ข่าว

มติครม.ไม่เปิดเขื่อนปากมูลสั่งศึกษาใหม่

มติครม.ไม่เปิดเขื่อนปากมูลสั่งศึกษาใหม่

08 มี.ค. 2554

ครม.ไม่เคาะเปิดปากมูล นายกฯให้"สาทิตย์"ศึกษาอีก 45 วัน รมต.สำนักนายกฯปัดซื้อเวลา อ้างข้อมูลชาวบ้านกับฝ่ายเห็นต่างยังไม่ตรงกัน ยกเหตุโขงแห้งเป็นปม พรุ่งนี้จับทุกกระทรวงเซ็นเอ็มโอยูเคลื่อนโฉนดชุมชน บ้านมั่งคงฉลุยให้คลัง-พม.หาที่ดิน

 (8มี.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาเขื่อนปากมูลว่า ที่ประชุม ครม. ได้เชิญ อนุกรรมการฝ่ายวิชาการมาหรือ เรื่องระดับน้ำ ซึ่งอนุกรรมการก็แสดงให้เห็นตัวเลข โดยระบุว่าระดับแม่น้ำมูลในขณะนี้สูงกว่าแม่น้ำโขง 11 เมตร เพราะฉะนั้นหากเปิดในช่วงนี้อาจจะมีผลกระทบเรื่องน้ำแห้งได้ ทำให้ ครม.ยังติดใจ ดังนั้นจึงให้คณะอนุกรรมการฯ กลับไปศึกษาใหม่

ส่วนที่นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ค้านการเปิดเขื่อนในที่ประชุม ครม.  นั้นก็เนื่องมาจากระดับน้ำ กลัวว่าน้ำจะแห้ง แต้ถ้าระดับน้ำชัดเจนแล้วก็ไม่ต้องคัดค้านอะไรอีก

 นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ  ที่ปักหลักอยุ่คงต้องใช้เหตุและผลในการทำความเข้าใจ เราจะไปตามใจใครทั้งหมดคงไม่ได้

ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  การประชุมครม.วันนี้ได้พิจารณาในประเด็นที่กลุ่มพีมูฟร้องเรียน โดยแยกเป็น 1. ที่ดิน  2. เรื่องที่ต้องการให้นายกรัฐมนตรีสั่งการซึ่งมี 8 เรื่อง ทั้งเรื่องของโรงไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งให้ตั้งกรรมการ เรื่องอ่างเก็บน้ำและเรื่องเหมืองต่าง ๆ  รวมถึงจำนวนเงิน 167 ล้านบาท ที่จะนำไปจัดซื้อที่ดินของธนาคารที่ดิน ซึ่งครม.ได้อนุมัติกฤษฎีกาจัดตั้งธนาคารที่ดินแล้วเช่นกัน

 3.เรื่องเขื่อนปากมูล  วันนี้ได้เชิญนักวิชาการที่ศึกษาฯในนามอนุกรรมการเข้าไปชี้แจง สรุปได้ว่าขณะนี้ฝ่ายของผู้ที่กังวลเรื่องเปิดเขื่อนก็กลัวว่าน้ำจะหมด แต่ส่วนที่เรียกร้องให้เปิดเขื่อนยืนยันว่าน้ำไม่หมดเพราะเขื่อนสามารถกักเก็บไว้ได้ แต่รายงานศึกษาของนักวิชาการไม่มีข้อมูลส่วนนี้ชัดเจน มีแต่ตัวเลขที่เป็นการจำลองสถานการณ์ขึ้นมา

 “นายกรัฐมนตรีอยากให้นำไปพิจารณาอีกครั้งว่าระหว่างข้อมูลที่ชาวบ้านบอกว่าน้ำไม่หมดกับคนที่กลัวว่าน้ำหมดจริง ๆ แล้วระดับตรงไหนจึงจะยอมรับกันได้ รวมทั้งการศึกษาให้นำผู้ที่มีความเห็นไม่ตรงกันได้รับฟังความเห็นด้วยโดยให้เวลา 45 วัน ฉะนั้นเรื่องที่รับปากกับประชาชนพีมูฟทั้งหมดก็เป็นการดำเนินการจนครบแล้วเสร็จทุกกรณี ผมอยากให้พีมูฟรับรู้ว่ารัฐบาลก็ให้ความกังวลสนใจ ส่วนเขาจะเดินทางกลับหรือไม่อย่างไรก็ต้องดูท่าทีอีกครั้ง แต่ถ้าได้เห็นความตั้งใจเขาน่าจะเข้าใจ”นายสาทิตย์ กล่าว

