
ระบุบิล เกตส์ไม่หล่นตำแหน่งมหาเศรษฐี
ผู้เชี่ยวชาญระบุ "บิล เกตส์"ไม่ได้เสียตำแหน่งมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของโลก แต่เขาเต็มใจสละความมั่งคั่งเพื่อการกุศล
(8 มีนาคม) ผู้เชี่ยวชาญหลายคน ต่างลงความเห็นว่า บิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัทไมโคซอฟต์ ไม่ได้สูญเสียตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกเมื่อปีที่แล้ว แต่เขาสละมันเอง ด้วยการทุ่มเงินหลายพันล้านดอลล่าร์ ให้กับมูลนิธิด้านการกุศลของเขา โดยขณะที่นิตยสารฟอร์บส์ ได้เตรียมจะเปิดเผยรายชื่อเหล่าอภิมหาเศรษฐีของโลก ประจำปี 2011 ในวันพุธนี้ เกตส์ , วอร์เรน บัฟเฟตต์นักลงทุนเจ้าของกิจการห้างวอล มาร์ท และคาร์ลอส สลิม มหาเศรษฐีชาวเม็กซิกัน ที่ครองอันดับ 1 บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของโลกเมื่อปีที่แล้ว ก็มีแนวโน้มว่าจะยังคงรั้ง 3 อันดับของบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกต่อไป ซึ่งในช่วง 5 ปีมานี้ ทั้ง 3 คน ก็ผลัดกันครองอันดับสูงสุดของโลกมาตลอด
แต่การแข่งขันคงจะไม่เกิดขึ้นถ้าเกตส์ ไม่สละเงินจำนวนมหาศาลถึง 1 ใน 3 ไปเข้ามูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ ที่มุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือด้านสาธารณสุข และการพัฒนาในโลก รวมถึงด้านการศึกษาในสหรัฐด้วย เดวิด ลินคอล์น จากบริษัทวิจัยความมั่งคั่ง เวลธ์-เอ็กซ์ ให้ความเห็นว่า ถ้าเกตไม่ค้นพบความใจบุญของตัวเองเสียก่อน เขาก็คงจะครองตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของโลกอยู่อย่างนั้น
ปัจจุบัน เกตส์มีทรัพย์สินมูลค่า 49,000 ล้านดอลล่าร์ ตามหลังสลิม ซึ่งมีทรัพย์สิน 60,000 ล้านดอลล่าร์ ส่วนบัฟเฟตต์ ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีใจบุญเช่นกัน มีทรัพย์สินมูลค่า 47,000 ล้านดอลล่าร์แต่ถ้าเกตส์ไม่ได้สละเงินเข้ามูลนิธิ เขาก็จะมีเงินมหาศาลถึง 88,000 ล้านดอลลล่าร์ แต่เขาและภรรยา ได้มอบเงิน 28,000 ล้านดอลล่าร์ ไปเข้ามูลนิธิ ที่ได้ชื่อว่าเป็นองค์กรการกุศลที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ
การจัดอันดับมหาเศรษฐีของฟอร์บส์ ประจำปี 2010 ได้ยกให้เกตส์มีทรัพย์สิน 53,000 ล้านดอลล่าร์ และถูกสลิมโค่นตำแหน่งแชมป์ไปครองด้วยทรัพย์สิน 53,500 ล้านดอลล่าร์ และเป็นการสูญเสียตำแหน่งเป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่ปี 2538
สลิม บอกว่า นักธุรกิจสามารถทำสิ่งที่ดีได้ ด้วยการสร้างงาน และความมั่งคั่งผ่านทางการลงทุนไม่ใช่ทำตัวเป็นซานตาครอสส์ และแม้ว่าเขาจะรับปากว่าจะให้เงินช่วยเหลือด้านการกุศลหลายพันล้านดอลล่าร์ แต่ยังแค่เศษเสี้ยวของเงินที่เกตส์ให้กับการกุศล
บัฟเฟตต์ ที่ครองตำแหน่งอันดับ 3 เมื่อปีที่แล้ว ด้วยทรัพย์สิน 47,000 ล้านดอลล่าร์ ได้ให้สัญญาเช่นกันว่า จะมอบทรัพย์สินเกือบทั้งหมดของเขาให้กับมูลนิธิของเกตส์ และเขาได้บริจาคมาแล้ว 8 พันล้านดอลล่าร์ นับตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา
เกตส และบัฟเฟตต์ ได้ผนึกกำลังกันกระตุ้นให้เหล่าผู้ที่มีฐานะระดับมหาเศรษฐี ให้สัญญาต่อสาธารณชนว่า จะยอมบริจาคเงินเพื่อการกุศลอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่หรือล่วงลับไปแล้ว อันเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ที่มีชื่อว่า " เดอะ กิฟวิ่ง เพล้ด " ซึ่งมีเศรษฐีเข้าร่วม 59 คนแล้ว และคนเหล่านี้ ก็ได้ทำจดหมายแสดงเจตจำนงค์ของการเข้าร่วม แต่ในโครงนี้ ไม่ได้ตั้งขึ้นเพื่อรับบริจาคเงิน หรือบอกให้คนยอมสละสมบัติส่วนตัว เพียงแต่อยากให้มีจิตสำนึกเรื่องการบริจาคเท่านั้น



