
แผนอพยพแรงงานลิเบีย เน้นจุดเสี่ยง ปลอดภัย สูงสุด
เลขาฯ รมว.ต่างประเทศ เผยวินาทีช่วยแรงงานไทย ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ทั้งอันตรายและเสี่ยง โชคดีมีบางส่วนช่วยประสานงานให้ทุกคนอยู่ในจุดปลอดภัย เมื่อพร้อมก็นัดเจอกันเพื่ออพยพ จนกระทั่งรับกลับมาเมืองไทยอย่างปลอดภัย
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยถึงแผนการช่วยเหลือแรงงานไทยในลิเบีย ก่อนที่จะรับกลับมายังประเทศไทยได้อย่างปลอดภัยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ทางการเมืองในลิเบีย และอันตรายจนต้องรีบหาทางรับตัวแรงงานไทยกลับให้เร็วที่สุด โดยตนเองได้เดินทางไปตะวันออกกลาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศเพื่อประสานงาน เตรียมการอพยพช่วยเหลือแรงงานไทยในลิเบียเพื่อกลับไทยได้ปลอดภัยที่สุด
เริ่มจากเดินทางไปยังโรม อิตาลี แล้วเดินทางไปเมืองตูนีส ประเทศตูนิเซีย พบกับกงสุลกิตติมศักดิ์มาเลเซีย เศรษฐีชาวตูนีเซีย ชื่อ Ayed ที่คุ้นเคยกับกงสุลไทย ในการช่วยเหลือประสานงานให้ความสะดวก เจรจาถึงแผนการรับแรงงานไทย ประมาณ 6,000 คน ที่ต้องอพยพมาทางเรือ เรืออิตาลีที่เช่าได้เป็นเรือใหญ่ 11 ชั้น แบบเรือไทนานิก เรือสำราญจากอิตาลี ไปรับมาแรงงานไทยที่เมืองหลวงลิเบีย กรุงตริโปลี ไปยังเมืองตูนีส ประเทศตูนิเซีย ที่อยู่ใกล้เคียงกันและปลอดภัยกว่า
การช่วยเหลือทางเรือ ต้องใช้สองเที่ยว จากท่าเรือในกรุงตริโปลีของลิเบีย
แผนการอพยพนี้ เตรียมไว้ช่วยเหลือแรงงานไทยในลิเบีย บริเวณกรุงตริโปลี เพราะเป็นจุดเสี่ยงและอันตรายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ เป็นต้นมา
แต่แรงงานอีกส่วน อยู่ในแคมป์แรงงานภาคใต้ 5 เป็นแหล่งน้ำมัน ที่มีการคุ้มกันเข้มแข็ง มีอาหารเพียงพอ ไม่อันตรายจากเหตุการณ์ ดังนั้น แผนการขั้นแรก คือ ต้องนำแรงงานไทยในกรุงตริโปลี ออกมาก่อน
ปัญหาที่พบตั้งแต่การช่วยเหลือวันแรกในลิเบีย คือ ต้องประเมินให้ได้ว่า คนไทยอยู่ไหน ความเสี่ยงอยู่ไหน แล้วการช่วยเหลือต้องจากเริ่มจากจุดที่มีความเสี่ยงสูงสุดก่อน ต้องหาวิธีการอพยพ ซึ่งวิธีแรกคือ การอพยพทางบกด้วยรถยนต์ เป็นเส้นทางจากกรุงตริโปลี ไปตูนิเซีย ถึงอียิปต์ แต่ก็มีรายงานว่า เส้นทางอพยพนี้อันตรายมาก มีการปะทะ ปล้น จึงตัดสินใจให้อยู่ในแคมป์แรงงานก่อน เพื่อจะได้ปลอดภัยที่สุด
ต้องเอาแรงงานไทยออกมาจากจุดที่อาจจะอันตรายให้ได้มากที่สุด รอจนสถานการณ์คลี่คลาย จึงประสานเพิ่มเติม พร้อมระดมเจ้าหน้าที่สถานทูตจากประเทศใกล้เคียงอย่างฝรั่งเศส สเปน อิตาลี มาช่วยกันทำงาน และประเทศมุสลิมตะวันออกกลาง มาช่วยกันเต็มที่ เนื่องจากมีผู้ใช้แรงงานจำนวนมาก จึงตัดสินใจอพยพทางเรือ ซึ่งหาได้ยาก แต่ก็สะดวกกว่าเครื่องบิน ที่หาได้ยากกว่า
เส้นทางอพยพทางบกไปชายแดนนี้ ระยะ 500 กิโลเมตร และแม้ว่าการอพยพทางอากาศมีความสะดวก แต่จำกัดเที่ยวบินและคนเป็นหมื่นๆ ไม่สามารถที่จะทำได้เร็ว คนงานในประเทศลิเบีย ทั้งจีน เกาหลี เวียดนาม ฟิลิปปินส์ บังกลาเทศ ก็แย่งเที่ยวบินกันจนไม่เพียงพอที่จะทำได้ เพราะมีคนงานต่างชาตินับแสนๆ คนในลิเบีย
ลิเบีย เป็นประเทศใหญ่ แรงงานไทยก็อยู่กันอย่างกระจัดกระจายตามแคมป์แรงงานในทะเลทราย มีจำนวนกว่า 2 หมื่นคน มีได้พักร้อนก่อนหน้านี้กว่า 5,000 คน และกำลังรอพักร้อนอีก ขณะนี้มีอยู่ประมาณ 1 หมื่นกว่าคน และจำนวนหนึ่งเป็นผู้ที่เดินทางไปเองกว่า 8,000 คน แรงงานที่ผ่านบริษัทที่มีรายชื่อ จุดที่พักแน่นอน ติดต่อได้นั้น มีอยู่ประมาณ 1.2 หมื่นคน ตรงนี้น่าห่วงที่สุด
