน้านโยบายเพื่อลดช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย ภาพการมาชุมนุมเรียกร้องของชาวบ้านก็คงไม่มีวันหมดไป

สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์