
มทภ.4งัดแผนจัดโซนนิ่งพระบิณฑบาต
เสียงกระสุนจากปากกระบอกปืนของคนร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนที่พุ่งใส่พระภิกษุและสามเณร 3รูปขณะบิณฑบาต จนเป็นเหตุให้ พระอภิไชย สีลเตโช มรณภาพ ส่วน สามเณรสกณธ์ เสมสันต์ จาก วัดศรีมหาโพธิ์ ได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกับ พระสุชาติ อินทันแก้ว จาก วัดปุราณประดิษฐ์
แรงกระเพื่อมจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าตรู่เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ส่งผลเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในแง่ความรู้สึก ขวัญกำลังใจของวงการสงฆ์ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เพราะคนร้ายส่งสัญญาณพุ่งเป้าหมายมาที่เพศบรรชิตอย่างเจาะจงชัดเจนไปจากทุกครั้งที่ผ่านมา
ทั้งนี้หากย้อนกลับไป ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2553 คนร้ายได้ยิงทหารขณะกำลังคุ้มกัน “พระสวาท เขมวิโณ” พระจาก “วัดหัวสะพาน” เขตเทศบาลนครยะลา หรือความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับ “พระวัชระพงศ์ ปภสฺสโร” แห่ง “วัดหลักเมือง” จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2554 โดยทั้งสองกรณีคนร้ายมีเป้าหมายหลักคือ “ทำร้ายเจ้าหน้าที่” ส่วนผลกระทบที่เกิดกับพระโดน "ลูกหลง" คือ "ผลพลอยได้"
การเบนเข็มมาทำร้ายพระภิกษุสงฆ์และสามเณรใน อ.โคกโพธิ์ครั้งนี้ จึงเป็น “สัญญาณอันตราย” ที่ฝ่ายความมั่นคงรู้ดีแก่ใจว่าเป็นแผนของแนวร่วมที่มุ่ง “ตอกลิ่ม” สัมพันธ์ของ "สังคมพหุวัฒนธรรม" ให้มีรอยร้าวมากขึ้น แต่การให้วัดทั้งจังหวัดกว่า 80 แห่ง งดบิณฑบาตทั้งหมดคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ เพราะอาจจะเป็นแรงสวิงเข้าทางฝ่ายตรงข้ามได้
ด้วยเหตุนี้ “พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์” แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้สั่งปรับหมากแก้ไขสถานการณ์ด้วยการ “จัดโซนนิ่งพระบิณฑบาต” เพื่อให้เหล่าพระภิกษุสงฆ์ สามเณร สามารถปฏิบัติศาสนกิจของสงฆ์ได้ตามปกติบนความปลอดภัยมากที่สุด ส่วนวัดใดที่พิจารณาแล้วเห็นว่ายังไม่มั่นใจในความปลอดภัย จะมีการจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด
การกำหนดโซนนิ่ง คือการสำรวจเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดในการให้พระภิกษุออกบิณฑบาตได้ตามวัตรปฏิบัติ โดยจะมีการหารือร่วมกับคณะสงฆ์ ประชาชน พลเรือน ตำรวจ และทหาร เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก่อนกำหนดเส้นทางบิณฑบาต
"หลังจากนี้อาจต้องมีการจัดโซนนิ่งพื้นที่การออกบิณฑบาตที่ชัดเจนและนำมาใช้ในการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากไม่ต้องการให้การดูแลความปลอดภัยเกิดจุดอ่อนได้อีก ซึ่งในส่วนของการจัดพื้นที่โซนนิ่งนั้นอาจต้องมีการหารือเพื่อกำหนดพื้นที่อีกครั้ง" พล.ท.อุดมชัยกล่าว
ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นเรื่องที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก โดยเฉพาะเป็นเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ที่เปราะบางทางความรู้สึกอย่างมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก
ด้าน “นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล” ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี บอกว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองไปศึกษาและสำรวจเส้นทางปลอดภัย และเส้นทางสุ่มเสี่ยงเพื่อประมวลภาพรวมก่อนนำเสนอทุกฝ่ายโดยเฉพาะพระภิกษุสงฆ์ในพื้นที่เพื่อร่วมกันกำหนด “โซนบิณฑบาตปลอดภัย”
