ข่าว

หอฯเหนือหนุนรถไฟฟ้าเร็วสูงกทม.-ชม.

หอฯเหนือหนุนรถไฟฟ้าเร็วสูงกทม.-ชม.

09 มี.ค. 2554

หอการค้ากลุ่มภาคเหนือตอนบน-ตอนล่าง ประสานเสียงหนุนโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะทาง 750 กม. ใช้งบลงทุนกว่า 3 แสนล้านบาท หอฯพิษณุโลก ชี้ ช่วยหนุนศูนย์บริการสี่แยกอินโดจีนให้มีความสมบูรณ์ ด้านหอฯลำปาง ชี้ เป็นทางเลือกการเดินทางให้ประ

(9มี.ค.) นายวิศว� วิศวชัยวัฒน์� ประธานหอการค้าจังหวัดพิษณุโลก� เปิดเผยถึง โครงการรถไฟความเร็วสูง หรือ ไฮสปีดเทรน กรุงเทพ-เชียงใหม่ ระยะทาง 750 กม. วงเงินลงทุนมีมูลค่ารวมกว่า 3 แสนบาท� ว่า� ในฐานะหอการค้าในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างและเป็นจังหวัดหนึ่งที่ไฮสปีดเทรนวิ่งผ่าน เห็นด้วยและพร้อมสนับสนุนให้โครงการนี้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม� ในส่วนหอการค้าจังหวัดพิษณุโลกอยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องดังกล่าว� และเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมผู้ว่าราชการและหอการค้าจังหวัดที่ไฮสปีดเทรนเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ วิ่งผ่านเพื่อระดมความคิดเห็นนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง� ก่อนหน้านี้กำหนดจัดในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 แต่มีปัญหาติดขัดจึงจำเป็นเลื่อนออกไป

�สำหรับการขนส่งด้วยระบบรางเป็นการขนส่งที่มีต้นทุนถูกที่สุดเมื่อเทียบกับการขนส่งอื่น� ส่วนประโยชน์ของไฮสปีดเทรนเน้นการขนส่งผู้โดยสารเป็นหลัก ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ 3� -3.5 ชั่วโมง� เป็นการขนส่งที่ใช้เวลาน้อยแต่ได้ปริมาณมาก� แต่ถ้าเป็นการขนส่งสินค้าจำเป็นต้องใช้ระบบรถไฟรางคู่� ข้อเสนอของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่ง (สนข.)ที่เสนอกระทรวงคมนาคม ต้องการให้มีทั้ง 2 ระบบ คือระบบรางคู่เพื่อขนส่งสินค้า และไฮสปีดเทรน� หากเป็นไปได้หอการค้าฯอยากให้ทั้ง 2 โครงการเกิดขึ้นพร้อมกันโดยให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนเพราะ� จะเกิดความคล่องตัวมากกว่า ซึ่งรัฐบาลโดยรองนายกรัฐมนตรีก็ออกมาประกาศแล้วว่าเปิดกว้างให้เอกชนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุน

�นายวิศว กล่าวว่า� หอการค้าฯและจังหวัดพิษณุโลก มีข้อเสนอในฐานะเมืองที่เป็นศูนย์บริการสี่แยกอินโดจีน� ควรกำหนดให้ไฮสปีดเทรนแวะสถานีพิษณุโลก หรือ นครสวรรค์� เพราะจากประสบการณ์ที่เคยใช้บริการไฮสปีดเทรนในต่างประเทศจะแวะพักสถานีในเมืองใหญ่ๆเป็นหลัก�

�"ครม.มีมติประกาศให้จังหวัดพิษณุโลกและกลุ่มจังหวัดใกล้เคียงเป็นพื้นที่พัฒนาสี่แยกอินโดจีนตั้งแต่ปี 2540 เพื่อเชื่อมโยงกับพื้นที่เขตเศรษฐกิจ และการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (GMS) คือ ไทย ลาว จีน พม่า เวียดนาม กัมพูชา� สี่แยกอินโดจีนเป็นจุดเชื่อมเส้นทางคมนาคมตะวันตก-ตะวันออก� และยังเป็นเส้นทางยุทธศาสาตร์สำคัญของจีนที่มีเป้าหมายพัฒนาเส้นทางคมนาคมจากอาร์ 3 เอ ผ่านภาคเหนือของประเทศไทยผ่านกรุงเทพฯเชื่อมไปยังสิงคโปร์ ไฮสปีดเทรนจึงมีส่วนช่วยสนับสนุนให้จังหวัดพิษณุโลกเป็นศูนย์บริการสี่แยกอินโดจีนที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น"นายวิศวกล่าว

