ข่าว

พบสารก่อมะเร็งเพิ่ม 2.8 เท่า
 เด็กนอกเมืองอัตราเสี่ยงสูง

พบสารก่อมะเร็งเพิ่ม 2.8 เท่า เด็กนอกเมืองอัตราเสี่ยงสูง

10 มี.ค. 2554

เชียงใหม่-ผลวิจัยมลพิษอากาศ 5 จังหวัดเหนือตอนบนวิกฤติ ระบุนอกเมืองต้นกำเนิดหมอกควัน พบสารก่อมะเร็งเพิ่มจาก 5 ปีก่อน 2.8 เท่า ขณะที่เด็กนอกเมืองรับสารพิษมากกว่าเด็กในเมือง 3.5 เท่า

 ดร.ทิพวรรณ ประภามณฑล หัวหน้าโครงการมลพิษทางอากาศกับสุขภาพ ศูนย์วิจัยมลภาวะและอนามัยสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากภาวะวิกฤติมลพิษอนุภาคฝุ่นในอากาศพื้นที่ภาคเหนือตอนบนตั้งแต่ปลายปี 2549 เกินระดับมาตรฐาน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อีกทั้งพบว่ารายงานการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับโรคระบบทางเดินหัวใจ เช่น ไอ เจ็บคอ หอบหืด ฯลฯ เพิ่มมากขึ้น

  จึงได้วิจัยเกี่ยวกับผลกระทบทางสุขภาพจากมลพิษอนุภาคฝุ่นในอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ โดยการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ปีแรก 2551-2552 ได้ศึกษาพื้นที่ จ.ลำพูน และเชียงใหม่ ปีที่ 2 ระหว่าง 2552-2553 ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เชียงราย ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่

 โดยวิจัยในหลายส่วน ได้แก่ การตรวจวัดปริมาณฝุ่น พีเอ็ม 10 ทั้งในเมือง นอกเมือง การสำรวจแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองขนาดเล็กในชุมชน การตรวจสารพิษสารพีเอเอชหรือสารก่อให้เกิดมะเร็งที่เกาะอยู่บนฝุ่นพีเอ็ม 10 การตรวจรับสัมผัสสารพีเอเอชโดยการตรวจปัสสาวะในกลุ่มตัวอย่างเด็กนักเรียนอายุ 11-15 ปี ซึ่งผลการวิจัยยืนยันว่า มีการเผาใบไม้กิ่งไม้ ขยะใสชุมชนนอกเมืองมากกว่าในเมือง รวมถึงมีการเผาในภาคเกษตรและการเกิดไฟป่าในพื้นที่นอกเมือง

 ทั้งนี้ ผลการวิจัยความเป็นพิษของสารพีเอเอชที่ตรวจพบบนฝุ่นพีเอ็ม 10 เป็นสารก่อมะเร็งมีความเป็นพิษเพิ่มขึ้น 2.8 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับ 5 ปีก่อน และจากการตรวจปัสสาวะเด็กนักเรียน ผู้ปกครอง พบว่ากลุ่มตัวอย่างชุมชนนอกเมืองรับสารพิษสูงกว่ากลุ่มตัวอย่างจากชุมชนในเมือง 3.5 เท่า จากการตรวจปัสสาวะกลุ่มตัวอย่างจำนวน 968 คน