
ถาวรเฮศาลรธน.วินิจฉัยไม่ต้องพ้นรมต.
ถาวรเฮ!!!ศาลรธน. วินิจฉัย ไม่ต้องพ้น รมต. เหตุตีความ "เมีย" ไม่ได้เข้าข่ายถือหุ้นต้องห้ามตามกฎหมาย ด้าน "เรืองไกร" ไม่เลิกเตรียมร้อง ป.ป.ช. ต่อ
(8มี.ค.) คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้อ่านคำวินิจฉัยกรณีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ที่ขอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 วรรค 1 (7) ประกอบมาตรา 269 โดยระบุว่า ที่นายเรืองไกรเห็นว่าการที่ พล.ต.หญิง จันทิมา เสนเนียม ภรรยาของนายถาวร ร่วมกับ พ.อ.หญิงชกานาฎ วรจันทร์ (ขณะนั้น) ร่วมกันจัดตั้งคณะบุคคลวรจันทร์ กับกรรมสรรพากรเพื่อรับตรวจสอบบัญชีนั้น คณะบุคคลที่ตั้งขึ้นมีลักษณะเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 269 ห้ามมิให้คู่สมรสของรัฐมนตรีมีหุ้นหรือเข้าไปมีส่วนในกิจการของห้างหุ้นส่วน ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีต้องสิ้นสุดลง
ดังนั้นจึงมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัย ว่า "คณะบุคคลวรจันทร์" มีลักษณะเป็นห้างหุ้นส่วน ตามความหมายของรัฐธรรมนูญมาตรา 269 หรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า มาตรา 269 เป็นบทบัญญัติที่รัฐธรรมนูญกำหนดเป็นมาตรการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ เพื่อไม่ให้เกิดการขัดกันในผลประโยชน์ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้มีการบัญญัติความหมายของห้างหุ้นส่วนไว้ แต่เมื่อไปพิจารณาถึงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ได้กำหนดในเรื่องของห้างหุ้นส่วนไว้ว่าหมายถึงการที่บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป ตกลงเข้าร่วมเพื่อทำกิจการ และมีการแบ่งผลกำไรที่ได้จากกิจการนั้น และเมื่อพิจารณาความหมายของคำว่าคณะบุคคล ตามประมวลกฎหมายรัษฎากร และการให้ถ้อยคำของผู้แทนอธิบดีกรรมสรรพากรต่อศาล ระบุว่าหมายถึงการเข้าร่วมกันของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อทำการงานที่ไม่ได้แสวงหาผลกำไร
เมื่อนำมาพิจารณากับข้อเท็จจริงที่ พล.ต.หญิงจันทิมา และ พ.อ.หญิงชกานาฎ ได้เบิกความต่อศาลระบุว่า การจัดตั้งคณะบุคคลวรจันทร์ เป็นเพียงการแยกฐานภาษีที่ต้องชำระของ พล.ต.หญิงจันทิมา ออกมาเท่านั้น โดย พล.ต.หญิงจันทิมา เป็นผู้ลงทุนตั้งแต่จัดตั้งและกระทั่งเลิกคณะบุคคล และการรับประโยชน์ก็ไม่ได้มีการแบ่งปันกับ พ.อ.หญิงชกานาฎ รวมทั้งไม่ปรากฎหลักฐานว่า ทั้งสองคนร่วมกันทำเป็นกิจการเป็นคณะบุคคล แต่กิจการ "คณะบุคคลวรจันทร์" เป็นของพล.ต.หญิงจันทิมาเพียงผู้เดียว
ดังนั้นการกระทำดังกล่าว จึงไม่เป็นการกระทำในลักษณะคณะบุคคลและมีลักษณะเป็นห้างหุ้นส่วน ที่ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 269 ส่วนการดำเนินการของคณะบุคคลวรจันทร์จะเป็นการผิดกฎหมายอื่นหรือไม่ ไม่อยู่ในอำนาจที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย อาศัยเหตุดังกล่าวศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยว่า การจัดตั้งคณะบุคคลวรจันทร์ ของ พล.ต.หญิงจันทิมา ไม่เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายถาวร เสนเนียม สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 วรรค 1 (7)
ด้านนายเรืองไกร กล่าวภายหลังการรับฟังคำวินิจฉัยว่าจะรอคำวินิจฉัยกลางที่จะออกมาแล้วจะทำการตรวจสอบว่านายถาวรแจ้งเท็จต่อ ปปช. เพราะการตั้งคณะบุคคลของภรรยา เท่ากับว่าเป็นการหลบเลี่ยง ที่จะแจ้งรายได้ของภรรยา ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ของสามี และต้องแจ้งต่อ ปปช.ด้วย



