
แนะสร้างเครือข่ายสู่ท้องถิ่นดูแลเด็กพิการ
ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 3 จังหวัดสงขลา แนะ สร้างศูนย์เครือข่ายดูแลเด็กพิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หวังคนในชุมชนให้ความสำคัญบุตรหลานตนเองในกลุ่มพิการซ้ำซ้อน พร้อมนำร่อง 108 โรงเรียนพัฒนาการเรียนร่วม บ้านเด็กกำพร้า-ดูแลเด็กพิการจังห
(8มี.ค.) ว่าที่ พ.ต.สันทัด สัตยายุทธ์ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 3 จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ตามภาระกิจของการดูแลและพัฒนาเด็กพิการนั้น ยอมรับว่าจำนวนบุคลากรในสังกัดกับจำนวนเด็กพิการตลอดจนภาระหน้าที่รับผิดชอบค่อนข้างไม่สัมพันธ์กันมากนัก เนื่องจากจำนวนเด็กพิการทั้ง 16 อำเภอของจังหวัดสงขลา มีจำนวนมากในขณะนี้ที่จำนวนครูพี่เลี้ยงและอัตราจ้างมีจำนวนน้อย โดยผู้พิการส่วนใหญ่จะมีในกลุ่มพิการตั้งแต่แรกเกิด อาทิ พิการทางการได้ยิน ตาบอด ออทิสติก โรคกล้ามเนื้อลีบ ตลอดจนกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ประสบอุบัติเหตุจนร่างกายพิการทางอวัยวะตลอดจนสมองและเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนั้น ทั้งหมดนับว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องดูแลและรับผิดชอบ
"ยอมรับว่าภาระกิจของศูนย์ฯ เองมีเยอะมาก แต่ทั้งนี้ก็พยายามทำงานร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ตลอดจนโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดสงขลา ทั้งนี้เพื่อเป็นการพัฒนาและเสริมทักษะให้กับกลุ่มเด็กพิการในรอบด้าน ทั้งด้านการศึกษา ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งนี้เพื่อให้สามารถพัฒนาตนเองและใช้ชีวิตร่วมกับเด็กปกติได้ในสังคม" ว่าที่ พ.ต.สันทัด กล่าว
ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 3 จังหวัดสงขลา ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับในช่วงที่ผ่านมาได้มีการทำงานร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงขลาอย่างจริงจังในส่วนของพัฒนาและให้การศึกษาของเด็กพิการ โดยการนำร่อง 108 โรงเรียน ในโครงการเด็กพิเศษเรียนร่วม ซึ่งมีจำนวน 1,048 คน ส่วนนี้นับว่าสามารถเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของเด็กกลุ่มดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ซึ่งไม่ถือว่าเป็นภาระของสังคมอีกต่อไป
นอกจากนี้ในส่วนของแนวทางการดูแลเด็กพิการที่ดีอีกแนวทางหนึ่ง อยากจะเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทให้ความสำคัญในการจัดตั้งศูนย์เครือข่ายดูแลเด็กพิการ ทั้งนี้เพื่อที่จะได้เป็นการกระตุ้นให้คนในชุมชนดูแลเด็กพิการที่อยู่ในชุมชนของตนเอง ส่วนนี้นับว่าเป็นแนวทางที่ดีในการพัฒนาและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของเด็กพิการให้ทัดเทียมกับเยาวชนทั่วไป
เด็กกำพร้า-พิการนครศรีธรรมราชขาดคน
นางวิไล บุณยเขมนันท์ ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านศรีธรรมราช เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" ว่า ในส่วนของความดูแลเด็กที่ถูกทอดทิ้งขณะนี้มีรวม 230 คนซึ่งการทอดทิ้งแต่ละเดือนนนั้นตกอยู่ที่เฉลี่ยเดือนละ 2-5 คน ซึ่งจำนวนนี้มีทั้งถูกทอดทิ้งตามที่ต่างๆในจังหวัดภาคใต้ และประเภทครอบครัวแตกแยก การรับเข้ามานั้นผ่านหน่วยงานต่างๆในภาคใต้มารวมอยู่ที่นี่ รวมทั้งประเภทที่ถูกทอดทิ้งจากความพิการ หรือพ่อแม่ไม่สามารถดูแลได้อีกประมาณ 6-7 คน/ปี และยังมีประเภทนำมาฝากแล้วพ่อแม่ผู้ปกครองหายตัวไปเลย
“ปัญหาในขณะนี้สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านศรีธรรมราช มีปัญหาหลักคือเรื่องของกำลังคนและงบประมาณสนับสนุนแต่อย่างไรก็ตามยังมีในส่วนของการบริจาคเข้ามาพอที่จะบรรเทาไปได้ในระดับหนึ่งอย่างไรก็ตามในส่วนนี้ไม่มีงบประมาณที่เข้ามาแบบแน่นอนในขณะที่เราต้องดูแลไม่ใช่เพียงแค่กินอยู่หลับนอน แต่หมายถึงต้องดูแลพัฒนาการด้านต่างๆด้วย ในส่วนของเด็กพิการนั้นเราเราเข้ามาแล้วเมื่อมีความแข็งแรงในระดับหนึ่งแล้วจะต้องส่งต่อไปยังกทม.ไปยังสถานสงเคราะห์เด็กพิการที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ ที่นี่เจ้าหน้าที่ขาดอัตราไปเป็นจำนวนมากอาศัยได้กับองค์กรเอกชนภายนอกจ้างคนมาช่วยดูแลบ้าง แต่เด็กเล็กๆนั้นต้องใช้คนเยอะยังไม่เพียงพอ ” ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านศรีธรรมราช กล่าว.



