
มาร์คเผยพบกกต.11มี.ค.รู้วันเลือกตั้ง
นายกรัฐมนตรีเผยหลังพบ กกต. 11 มี.ค.แล้วจะมีความชัดเจนเรื่องวันเลือกตั้งใหม่ยืนยัน จะเดินหน้าลงพื้นที่ต่าง ๆ แม้ถูกก่อกวน กกต.เผยยังไม่การติดต่อจากนายกฯ สดศรี บอก เดือนเม.ย.ไม่เหมาะเพราะเป็นเทศกาลหยุดยาว ขู่ยื่นศาลรธน.หากไม่ผ่านกม.ลูก ห่วงการหาเสียงลงไม่
(8มี.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เตรียมเดินทางไปพบกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ในวันที่ 11 มี.ค.นี้ เพื่อหารือเรื่องความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง หากไม่มีปัญหาติดขัดในเรื่องใด จะช่วยให้สามารถกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ที่ชัดเจนได้ โดยเชื่อว่าการจัดทำกฎหมายลูก จะสามารถดำเนินการได้โดยไม่มีปัญหาตามที่มีข้อกังวล
ส่วนกรณีที่มีคนตามก่อเหตุป่วนขณะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในที่ต่างๆ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าอยากขอร้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันประคับประคองสถานการณ์บ้านเมือง ให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่ให้มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น แต่เชื่อว่าคนที่ออกมาขัดขวาง ต้องการให้เห็นภาพบ้านเมืองมีความขัดแย้งอยู่ เพราะโดยส่วนตัว ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง จนต้องอยู่บริหารงานต่อไปจนครบวาระ อย่างไรก็ตาม การถูกก่อกวน ไม่ได้ทำให้ตัวเองเสียสมาธิในการทำงาน และยังคงเดินหน้าลงพื้นที่พบปะประชาชน และเห็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ ยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงถึงขั้นไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ เพียงแต่มีความพยายามที่จะขัดขวางไม่ให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเท่านั้น
กกต.เผยมาร์คยังไม่ติดต่อคุยเลือกตั้ง
นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการฝึกอบรมตามโครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงานของสาขาพรรคการเมืองประจำปี 54 ถึงกรณีนายกรัฐมนตรีจะเข้าหารือกับกกต.ในวันศุกร์นี้ถึงวันที่เหมาะสมในการเลือกตั้ง ว่า ทราบจากข่าวเท่านั้น เบื้องต้นยังไม่ได้รับการติดต่อมา แต่หากได้หารือกันก็ต้องคุยเรื่องวันที่เหมาะสมในการเลือกตั้ง หากจะมีการยุบสภาในเร็วๆนี้ และต้องเลือกตั้งในเดือน เม.ย. ทางกกต.ก็ต้องแจ้งว่า เดือน เม.ย.นี้มีวันหยุดยาวหลายวัน ซึ่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งอาจไปต่างจังหวัดและไปต่างประเทศ การกำหนดวันเลือกตั้งในช่วงนี้อาจทำให้มีผู้มาใช้สิทธิน้อย ซึ่งกกต.ไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น
นางสดศรี กล่าว่า นอกจากวันเลือกตั้งแล้ว กกต.จะแจ้งให้ นายกฯทราบถึงปัญหาของกกต. เกี่ยวกับมาตรา 7 วรรคท้ายของรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข ที่กำหนดว่าหากการแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว.ไม่แล้วเสร็จนั้นให้กกต.ออกประกาศกำหนดวิธีการและหลักเกณฑ์ในการเลือกตั้งนั้น เป็นการกำหนดให้ออกประกาศได้เพียงฉบับเดียวเท่านั้น ไม่สามารถนำมาใช้กับกรณีการแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง และพ.