 ส่วนที่มีการซื้อเวลาเรื่องเขื่อนปากมูลนั้นนายสาทิตย์กล่าวว่า  เรื่องนี้มีการดำเนินการตั้งแต่ปี 2532 ครม.พิจารณามานับครั้งนี้รวม 61 ครั้ง ไม่ใช่การซื้อเวลาแต่เป็นเรื่องของข้อมูลมากกว่า ข้อมูลที่ศึกษาวิจัยภายใต้ภาวะน้ำโขงปกติ  แต่ตอนนี้แม่น้ำโขงวิกฤติมาระดับน้ำโขงและเขื่อนต่างกัน 11 เมตร ฉะนั้นนักวิชาการที่ชี้แจงกับครม.ก็ยอมรับว่าที่ศึกษาไว้ยังไม่ครอบคลุม

 “เรื่องนี้มีคนเข้ามาเกี่ยวข้องเยอะทั้งผู้ใช้น้ำ คนที่เลี้ยงปลากระชัง ฉะนั้นชาวบ้านที่มาเรียกร้องเราก็ต้องให้ความสนใจกับทุกภาคส่วน แต่ว่าตัวยุติก็คงจะอยู่ที่น้ำว่าจะมีเพียงพอที่จะมีเพียงพอในการอุปโภคบริโภคทำให้ระบบนิเวศน์ฟื้นคืนมา และคนที่ทำชลประทานได้รับประโยชน์ด้วย”นายสาทิตย์ กล่าว

 นายสาทิตย์ กล่าวถึงข้อเรียกร้องโฉนดชุมชนว่า พรุ่งนี้( 9 มี.ค.)เวลาประมาณ 10.30 น.ที่รัฐสภาจะมีการเซ็นเอ็มโอยูเรื่องโฉนดชุมชนระหว่างสปน.กับกระทรวงที่เกี่ยวข้องทุกกระทรวงโดยมีนายกฯเป็นประธาน ส่วนที่แนวทางของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังไม่ลงตัวนั้น ในวันนี้นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรฯไม่ได้เข้าประชุม แต่ตอนนี้มีกลไกของกระทรวงทรัพย์ฯเกิดขึ้นมาแล้ว คิดว่าถ้าเซ็นเอ็มโอยูทุกอย่างจะดีขึ้นและจะเร่งรัดได้ทันที

  ประชาชนต้องการให้พื้นที่มีการอนุมัติโฉนดชุมชนขอให้เขาอยู่ทำกินในที่ดินเดิมไปก่อนได้ซึ่งครม.มีมติรองรับไว้แล้ว ส่วนที่มีชาวบ้านถูกดำเนินคดีนั้นก็มีการดำเนินคดีมาก่อนที่จะมีนโยบายโฉนดชุมชน และเมื่อกระบวนการอยู่ในชั้นศาลจะหยุดยั้งกระบวนการพิจารณาไม่ได้ แต่สิ่งที่ดำเนินการได้คือเมื่อมีกระบวนการบังคับคดดีก็ไปชะลอเรื่องการบังคับคดี ซึ่งกรณีจอง

 ส่วนเรื่องบ้านมั่นคง นายสาทิตย์ กล่าวว่ามีการพิจารณาในครม. มีข่าวดีสำหรับเรื่องบ้านมั่นคงเพื่อคนไร้บ้าน ซึ่งครม.อนุมัติหลักการและงบประมาณ และมีการผ่อนปรนหลักเกณฑ์ว่าบ้านมั่นคงอาจจะเปลี่ยนชื่อไม่ให้เหมือนบ้านมั่นคงทั่วไป ข้อดีคือโครงการนี้จะต้องจัดหาที่ดินโดยกระทรวงการคลังเสนอตัวว่าจะดำเนินการร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)หาที่ดินเพิ่มเติมให้ด้วย