กระทรวงการต่างประเทศ ได้ประเมิณสถานการณ์ความรุนแรง แนวโน้ม ก่อนตัดสินใจดำเนินการ “แผนอพยพ” ที่มีอยู่ แต่ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นจริง โดยเน้นความปลอดภัยเป็นวัตถุประสงค์สูงสุด เมื่อสถานการณ์ในช่วงแรกรุนแรง มีการปะทะกันด้วยอาวุธ จึงต้องปรับแผนอพยพให้สอดคล้องกับแผนอพยพที่มีอยู่
จากการตรวจสอบพบว่า จุดที่อันตรายที่สุดคือ เขตพื้นที่ใกล้กรุงตริโปลี จึงต้องกำหนดเส้นทางการเดินทางเพื่ออพยพจากที่นี่ก่อน เพราะตกอยู่ในอันตรายมากที่สุด ระยะทางจากกรุงตริโปลี ไปยังชายแดนตูนิเซีย นั้น ระยะทาง 500 กิโลเมตร ในช่วงแรกๆ มีรายงานการปะทะ ยิงและปล้นตามเมืองต่างๆ ค่อนข้างจะรุนแรง จึงกำหนดแผนประสานไปยัง “เครือข่ายแรงงาน” ให้แจ้งแรงงานไทยให้คงอยู่ในแคมป์แรงงานเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน หากเดินทางอพยพออกมา อาจได้รับอันตราย
ด้วยเครือข่ายแรงงานที่มีอยู่ ให้ประสานกับแรงงานไทยที่อยู่ในแคมป์แรงงานที่กระจัดกระจายได้อย่างทั่วถึง จนกระทั่งสถานการณ์รวมคลี่คลายความรุนแรงแล้วบ้าง จึงกำหนดทางเลือกที่มีหลายทาง
ทางเลือกต้องให้แรงงานออกจากสถานการณ์อันตรายเร็วที่สุด เครื่องบินลำเลียงไม่ได้ เพราะมีจำนวนน้อยรับจำนวนแรงงานจำนวนมากไม่ได้เพียงพอกับคนนับหมื่นและน่านฟ้าปิดไม่แน่นอน ทำการบินไม่ได้
กระทรวงการต่างประเทศจึงตัดสินใจใช้ “แผนอพยพทางเรือ” ให้ไปรับแรงงานไทยให้พ้นจากจุดอันตราย จึงให้นักการทูตบินไปประสานกับตูนิเซีย เพื่อเตรียมพร้อมที่การอพยพ และส่งไปชายแดนลิเบีย-ตูนิเซีย เพื่อรองรับการข้ามแดนจากลิเบีย
เตรียมประสานกับ “เครือข่าย” ที่มีอยู่ แจ้งการจุดรวมตัวที่จุดที่เรือรับไปจุดปลอดภัย
จากนั้น ส่งเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ไปมอลตา เจ้าหน้าที่สถานทูตจากไคโร เดินทางมาประสานงานด้านชายแดนลิเบีย-อียิปต์ เพื่อให้จัดทำเอกสารเดินทาง การตรวจสอบการเดินทางต่างๆ
ยังไม่พอ ต้องส่งคนไปประจำจุดต่างๆ เพื่อดำเนินการอำนวยความสะดวกให้แรงงานไทย พร้อมตรวจสอบบริษัทนายจ้างและจำนวนแรงงานไทยให้ชัดเจนครบถ้วน ประสานงานจนรู้จุดแน่นอนของแรงงานไทยแล้วก็ประสานงานจุดนัดพบเพื่อให้มีที่พักเตรียมรอเรือที่ไปรับ
เรือลำนี้ เดินทางจากโรม รองอธิบดีกรมการกงสุล ได้เตรียมเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาอิตาเลียนได้ ประสานงาน ส่งทีมแพทย์เข้าไปในเรือ ที่คาดว่า จะพบผู้ป่วย ในจำนวนนี้ป่วยถึง 400 คน จากการรอนแรมและอากาศที่หนาวที่ลิเบีย จนมาถึงเมืองตูนีส ประเทศตูนิเซีย
จุดใหญ่ของแรงงานไทยในลิเบียคือ เมืองตูนีส ประเทศตูนิเซีย ให้ปลอดภัยเป็นที่พักห่างจากชายแดน 70 กม. ก่อนเดินทางต่อไปเพื่อกลับประเทศไทย โดยกำหนดจุดให้ “ดูไบ” เป็นจุดหลักในการส่งกลับประเทศไทย
การอพยพแรงงานไทยในลิเบียนี้เป็นการทำแข่งกับเวลา และเน้นความปลอดภัยสูงสุดของแรงงาน มิให้ถูกทำร้าย ไม่อยากให้ใครเสียใจเพิ่มเติมจากเหตุการณ์
แรงงานไทยนับหมื่นในลิเบีย ไม่มีรายงานว่า ใครเสียชีวิต หรือบาดเจ็บจากการจลาจล
แผนการ อพยพทางเรือ ต่อด้วยเครื่องบิน รับกลับบ้านได้ปลอดภัยทุกคน



