ข่าว

นายกฯจี้ทุกฝ่ายแจงเหตุผลเกษตรกรเพิ่มราคาประกันบางส่วน-"พรทิวา"เร่งเปิดรับซื้อข้าว

นายกฯจี้ทุกฝ่ายแจงเหตุผลเกษตรกรเพิ่มราคาประกันบางส่วน-"พรทิวา"เร่งเปิดรับซื้อข้าว

09 มี.ค. 2554

ครม.เห็นชอบการปรับราคาประกันข้าวเปลือกตามมติ กขช. นายกฯ จี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแจงเหตุผลปรับเพิ่มราคาได้ไม่เท่ากับที่ชาวนาเรียกร้อง ระบุต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ด้าน "พรทิวา" เร่ง อคส.-อ.ต.ก. ตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวตามนโยบายแทรกแซงราคาเร็วขึ้น

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. เมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา ได้เห็นชอบปรับการกำหนดราคาและปริมาณในโครงการประกันรายได้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ประจำปีการผลิต 2553/2554 รอบที่ 2 ตามมติของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) โดยข้าวเปลือกปทุมธานี ปรับราคาประกันเพิ่มเป็นตันละ 11,500 บาท จากเดิม 1.1 หมื่นบาท ข้าวเปลือกเจ้าตันละ 1.1 หมื่นบาท จากเดิม 1 หมื่นบาท และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 1 หมื่นบาท จากเดิม 9,500 บาท พร้อมให้เพิ่มปริมาณการใช้สิทธิประกันรายได้จากครัวเรือนละ 25 ตัน เป็น 30 ตัน

 ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งชี้แจงและให้เหตุผลที่ถูกต้องกับเกษตรกร กรณีที่ กขช. และครม. ไม่ได้เพิ่มราคาประกันข้าวเท่ากับจำนวนที่เกษตรกรเรียกร้องมา โดยเฉพาะเหตุผลในเรื่องของงบประมาณ เพราะหากปรับขึ้นเท่ากับที่เกษตรกรเรียกร้องมา จะต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก ซึ่งการเพิ่มครั้งนี้ใช้เงินประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท และรัฐต้องคำนึงถึงโครงสร้างหลักของนโยบายประกันรายได้ ที่ต้องไม่ให้เสียความสมดุลด้วย

 รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ครม.สั่งให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการแทรกแซงราคาข้าวเปลือกภายในประเทศ หลังจากราคาตกต่ำลงมาก โดยให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) รับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรปริมาณ 2 ล้านตันข้าวเปลือก เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคมนั้น ล่าสุด นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ได้ประสานไปยัง อคส. และอ.ต.ก.ให้เริ่มดำเนินการรับซื้อได้ทันทีตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคมนี้ในจังหวัด หรือในจุดรับซื้อที่มีความพร้อม

 โดยการรับซื้อนั้น จะเริ่มดำเนินการจนถึงผลผลิตข้าวเปลือกนาปี ปี 2554/2555 ออกสู่ตลาด หรือประมาณเดือนสิงหาคม 2554 และจะรับซื้อในราคาที่ต่ำกว่าราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง คาดว่าราคารับซื้อน่าจะอยู่ระหว่างตันละ 8,800-9,000 บาท จากราคาอ้างอิงตันละ 8,900 บาท และอาจต้องใช้งบประมาณกว่า 2 หมื่นล้านบาท ในการดำเนินการ

 ขณะที่นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การเพิ่มราคาประกันให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังนั้นไม่เห็นด้วย เพราะจะยิ่งทำให้ต้นทุนข้าวไทยสูงขึ้น และทำตลาดต่างประเทศยากขึ้น จากปัจจุบันที่ต้นทุนข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่งอื่นๆ มาก เช่น เวียดนาม ต้นทุนต่ำกว่าไทยประมาณตันละ 1,000 บาท ที่สำคัญยังมีผลผลิตต่อไร่สูงกว่าไทยมาก รัฐควรหาทางลดต้นทุนให้เกษตรกรมากกว่า เพราะจะได้ประโยชน์ระยะยาว แต่การเพิ่มราคาประกัน เป็นเพียงการหาเสียง และเกษตรกรจะได้ประโยชน์ระยะสั้นเท่านั้น