ร.ป.ว่าด้วยกกต. ซึ่งถ้า รัฐบาลยุบสภาในช่วงระยะเวลาอันใกล้นี้ก็จะต้องให้ความชัดเจนกับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา โดยกกต.จะสอบถามนายกฯเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว ว่าจะเสนอแก้ไขให้กับกกต.ได้หรือไม่ หรือจะชะลอการยุบสภาออกไปก่อน เพราะหากนายกฯจะยุบสภาอย่างเดียวภาระหนักก็จะตกอยู่กับกกต. ที่อาจส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ จะสามารถออกประกาศข้อกำหนดเกี่ยวกับกฎหมายลูกอีก 2 ฉบับดังเช่นกฎหมายเลือกตั้ง ได้หรือไม่เพราะกกต.ก็ไม่อยากให้กลายเป็นเรื่องที่มีการฟ้องร้องศาลเกี่ยวกับอำนาจและการจัดการเลือกตั้งของกกต.กันภายหลัง
นางสดศรี ยังกล่าวอีกว่า ปัญหากฎหมายลูก 2 ฉบับนั้น รัฐบาลจะมาบอกว่าให้ กกต.ต้องรับผิดชอบผู้เดียวคงไม่ได้ เพราะรัฐบาลกับกกต.ต้องทำงานร่วมกัน เมื่อยุบสภาแล้วรัฐบาลก็จะกลายเป็นเพียงรัฐบาลรักษาการ กกต.จึงอยากให้ในระหว่างที่รัฐบาลมีอำนาจเต็มอยู่ ทำทุกอย่างให้จบเสียก่อน แล้วค่อยมีการยุบสภา ซึ่งการจัดการเลือกตั้งนั้นไม่เป็นปัญหาเลย เพราะเวลานี้กกต.ก็มีการเตรียมแผนการต่างๆ ไว้เป็นตุ๊กตาแล้ว เช่นถ้ายุบสภาวันที่เท่านี้ ช่วงนี้ต้องมีการรับสมัคร มีการพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่จะใช้การจัดจ้างแบบรัฐต่อรัฐ เพื่อป้องกันการร้องเรียนว่ามีการทำมิชอบ โดยได้มีการประสานกับหน่วยงานของรัฐแล้วในการจะเป็นผู้จัดพิมพ์ เช่นสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นต้น
นางสดศรี กล่าวว่า กกต.ยังมีความห่วงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ว่าอาจมีผลต่อการเลือกตั้ง รวมทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทำให้นักการเมืองแต่ละฝ่ายไม่สามารถไปหาเสียงในทุกพื้นที่ได้ ซึ่งกกต.กำลังพิจารณาว่าหากมีการยุบสภาแล้วอาจต้องขอกำลังทหารเข้าไปดูแลความปลอดภัยของผู้สมัคร โดยจุดนี้เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้กกต.ต้องของบประมาณในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้วงเงินสูงกว่าการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา
“กกต.มีเจ้าหน้าที่ในแต่ละจังหวัดรวมแล้วแค่ 2 คนอุปกรณ์ในการป้องกันม็อบก็ไม่มี ถามว่าถ้าสถานการณ์ความขัดแย้งยังเป็นอยู่อย่างนี้ ฝ่ายหนึ่งไปหาเสียงในพื้นที่ของอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ ถามว่าในช่วงที่มีการเลือกตั้งควรมีการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่อยากให้พิจารณา ซึ่งในส่วนของกกต.ถ้าถึงจุดนั้นมีความรุนแรงเกิดขึ้นกกต.ก็อาจจำเป็นต้องเสนอขอเรื่องนี้ไปยังรัฐบาล ” นางสดศรี กล่าว
พท.ส่งตัวเเทนพบกกต.หนุนเลือกตั้งแก้ขัดแย้งสังคม
เมื่อเวลา 15.30 น. นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงว่า พรรคจะส่งตัวแทนไปพบ กกต. เพื่อให้ความเห็นต่อกรณีการแก้ระเบียบของ กตต. รวมถึงเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งที่จะต้องโปร่งใส ไม่เป็นประโยชน์ต่อพรรคใดพรรคหนึ่ง และพรรคขอสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งเร็วที่สุด เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคม เพราะหากรัฐบาลอยู่ยากก็อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้