�ด้านนายประสิทธิ์� ศิริศรีสกุลชัย� ประธานหอการค้าจังหวัดลำปาง� กล่าวว่า หอการค้าจังหวัดลำปาพร้อมให้การสนับสนุนและผลักดันให้โครงการนี้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมโดยเร็วเพื่อประโยชน์ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ และเป็นทางเลือกในการเดินทางของประชาชนในภาคเหนือโดยเฉพาะจังหวัดที่ไฮสปีดเทรนวิ่งผ่าน� แม้ไฮสปีดเทรนเน้นจอดเฉพาะจังหวัดใหญ่ แต่เมื่อจังหวัดลำปางเป็นเส้นทางที่ไฮสปีดเทรนวิ่งผ่านควรมีจุดแวะพักเพื่อขนถ่ายผู้โดยสารอาจเสียเวลาเพียง 3 - 5 นาที

�ส่วนการลงทุนไฮสปีดเทรนเห็นด้วยที่รัฐบาลเปิดกว้างให้เอกชนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนเพื่อความคล่องตัวมากกว่าให้การรถไฟลงทุนเองเพราะอาจติดขัดด้านงบประมาณ� และเมื่อเกิดการแข่งขันขึ้นเชื่อว่าการรถไฟจะมีการปรับปรุงพัฒนาบริการเพื่อเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนมากขึ้น

�นางสุดสวาท� มงคลเจริญวงศ์� ประธานหอการค้าจังหวัดแพร่� กล่าวว่า��� หากโครงการรถไฟความเร็วสูง หรือ ไฮสปีดเทรน เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชนในภาคเหนือ รวมทั้งจังหวัดที่ไฮสปีดเทรนวิ่งผ่าน� นอกจากความสะดวกด้านการขนส่งผู้โดยสารที่สะดวกรวดเร็วขึ้นเพราะใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯเพียง 3 ชม. เมื่อเทียบกับการเดินทางโดยรถยนต์ที่ใช้เวลานานกว่า 6 - 7 ชั่วโมง ขณะที่การเดินทางโดยเครื่องบินก็มีต้นทุนสูง� แต่นอกจากการขนส่งผู้โดยสารการขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยวยังได้รับอานิสงค์ตามไปด้วย

�นายทวีศักดิ์ ปิงวงศานุรักษ์� ประธานหอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์� กล่าวว่า� หอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์สนับสนุนอย่างเต็มที่ในโครงการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ� โดยเฉพาะโครงการไฮสปีดเทรนเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่� นอกจากช่วยลดการใช้พลังงานและอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศส่วนจังหวัดที่ไฮปีดเทรนวิ่งผ่านยังได้รับประโยชน์ทั้งในแง่การขนส่งผู้โดยสาร และการท่องเที่ยวเพราะจังหวัดอุตรดิตถ์มีพื้นที่ติดประเทศเพื่อนบ้าน คือ สปป.ลาว

�อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาอุปสรรคที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขโดยเฉพาะการลงทุนควรเปิดกว้างให้เอกชนเข้ามาลงทุนมากกว่า เพื่อให้การพัฒนาโครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศครอบคลุมและทุละละล่วงมากว่านี้� รวมทั้งต้องครอบคลุมถึงการขนส่งสินค้าด้วย เนื่องจากไฮสปีดเทรนเน้นขนส่งคนเป็นหลักเพราะจังหวัดอุตรดิตถ์มีผลผลิตทางการเกษตรสำคัญ เช่น ทะเรียน ลองกอง ที่ต้องขนส่งไปยังท่าเรือแหลมฉบังเพื่อส่งออกไปต่างประเทศปีละ 500 -600 ตัน แต่ที่ผ่านมาต้องพึ่งพาการขนส่งโดยรถบรรทุกเพราะแม้มีระบบรถไฟคอนเทรนเนอร์ แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เท่าที่ควรเพราะการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพ ความล่าช้าของรถไฟ�� ฯลฯ�����