ยอมรับว่าการงดบิณฑบาตไม่ใช่ทางออกที่ดี เพราะจะส่งผลให้สถานการณ์เข้าทางฝ่ายตรงข้าม ที่ต้องการทำลายอัตลักษณ์ของสังคมพหุวัฒนธรรมแห่งนี้ แต่สิ่งที่ทุกฝ่ายจะต้องขบคิดคือจะทำอย่างไรให้พระภิกษุสงฆ์สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดเวลานี้จึงเป็นการร่วมกันกำหนด "โซนนิ่งพระบิณฑบาต”
สอดรับกับ “นิพนธ์ อินทรสกุล” นายอำเภอโคกโพธิ์ ที่ยอมรับว่า “โซนนิ่งพระบิณฑบาต” คือแนวทางที่จะทำให้กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาสามารถดำเนินต่อไปได้ โดยขณะนี้ได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการวางโซนนิ่งให้แก่พระภิกษุสงฆ์ในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ เพื่อออกบิณฑบาต
ทั้งนี้หากวัดใดไม่พร้อมหรือพิจารณาความเหมาะสมแล้วเห็นว่าไม่มีความปลอดภัย หรือสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายทางราชการก็พร้อมเข้าไปดูแล ส่วนวัดใดต้องการออกบิณฑบาตตามปกติก็ยินดีเข้าไปสนับสนุนความปลอดภัยอย่างเต็มที่เช่นกัน แต่ต้องเป็นไปตามเส้นทางที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กำหนดให้เป็น “เส้นทางปลอดภัย” เท่านั้น
“พระครูโสภิตโพธิคุณ” เจ้าอาวาสวัดศรีมหาโพธิ์ จ.ปัตตานี กล่าวว่า ขณะนี้พระลูกวัดจำนวน 17 รูป ยังอยู่ในภาวะเศร้าสลดกับเหตุการณ์ที่เกิดกับพระและเณรที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงครั้งนี้ถึง 2 รูป แต่ยืนยันว่าทั้งหมดขอยืนหยัดปฏิบัติศาสนกิจบิณฑบาตตามปกติ เนื่องจากพื้นที่รอบวัดเป็นเขตชุมชน และมีญาติโยมมาคอยตักบาตรในทุกเช้า
เจ้าอาวาสวัดศรีมหาโพธิ์ระบุว่า การกำหนด “โซนนิ่งพระบิณฑบาต” เป็นสิ่งที่ดี หากทำได้นอกจากจะช่วยให้ศาสนกิจของสงฆ์สามารถดำเนินไปได้แล้ว ยังรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น และที่สำคัญพุทธบริษัทยังคงสามารถออกมาตักบาตรได้ตามปกติ
“การออกบิณฑบาตเป็นเรื่องที่ต้องทำเพราะเป็นกิจของสงฆ์ แต่อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือลดเส้นทางในบางจุดเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ต้องหารือกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเสียก่อน เพื่อลดความสูญเสียซ้ำซาก” เจ้าอาวาสวัดศรีมหาโพธิ์ จ.ปัตตานี กล่าว
ด้าน “พ.ท.สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง” ผบ.ฉก.ปัตตานี 24 (โคกโพธิ์/หนองจิก) ระบุว่า มาตรการดูแลความปลอดภัยพระนับจากนี้ไปจะต้องเป็นไปอย่างเข้มงวดที่สุด ซึ่งแผนการปฏิบัติในการดูแลความปลอดภัยนั้น ทางเจ้าหน้าที่ทั้งสามฝ่ายได้เน้นย้ำในแผนเชิงรุก โดยจะวางกำลังตามถนนที่พระเดินบิณฑบาต และจัดชุดคุ้มครองพระทุกวัดขณะเดินบิณฑบาต ยกเว้นกรณีวัดในพื้นที่ใดที่ไม่ประสงค์ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลความปลอดภัยในลักษณะการเดินติดตามเส้นทางก็จะใช้วิธีการเลี่ยงโดยการคอยดูแลอยู่ห่างๆในรัศมีระยะสายตาหรือประมาณ 30-50 เมตร เพื่อความปลอดภัยและไม่ประมาท
ผบ.ฉก.ปัตตานี 24 ยอมรับว่าพระสงฆ์หรือวัดบางแห่งที่ไม่ประสงค์ให้มีเจ้าหน้าที่ติดตามเนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยเพราะเป้าหมายของคนร้ายส่วนใหญ่ตลอดช่วงที่ผ่านมามักจะกระทำต่อเป้าหมายที่เป็นเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองพระมากกว่ามุ่งทำร้ายพระโดยตรง กระทั่งเมื่อเหตุการณ์เริ่มเปลี่ยนทิศทางทำให้ฝ่ายคณะสงฆ์ในพื้นที่เกิดความสับสนและไม่มั่นใจในการทำกิจวัตรของสงฆ์
สุพิชฌาย์ รัตนะ



