
เสียสละบ้าง !
วันก่อน ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เพิ่งพาแนวร่วมครึ่งร้อยไปเดินสำรวจซอยบ้าน นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อ้างว่า ได้รับการร้องเรียนจากเพื่อนบ้านนายกฯ ว่าชีวิตไม่เป็นปกติ จะเข้าจะออกติดขัดไปหมด ใครทำธุรกิจ-ร้านอาหารนี่ถึงตายไปเลย
แต่คล้อยหลังจากไชยวัฒน์ ออกจากซอยบ้านนายกฯ อภิสิทธิ์ ไม่นาน ศอ.รส.ก็ประกาศห้ามใช้ถนนรอบบ้านนายกฯ อภิสิทธิ์ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม !
ก็เข้าใจแรงกดดันในการทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรีว่า จะต้องหาวิธีการเพื่อให้มีความปลอดภัยมากที่สุด
แต่ปัญหาก็คือ เรื่องนี้มันจะต้องจัดสรรให้พอดีพอเหมาะ
เพราะถ้านายกฯ ปลอดภัย แล้วคนอื่นเดือดร้อน โดยที่ไม่เคยไปเยียวยาเขา ตรงนี้จะทำยังไง
แล้วนี่ไปปิดถนนรอบบ้านนายกฯ คนเขาจะเข้าจะออกเขาจะทำยังไง ต้องออกบัตรผ่านพิเศษให้หรือเปล่า
เพียงแค่ทีม รปภ.พลาดเองที่ปล่อยให้มีผู้หญิงบุกไปโชว์ป้ายประชิดตัวนายกฯ แล้วก็มีคนไปยกป้ายด่า ถึงกับต้องจัดการยัดเยียดให้ "เพื่อนบ้านนายกฯ" เดือดร้อนกันขนาดนี้เชียวหรือ
หรือไปคิดกันว่า เหลือเวลาอีกไม่นานเดี๋ยวนายกฯ ก็จะยุบสภาแล้ว คงเดือดร้อนกันไม่นาน...ถ้าคิดอย่างนั้นคงไม่น่าจะใช่
เพราะประชาธิปัตย์เขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะกลับมาอีกหนให้ อภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ อีกสมัย
ถ้าเป็นอย่างนี้เพื่อนบ้านมิต้องพากันย้ายหนีกันหมดเลยหรือ ?
คิดหรือเปล่าว่า การทำแบบนั้นมันเท่ากับไปผลักไสให้คนเหล่านั้นพากันชังนายกฯ อภิสิทธิ์ มากขึ้น
ทำไมพวกเขาจะคิดไม่ได้ว่า แทนที่จะทำให้พวกเขาเดือดร้อน ทำไมนายกฯ ไม่ย้ายออกไปเสียจากซอยนี้
ศอ.รส.อาจคิดเรื่องนี้ไม่ได้ แต่พวกเขาไม่เชื่อหรือว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ จะไม่เคยคิดอย่างนี้
บ้านพิษณุโลก ที่เอาไว้รับรองนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว แต่ก็ปล่อยให้ว่างเปล่า
แต่ก็นะ...พอเข้าใจอยู่ว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ เป็นคนติดบ้าน รักครอบครัว ดูจากเมื่อก่อนหน้าที่จะได้เป็นนายกฯ ไปปราศรัยที่ไหน ไกลยังไงยังต้องรีบกลับมานอนบ้าน
แต่นั่นมันเรื่องส่วนตัวของนายอภิสิทธิ์ในวันนั้น...วันนี้เป็นเรื่องของนายกฯ อภิสิทธิ์ ที่จำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่า เรื่องส่วนรวมนั้นมันเรื่องใหญ่ ไม่ว่าส่วนรวมนั้นจะมีขนาดแค่ไหน
การเสียสละมันยิ่งใหญ่ในตัวเสมอ แม้ว่าจะเป็นการทำให้แก่คนกลุ่มเล็กๆ
ศรายุทธ สายคำมี
[email protected]



